ประชามติผ่าน แต่ศึก ‘รัฐธรรมนูญใหม่’ เพิ่งเริ่ม: ไทยอาจวุ่นวายเรื่องรัฐธรรมนูญไปอีกพักใหญ่
THE STATES TIMES
อัพเดต 11 ก.พ. เวลา 11.15 น. • เผยแพร่ 11 ก.พ. เวลา 11.15 น. • THE STATES TIMES TEAMผลประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ในคำถามว่า “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” สะท้อนเสียงข้างมากที่ต้องการ “เริ่มต้น” กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่ในทางการเมือง ผล “เห็นชอบ” ไม่ได้แปลว่าประเทศจะได้รัฐธรรมนูญใหม่โดยราบรื่นทันที เพราะข้อถกเถียงหลัก ๆ ของฝ่ายไม่เห็นชอบ—ตั้งแต่เรื่องความคุ้มค่าของงบประมาณ ไปจนถึงความกังวลต่อสาระที่อาจถูก “ยัดไส้”—จะถูกยกขึ้นมาปะทะกับฝ่ายสนับสนุนตลอดทั้งกระบวนการ 2–3 ปีข้างหน้า (หรือยาวกว่านั้น)
หมายเหตุ: ตัวเลขผลคะแนนในบทความนี้ยึดตามผลรายงาน “อย่างไม่เป็นทางการ” ของสื่อ ณ วันที่เผยแพร่รายงานข่าว ซึ่งอาจมีการปรับได้เมื่อมีการรับรองผลอย่างเป็นทางการ
ภาพรวมผล: ‘เห็นชอบ’ ชนะ แต่ช่องว่างความคิดยังใหญ่
สื่อรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการว่า ฝ่าย ‘เห็นชอบ’ ได้ 19,885,709 คะแนน ฝ่าย ‘ไม่เห็นชอบ’ ได้ 10,503,475 คะแนน และ ‘ไม่แสดงความเห็น’ 2,879,773 คะแนน (รายงานโดย THE STANDARD ทีมงาน เมื่อ 9 ก.พ. 2569)
ไทยพีบีเอสสรุปภาพรวมว่า ‘เห็นชอบ’ อยู่ราว 60% ซึ่งเพียงพอให้ “เปิดทาง” ไปสู่ขั้นตอนถัดไปของการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่
ทำไม ‘เห็นชอบ’ แล้วก็ยังไม่จบ
คำถามประชามติรอบแรกเป็นเพียง “ไฟเขียวให้เริ่มกระบวนการ” ไม่ใช่การตัดสินเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หลังจากนี้ยังมีโจทย์ใหญ่ 3 ชั้นที่ทำให้ความวุ่นวายทางการเมืองมีแนวโน้มลากยาว:
• ต้องออกแบบ “กติกาการเขียน” ก่อน: รัฐสภาชุดใหม่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญเดิม (เช่น มาตรา 256) เพื่อกำหนดวิธีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และที่มาของผู้ยกร่าง
• ต้องทำประชามติอีก 2 ครั้ง: (ครั้งที่ 2) รับรองกรอบ/วิธีการร่าง และ (ครั้งที่ 3) รับรองร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก่อนประกาศใช้
• แต่ละขั้นคือสนามต่อรอง: โครงสร้าง ‘สภาร่างฯ/คณะกรรมการยกร่าง’ วิธีคัดเลือกตัวแทน ขอบเขตการแก้ไข และบทเฉพาะกาล ล้วนเป็นหัวข้อที่ฝ่ายไม่เห็นชอบจะขอ “ล็อก” ขณะที่ฝ่ายเห็นชอบจะขอ “เปิดพื้นที่”
ไทยพีบีเอสอ้างถึงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 และอธิบายชัดว่าเส้นทางสู่รัฐธรรมนูญใหม่ต้องผ่านประชามติรวม 3 ครั้ง ขณะเดียวกัน Reuters ระบุว่า ผู้เชี่ยวชาญประเมินกระบวนการทั้งหมดจะใช้เวลา ‘อย่างน้อย’ 2 ปี
ข้อถกเถียงจากฝ่ายไม่เห็นชอบ (และคำตอบที่ฝ่ายเห็นชอบต้องมี)
ด้านล่างคือ “เหตุผลของฝ่ายไม่เห็นชอบ” ที่พบทั้งจากการรณรงค์บนโลกออนไลน์ (The Active/ไทยพีบีเอส) และจากเอกสารข้อมูลประกอบการออกเสียงของ กกต. (คู่มือประชาชน) โดยจัดวางเป็นข้อถกเถียงหลัก:
1) ‘รัฐธรรมนูญ 2560 ดีอยู่แล้ว/ปราบโกง’
ข้อโต้แย้งของฝ่ายไม่เห็นชอบ: กลุ่มไม่เห็นชอบจำนวนหนึ่งมองว่ารัฐธรรมนูญปัจจุบันผ่านประชามติปี 2559 และออกแบบมาเพื่อคุมทุจริต จึงไม่จำเป็นต้องรื้อทั้งฉบับ.
