โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เก็งทองคำ..กอดหุ้นดี

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 29 ม.ค. เวลา 11.24 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. เวลา 23.50 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นจากขี้ปากคนบ้าอำนาจอย่าง “ทรัมป์”กลายเป็นชนวนเหตุที่ทำให้ทั่วโลกหวาดผวากันเป็นแถว เพราะตาแก่คนนี้เล่นขนกองทัพเรือเตรียมที่จะถล่มอิหร่านหากไม่รีบเซ็นข้อตกลงเลิกนิวเคลียร์ แถมสำทับซ้ำว่า รอบนี้จะจัดหนักกว่าเดิมแบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องที่เลวร้ายมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งทำให้ทั่วโลกหันมาตุนทองคำเพิ่มขึ้น จนราคาพุ่งไม่หยุดไงล่ะคะ

ประเด็นดังกล่าวทำให้นักค้าทองคำมองราคาจะพุ่งขึ้นไปถึงระดับ 7,000 เหรียญต่อออนซ์ หรือคิดเป็นเงินไทยก็ทะลุ1 แสนบาท ซึ่งเป็นเหตุให้นักลงทุนแห่เข้าไปเก็งกำไรทองคำกันอย่างคึกคัก เพราะเข้าจังหวะไหนก็ได้กำไรวันยันค่ำ แถมนักเล่นหุ้นก็มีใจให้กับทองมากกว่าหุ้น “โมนิก้า” เลยไม่แปลกใจที่วันนี้ไปไหนก็มีแต่คนเม้าท์เรื่องทอง ซึ่งเป็นผลมาจากทองยังทำราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์เรื่อย ๆ นะซี

ถึงกระนั้นอีฉันก็ดีใจที่นักลงทุนกลุ่มดังกล่าวยังให้ความสนใจในหุ้นปันผลเหมือนเดิม หลังมองว่า การนอนกอดหุ้นปันผลคุ้มกว่าการทิ้งเงินไว้ในแบงก์เฉย ๆ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่ทำให้ดัชนียังยืนเกาะแนวรับบริเวณ 1,330 จุดได้เป็นวันที่ 2 และถ้ามองดีๆ จะเห็นว่า วานนี้ที่ดัชนีทรุดตัวลงไปทำโลว์ที่ระดับ 1,326.83 จุดต่อจากนั้นเด้งกลับขึ้นมาปิดที่1,331.07 จุดลบไป7.83 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย5.18 หมื่นล้านบาท มันคือความเชื่อมั่นที่มีต่อหุ้นไทยนะออเจ้า

เหมือนกับอาการที่เกิดขึ้นกับหุ้น TRUE หลังเด้งขึ้นมาปิดที่ระดับ11.70 บาท บวกไป0.50 บาท หรือขึ้นไป4.46% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย7.49 พันล้านบาท ก็เป็นการตอกย้ำให้เห็นว่า เมื่อภาพของธุรกิจมีความชัดเจนที่จะมุ่งไปที่เรื่อง “เทคฯ-อินฟราฯ” แบบเต็มตัว ก็รู้ได้ทันทีว่า ผลงานต่อจากนี้จะดีขึ้นเรื่อย ๆ และยังมีเรื่องปันผลเป็นของแถมให้อีก 5% จึงเป็นจังหวะที่น่าตามกันไปดูยาว ๆ เจ้าค่ะ

เม้าท์ถึงหุ้นที่ฟื้นตัวขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” คงมองไปที่หุ้น BCP เป็นรายถัดมา เพราะการขึ้นมายืนปิดที่ระดับ30.50 บาทบวกไป0.50 บาท หรือขึ้นไป1.67% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย525 ล้านบาท ทั้งที่ต้นเดือน ม.ค. ยืนมึน ๆ อยู่ที่บริเวณ 25 บาทน่าจะเกี่ยวข้องโดยตรงกับผลงานที่น่าจะดีขึ้นเป็นลำดับ ผนวกกับนักลงทุนคลายกังวลเรื่องที่ไปพัวพันกับสแกมเมอร์ หุ้นถึงวิ่งกลับขึ้นไปหาระดับเหมาะสมอีกครั้งเจ้าค่ะ

ส่วนรายที่ต้องลุ้นมากเป็นพิเศษ “โมนิก้า” คงมองไปที่หุ้นปูนใหญ่ SCC หลังผลงานปี 68 ออกมาดีกว่าปี 67 แต่เมื่อดูผลงานในช่วงไตรมาส 3ต่อเนื่องถึงไตรมาส 4ที่แสดงผลขาดทุนจึงต้องลุ้นกันว่า ไตรมาส 1 ปี 69จะทำผลงานออกมาได้ดีขนาดไหน? ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดการยืนปิดที่ระดับ203 บาท ลบไป13 บาท หรือลงไป6.02% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย1.15 พันล้านบาท มีโอกาสเด้งกลับไหม?

เม้าท์ถึงสถานการณ์ของธุรกิจที่เคยลุ่ม ๆ ดอน ๆแต่ตอนนี้เริ่มฟื้นตัวเป็นลำดับ น่าจะมีชื่อของหุ้น EPG รวมอยู่ด้วย และเหตุผลที่ทำให้ “โมนิก้า” เลือกที่จะเอ่ยถึงหุ้นตัวนี้มาจากกำไรในครึ่งปีแรกทำได้เกือบเท่ากับทั้งปีก่อน รวมทั้งเมื่อมองถึงอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่อยู่ในระดับ 4.45% ก็ทำให้เชื่อว่า การยืนปิดที่ระดับ3.26 บาท เหมาะต่อการลงทุนระยะยาวก็เท่านั้นเองจ้า

เช่นเดียวกับหุ้นเล็กพริกขี้หนูอย่างหุ้น MPJ ซึ่งเป็นเจ้าพ่อลานตู้คอนเทนเนอร์ ก็น่าสนใจในแง่ของกำไรโตต่อเนื่อง ซึ่งเห็นได้จากปี 66 ทำกำไรไว้ที่ 82.99 ล้านบาท ส่วนปี 67 ทำกำไรไว้ที่ 99.98 ล้นบาท ขณะที่ 9 เดือนปี 68 ทำกำไรไว้ที่ 91.61 ล้านบาท ขณะเดียวกันจะเห็นว่า อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่สูงถึงระดับ 8% อีฉันถึงอยากให้นักเล่นประเมินการยืนปิดที่ระดับ3.72 บาท น่าสนใจเหมือนที่อีฉันบอกไหมคะ

โมนิก้าและทีมงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...