องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันชง 5 ข้อเสนอปราบโกงให้ ‘อนุทิน’ บรรจุในนโยบายรัฐบาลใหม่
19 ก.พ.2569 - นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เรื่อง ขอให้ “เอาจริง” กับการปราบคอร์รัปชัน เพื่ออนาคตประเทศไทย ระบุว่า องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ขอแสดงความยินดีต่อท่าน ในโอกาสที่ได้รับความไว้วางใจให้ก้าวขึ้นทำหน้าที่ผู้นำประเทศ พร้อมขอชื่นชมในความตั้งใจ “ปราบคอร์รัปชัน”อย่างจริงจัง ทั้งนี้ องค์กรฯ ขอยืนยันความพร้อมร่วมมือกับรัฐบาลของท่านอย่างสร้างสรรค์และเป็นรูปธรรม เพื่อขับเคลื่อนแก้ปัญหาคอร์รัปชันให้เกิดผลจริง
ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญยิ่งต่อความเชื่อมั่นของประเทศ ทั้งในสายตาประชาชนและประชาคมโลก โดยผลดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ปี 2568 ของ Transparency International ซึ่งประเทศไทยได้คะแนนเพียง 33 คะแนน ต่ำสุดในรอบ 19 ปี และอยู่ในลำดับที่ 116 จาก 182 ประเทศทั่วโลก ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก และต่ำกว่าหลายประเทศในเอเชียแปซิฟิก ตัวเลขนี้มิใช่เป็นแค่สถิติ แต่คือ “ต้นทุนของประเทศ” ที่ประชาชนต้องร่วมกันแบกรับ ทั้งความเชื่อมั่นนักลงทุนที่ลดลง ความสามารถใน การแข่งขันที่ถดถอย และงบประมาณแผ่นดินที่รั่วไหลไปจากที่ควรยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
การปล่อยให้คอร์รัปชันฝังรากลึก เท่ากับปล่อยให้ชาติถอยหลัง อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลชุดใหม่แสดงเจตจำนงอย่างจริงจังในการปราบโกง ประเทศไทยย่อมสามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ฟื้นฟูเศรษฐกิจ สร้างสังคมที่โปร่งใส และยกระดับศักยภาพของประเทศบนเวทีโลกได้ภายใต้การนำของท่าน
องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ขอเสนอให้บรรจุ 5 มาตรการปราบโกง ไว้ในคำแถลงนโยบาย ต่อรัฐสภา เพื่อยืนยันว่า การปราบปรามคอร์รัปชันในรัฐบาลนี้ “เกิดผลจริง ไม่ใช่แค่คำประกาศ”
5 มาตรการปราบโกง ที่รัฐบาลควรประกาศในคำแถลงนโยบายเพื่อสร้างความมั่นใจ
1.ตั้งคณะกรรมการต่อต้านคอร์รัปชันแห่งชาติ โดยนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน กำหนดให้เป็นกลไกขนาดเล็ก คล่องตัว มีอำนาจหน้าที่ชัดเจน กำหนดกรอบเวลา ตัวชี้วัด และเป้าหมายที่วัดผลได้ พร้อมรายงานความคืบหน้าต่อสาธารณะอย่างสม่ำเสมอ
2.ยกระดับประเทศสู่มาตรฐาน OECD ผลักดันให้ทุกหน่วยงานปรับปรุงระบบธรรมาภิบาล การเปิดเผยข้อมูล และกลไกความโปร่งใสให้เทียบเคียงมาตรฐานสากลอย่างจริงจัง จะเป็นแรงขับเคลื่อนภายใน และสัญญาณบวกต่อประชาคมโลก
3.ยกระดับ 3 กระทรวงหลักให้เป็นต้นแบบความโปร่งใส ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง และกระทรวงการต่างประเทศ โดยเปิดเผยข้อมูล การจัดซื้อจัดจ้างอย่างครบถ้วน ลดการใช้ดุลพินิจที่ไม่จำเป็น และกำหนดมาตรฐานการตรวจสอบที่เข้มงวดและโปร่งใส
4.ใช้เทคโนโลยีดิจิตอลปิดช่องโกง เร่งขยายการใช้เทคโนโลยีเชิงระบบเปิดเผยข้อมูลและระบบติดตามโครงการ โดยผลักดันการใช้ IP (Integrity Pact) และ CoST (Construction Sector Transparency Initiative) ในโครงการจัดซื้อ จัดจ้างขนาดใหญ่ เปิดเผยข้อมูลโครงการก่อสร้างอย่างครบถ้วน ตรวจสอบได้ เปลี่ยนการปราบโกง จากปลายทาง สู่การป้องกันเชิงระบบ
5.สร้างภาครัฐประสิทธิภาพสูง ลดแรงจูงใจการทุจริต เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานข้าราชการ ควบคู่กับการปรับโครงสร้างกำลังคนและปรับรายได้ให้เหมาะสม องค์กรฯ เชื่อว่าข้าราชการส่วนใหญ่เป็นคนดี หากมีรายได้พอกินพอใช้ จะช่วยลดแรงจูงใจในการทุจริต และสร้างระบบราชการที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
องค์กรฯ ใคร่ขอเข้าพบท่าน ทันทีที่ท่านจัดตั้งทีมรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว เพื่อหารือและร่วมออกแบบกลไกการทำงาน เริ่มภารกิจ “ปราบโกงให้สำเร็จในรัฐบาลนี้” ไปพร้อมกัน เพราะการปราบคอร์รัปชันมิใช่ภาระของรัฐบาลฝ่ายเดียว หากแต่เป็นพันธกิจร่วมของคนไทยทั้งประเทศ