โจทย์ที่ฝ่ายเห็นชอบต้องตอบ: ฝ่ายเห็นชอบโต้ว่า แม้ผ่านประชามติ แต่การร่างเกิดขึ้นในบริบทการเมืองที่ถูกวิจารณ์เรื่องเสรีภาพการรณรงค์ และโครงสร้างบางส่วนทำให้สถาบันที่ไม่ได้ยึดโยงประชาชนมีอำนาจสูง—จึงต้องคืนกระบวนการให้ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น
2) ‘แก้รายมาตราดีกว่า ไม่ต้องร่างใหม่ทั้งฉบับ’
ข้อโต้แย้งของฝ่ายไม่เห็นชอบ: ฝ่ายไม่เห็นชอบเสนอให้แก้เฉพาะมาตราที่มีปัญหา เพื่อเลี่ยงความเสี่ยงจากการเปลี่ยนกติกาครั้งใหญ่.
โจทย์ที่ฝ่ายเห็นชอบต้องตอบ: ฝ่ายเห็นชอบตอบว่า ‘แก้รายมาตรา’ ถูกพยายามมาหลายครั้งแต่ติดเงื่อนไขเสียงเห็นชอบในรัฐสภา และบางปัญหาเชื่อมโยงกันทั้งระบบ ทำให้การแก้ทีละจุดอาจไม่พอ
3) ‘สิ้นเปลืองงบประมาณ เพราะต้องทำประชามติหลายครั้ง’
ข้อโต้แย้งของฝ่ายไม่เห็นชอบ: ข้อกังวลเรื่องต้นทุนถูกพูดถึงอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อกระบวนการกำหนดให้ทำประชามติรวม 3 ครั้ง.
โจทย์ที่ฝ่ายเห็นชอบต้องตอบ: ฝ่ายเห็นชอบต้องตอบด้วยแผนลดต้นทุนและเพิ่มความคุ้มค่า เช่น วางปฏิทินให้ชัด ลดความซ้ำซ้อน และทำให้การมีส่วนร่วมจริง เพื่อให้สังคมรู้สึกว่า ‘จ่ายแล้วได้กติกาที่ดีขึ้น’
4) ‘ร่างใหม่ทั้งฉบับอาจทำให้ความขัดแย้งมากกว่าแก้เพิ่มเติม’
ข้อโต้แย้งของฝ่ายไม่เห็นชอบ: เอกสาร กกต. ระบุข้อเสียว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อาจทำให้ความขัดแย้งทางการเมืองมากกว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรายมาตรา เพราะประเด็นที่จะถกเถียงเปิดกว้างกว่า.
โจทย์ที่ฝ่ายเห็นชอบต้องตอบ: ฝ่ายเห็นชอบจึงต้องเสนอ “กลไกจัดการความขัดแย้ง” เช่น หลักเกณฑ์การรับฟังที่โปร่งใส วงดีเบตที่เป็นธรรม และการสื่อสารสาธารณะให้เข้าใจตรงกัน เพื่อลดการปะทะจากข้อมูลผิด/ครึ่งเดียว
5) ‘ตีเช็คเปล่า/ไม่รู้เนื้อหาจะถูกยัดไส้’
ข้อโต้แย้งของฝ่ายไม่เห็นชอบ: บางกลุ่มมองว่าการกา ‘เห็นชอบ’ คือการให้สิทธิฝ่ายการเมืองไปเขียนกติกาใหม่โดยยังไม่รู้สาระจริง.
โจทย์ที่ฝ่ายเห็นชอบต้องตอบ: คำตอบที่จำเป็นคือ “การออกแบบกระบวนการ” เช่น กำหนดองค์ประกอบผู้ยกร่างให้หลากหลาย เปิดเผยร่างเป็นช่วง ๆ และมีกติกาควบคุมความโปร่งใส เพื่อให้สังคมตรวจสอบได้ตลอดทาง
6) ‘กังวลกระทบประเด็นอ่อนไหว (เช่น หมวด 1–2 หรือการเปลี่ยนแปลงการปกครอง)’
ข้อโต้แย้งของฝ่ายไม่เห็นชอบ: บนโลกออนไลน์มีการโยงว่า รัฐธรรมนูญใหม่อาจพาไปสู่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง หรือแตะประเด็นอ่อนไหวอื่น ๆ.
โจทย์ที่ฝ่ายเห็นชอบต้องตอบ: ฝ่ายเห็นชอบมักโต้ว่า รัฐธรรมนูญปัจจุบันมีข้อห้ามเรื่องการเปลี่ยนแปลงรูปแบบรัฐ/ระบอบ และหลายพรรคที่สนับสนุนการทำรัฐธรรมนูญใหม่ก็ประกาศไม่แตะหมวด 1–2 แต่ข้อกังวลนี้จะยังถูกหยิบมาใช้ในการต่อรอง “กรอบการร่าง” แน่นอน
7) ‘ควรแก้ปัญหาปากท้องก่อน ไม่ใช่รัฐธรรมนูญ’
ข้อโต้แย้งของฝ่ายไม่เห็นชอบ: ฝ่ายไม่เห็นชอบจำนวนหนึ่งมองว่าประเด็นเศรษฐกิจและค่าครองชีพเร่งด่วนกว่า.
โจทย์ที่ฝ่ายเห็นชอบต้องตอบ: ฝ่ายเห็นชอบต้องอธิบายว่า ‘กติกาการเมือง’ กับ ‘นโยบายปากท้อง’ แยกกันไม่ขาด เพราะกติกากำหนดเสถียรภาพรัฐบาล ระบบตรวจสอบ และความสามารถในการผลักดันนโยบายระยะยาว