“กรุงไทย” โชว์ศักยภาพเติบโต กำไรสุทธิปี 68 จำนวน 48,229 ล้านบ เดินหน้าช่วยลูกค้าปรับตัว บริหารคุณภาพสินทรัพย์เชิงรุก
ธ.กรุงไทย เติบโตอย่างยั่งยืน กำไรสุทธิปี 2568 จำนวน 48,229 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.5 สะท้อนประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกมิติ ได้รับแรงหนุนจากธุรกิจ Wealth Management ธุรกิจตลาดเงินตลาดทุน การขยายสินเชื่ออย่างรอบคอบ พร้อมคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัย เดินหน้าดูแลคุณภาพสินทรัพย์เชิงรุก รักษา Coverage Ratio ในระดับสูง และเร่งช่วยลูกค้าปรับตัว ยกระดับศักยภาพ SME และแก้หนี้อย่างยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ
วันที่ 21 มกราคม 2569 นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของธนาคาร ปี 2568 เทียบกับปี 2567 เติบโตอย่างยั่งยืนและมีคุณภาพตามยุทธศาสตร์ ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารเท่ากับ 48,229 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.5 สะท้อนประสิทธิภาพ และผลิตภาพการดำเนินงานในทุกมิติ ควบคู่การบริหารพอร์ตสินเชื่อและ Business Mix อย่างรอบคอบ รักษาสมดุลระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทน ส่งผลให้สินเชื่อรวมยังคงขยายตัวร้อยละ 0.5 จากสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อภาครัฐ ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงและการชำระคืนของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ อีกทั้งยังได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของธุรกิจ Wealth ช่วยผลักดันรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.0 รวมถึงการขยายตัวของธุรกิจตลาดเงินตลาดทุนและกำไรจากเงินลงทุน ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงตามภาวะดอกเบี้ยและการปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุกเพื่อช่วยเหลือลูกค้า โดยยึดหลักแก้หนี้อย่างยั่งยืน
ธนาคารสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ Cost to Income Ratio ลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 40.3 จากร้อยละ 42.6 พร้อมเดินหน้าลงทุนด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเติบโตในระยะยาว ด้านคุณภาพสินทรัพย์ยังคงแข็งแกร่ง โดย NPL Ratio ลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 2.90 จากร้อยละ 2.99 ณ สิ้นปี 2567 และมี Credit Cost อยู่ที่ระดับที่เหมาะสมที่ร้อยละ 1.14 สะท้อนคุณภาพสินทรัพย์และยังคงรักษา Coverage Ratio ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องที่ร้อยละ 203.6 เพื่อรองรับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ท่ามกลางความขัดแย้งของมหาอำนาจโลก ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และการค้าโลก
“เศรษฐกิจไทยปี 2568 ขยายตัวราวร้อยละ 2.0 ต่ำกว่าระดับศักยภาพ โดยมาตรการด้านภาษีและการค้าของสหรัฐฯ ส่งผลให้ภาคการผลิตชะลอตัวจากการแข่งขันกับสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศที่รุนแรงขึ้น อีกทั้งยังเผชิญกับความท้าทายเชิงโครงสร้าง ทั้งความเปราะบางที่มีอยู่เดิม โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนสูง การขาดความสามารถในการแข่งขันในโลกใหม่ และความท้าทายของภาครัฐ ขณะที่อุปสงค์ในประเทศเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากผลกระทบของภัยพิบัติรุนแรง ความขัดแย้งแนวชายแดน และอาชญากรรมทางไซเบอร์ ท่ามกลางบริบทดังกล่าว ธนาคารดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบ มุ่งเน้นการบริหารคุณภาพสินทรัพย์และการดูแลช่วยเหลือลูกค้าประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนการปรับตัวยกระดับศักยภาพธุรกิจโดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระเบียบการค้าโลกใหม่ รวมทั้งการร่วมมือสนับสนุนกับภาครัฐและภาคเอกชนในการผลักดันการปรับแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เพื่อยกระดับความสามารถในการเพิ่มรายได้”
ผลประกอบการไตรมาส 4/2568 เทียบกับไตรมาส 4/25671/ กำไรสุทธิ เท่ากับ 10,773 ล้านบาท รายได้ดอกเบี้ยลดลงตามภาวะตลาดและการปรับลดดอกเบี้ยเพื่อช่วยเหลือลูกค้า มุ่งเน้นธุรกิจ Wealth Management การเติบโตของธุรกิจตลาดเงินตลาดทุนและรายได้จากหนี้สูญรับคืน รวมถึงการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ มี Cost to Income Ratio ที่ร้อยละ 41.1 ลดลงจาก ร้อยละ 44.8 และยังคงบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ได้ดี ตั้งสำรองในระดับที่เหมาะสม มี NPL Ratio ลดลง
เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2568 กำไรสุทธิลดลง โดยหลักจากการปรับตัวลดลงของรายได้จากธุรกิจตลาดเงินตลาดทุน รวมถึงรายได้จากเงินลงทุนโดยหลักจากตราสารหนี้ตามสภาวะตลาด ธนาคารยังคงบริหารจัดการตามยุทธศาสตร์ โดยสินเชื่อขยายตัวที่ร้อยละ 4.6 มุ่งเน้นธุรกิจ Wealth Management และรายได้หนี้สูญรับคืน กลุ่มธุรกิจทางการเงินมีเงินกองทุนชั้นที่ 1 ร้อยละ 20.18 และเงินกองทุนทั้งสิ้น ร้อยละ 22.13 ของสินทรัพย์ถ่วงน้ำหนักตามความเสี่ยงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งเมื่อเทียบกับเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
ทั้งนี้ ธนาคารรักษา ROE ที่ระดับร้อยละ 10.67 พร้อมจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลประกอบการงวดครึ่งปีแรกของปี 2568 สะท้อนความแข็งแกร่งทางธุรกิจและศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงแก่ผู้ถือหุ้น ขณะเดียวกัน S&P Global Ratings ได้ปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือระดับสากล และ Fitch Ratings ปรับเพิ่มอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของธนาคาร พร้อมกันนี้ ธนาคารยังสร้างความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยการคว้า 100 รางวัล จากเวทีชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะรางวัลด้านนวัตกรรมและ Digital Banking สะท้อนความมุ่งมั่นในการลงทุนพัฒนาและต่อยอดเทคโนโลยีทางการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มได้อย่างครอบคลุมในทุกมิติ เสริมศักยภาพรองรับการเติบโตในอนาคตอย่างมั่นคง ตอกย้ำมาตรฐานความเป็นเลิศ และบทบาทผู้นำด้านนวัตกรรมการเงินของประเทศ
เศรษฐกิจไทยในปี 2569 มีแนวโน้มเติบโตต่ำกว่าร้อยละ 2 เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีหากไม่นับรวมช่วงวิกฤติ และต่ำกว่าประเทศคู่แข่งในภูมิภาค โดยมีปัจจัยภายนอกจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจการเมืองโลก ขณะที่การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจในประเทศมีข้อจำกัดด้านงบประมาณทางการคลัง ภายใต้บริบทการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองภายหลังการเลือกตั้งที่จะมีรัฐบาลใหม่เข้ามากำหนดทิศทางนโยบายในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการจัดการปัญหาเชิงโครงสร้าง อาทิ เศรษฐกิจนอกระบบขนาดใหญ่ หนี้ครัวเรือนสูง และความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ
ในวาระครบรอบ 60 ปี ในปี 2569 ธนาคารกรุงไทยเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรด้วยนวัตกรรม ภายใต้แนวคิด “ทุกย่างก้าว สร้างคุณค่า สู่อนาคต” เพื่อรับมือกับความท้าทายรอบด้าน โดยมุ่งพัฒนาทักษะแห่งอนาคต เร่งใช้เทคโนโลยี ข้อมูล และ AI อย่างมีความรับผิดชอบ ยกระดับประสิทธิภาพและกระบวนการทำงาน เพื่อส่งมอบคุณค่าแก่ลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม พร้อมเร่งขับเคลื่อน 5 ยุทธศาสตร์หลัก สร้างความสามารถในการแข่งขัน และการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมเดินหน้าธุรกิจ Virtual Bank ขยายบทบาทสู่ “Beyond Banking” ร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ลดช่องว่างการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบมากขึ้น
ธนาคารยังเดินหน้าช่วยเหลือลูกค้าและประชาชนอย่างต่อเนื่อง ผ่านมาตรการแก้หนี้และฟื้นฟูศักยภาพ อาทิ โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” สำหรับลูกหนี้ NPL ไม่เกิน 100,000 บาท ควบคู่กับโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” และ “สินเชื่อรวมหนี้ข้าราชการยั่งยืน” รวมถึงมาตรการช่วยเหลือในภาวะวิกฤต พร้อมยกระดับโอกาส SMEs ผ่านแนวทาง “Reinvent Thailand พลวัตใหม่เพื่อเศรษฐกิจไทย” เช่น โครงการค้ำประกันสินเชื่อ “SMEs Credit Boost” และสนับสนุนเงินทุน เสริมสภาพคล่องให้ 6 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ยานยนต์ ค้าปลีก Healthcare เกษตรและอาหาร และการท่องเที่ยว เพื่อกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจและผลักดันการเติบโตที่มีคุณภาพ ครอบคลุม และยั่งยืน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “กรุงไทย เคียงข้างไทย สู่ความยั่งยืน”