โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ANAN พุ่ง 7% มั่นใจแผนเพิ่มทุน เสริมสภาพคล่อง ลุย 7 โครงการ มูลค่า 2.8 หมื่นลบ.

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 24 พ.ย. 2564 เวลา 04.02 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ 24 พ.ย. 2564 ราคาหุ้น บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN ณ เวลา 10:58 น. อยู่ที่ระดับ 1.66 บาท บวก 0.11 บาท หรือบวกไป 7.10% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 340.03 ล้านบาท

ล่าสุดจะเห็นว่าราคาหุ้นบนกระดาน ANAN ปรับตัวขึ้นมาแตะ 1.64 บาท อาจทำให้นักลงทุนผู้ถือหุ้นเดิมที่สนใจเก็บเพิ่มต้องกลับมาคิดใหม่ว่าการเข้าเพิ่มทุนอาจดีกว่าเข้าไล่ราคาหุ้นบนกระดานเสียด้วยซ้ำ เพราะหากดูจากราคาเพิ่มทุน 1.55 บาท ถือว่าถูกกว่าราคาบนกระดาน ซึ่งหากเพิ่มทุนจะใช้จำนวนเงินน้อยกว่า สิ่งสำคัญหากนักลงทุนผู้ถือหุ้นเดิมเพิ่มทุนยังรับฟรีวอร์แรนต์  (ANAN-W1) จำนวน 1 หุ้นเพิ่มทุน ต่อ 1 วอร์แรนต์ อีกด้วย

สำหรับรายละเอียดของการเพิ่มทุน โดย ANAN ได้จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนไม่เกิน 833.25 ล้านหุ้น ในอัตราส่วนการจัดสรร 4 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นสามัญเพิ่มทุน เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้นที่ราคาเสนอขายหุ้นละ 1.55 บาท ซึ่งต่ำกว่าราคาตลาดเพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้น และหากผู้ถือหุ้นจองซื้อเต็มจำนวนจะส่งผลให้บริษัทได้รับเงินระดมทุนประมาณ 1,291.54 ล้านบาท  เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานของบริษัทในช่วงระยะเวลาการนำเงินไปใช้ภายในปี 2565

ขณะเดียวกันผู้ถือหุ้นที่จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ พร้อมรับสิทธิ์ฟรีใบสำคัญแสดงสิทธิ์ (ANAN-W1) รุ่นที่ 1 ของบริษัท ซึ่งจัดสรรจำนวนไม่เกิน 833.25 ล้านหน่วย ในอัตราส่วน 1 หุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่ ต่อใบสำคัญแสดงสิทธิ (วอร์แรนต์) 1 หน่วย โดยมีอัตราใช้สิทธิแปลงสภาพ  1 วอร์แรนต์ ต่อ 1 หุ้นสามัญใหม่ ราคาใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญ 1.65 บาทต่อหุ้น มีระยะเวลาใช้สิทธิ 2 ปี ทำให้กลายเป็นจุดที่ทำให้นักลงทุนทั่วไปเกิดความอย่างรู้ว่า วอร์แรนต์ตัวนี้จะอนาคตสดใสเพียงใด และนำไปสู่การตั้งสมมุติฐานความเป็นไปได้มากสุด

ประเด็นดังกล่าวทำให้สมมติฐานดังกล่าวพุ่งเป้าไปที่นักลงทุน หากกรณีที่ผู้ถือหุ้นที่ถือ ANAN-W1 ใช้สิทธิแปลงสภาพซื้อหุ้นสามัญใหม่เต็มจำนวน บริษัทจะได้รับเงินระดมทุนประมาณ 1,374.86 ล้านบาท จึงมองว่าการออกวอร์แรนต์ในรอบนี้ เป็นประเด็นบวกต่อทั้งนักลงทุนและบริษัทในระยะ 2 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะเป็นการได้เงิน โดยที่ไม่มีต้นทุนทางการเงิน หรือไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย อีกทั้งบริษัทนำเงินเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานของบริษัท

ด้านนายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ANAN เปิดเผยว่า การเพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัทฯ ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่ง และสภาพคล่องทางการเงินของบริษัท เพื่อให้มีสภาพคล่องและมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนช่วยเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ ผ่านการลงทุนและพัฒนาโครงการต่างๆ

โดยเป็นไปในตามแผนการดำเนินงานในปี 2565 บริษัทมีแผนเปิดโครงการใหม่ จำนวน 7 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 28,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียม 5 โครงการ และโครงการแนวราบ 2 โครงการ โดยเตรียมเปิดคอนโดมิเนียม 2  แบรนด์ใหม่ ได้แก่ 1. แบรนด์ “โคโค่ พาร์ค” (COCO PARC) จำนวน 1 โครงการ เป็นคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่ก่อนเปิดขาย จำนวน 486 ยูนิต มูลค่าโครงการ 4,622 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้ร่วมทุนกับบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT

พร้อมกับ 2. แบรนด์ “คัลเจอร์” (Culture) จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการ คัลเจอร์ ทองหล่อ (Culture Thonglor) มูลค่าโครงการ 3,383 ล้านบาท และโครงการ คัลเจอร์ จุฬา (Culture Chula) มูลค่าโครงการ 6,031 ล้านบาท

ขณะเดียวกันบริษัทยังมีแผนเปิดตัว 2 โครงการคอนโดมิเนียม New Series ใหม่ ภายใต้แบรนด์หลัก ได้แก่ 1.โครงการ ไอดีโอ พหล- สะพานควาย (Ideo Phahol-Saphan Khwai) มูลค่าโครงการ 7,521 ล้านบาท และ 2.โครงการไอดีโอ รามคำแหง–ลำสาลี สเตชั่น (Ideo Ramkhamhaeng Lam Sali Station) มูลค่าโครงการ 2,085 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทจะเปิดโครงการแนวราบ จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการ อาร์เทล พระราม 9 (Artale Rama9) มูลค่าโครงการ 3,538 ล้านบาท และ 2.โครงการ ARTALE Ekkamai-Ramintra

สำหรับเป้าหมายในปี 2565 บริษัทคาดว่าผลการดำเนินงานจะเติบโตจากปี 2564 โดยวางเป้าหมายยอดโอนกรรมสิทธิ์ไว้ที่ 12,000 ล้านบาท เติบโต 20% จากปี 2564 ซึ่งปัจจุบันมียอดขายรอโอน (Backlog) รองรับแล้ว จำนวน 6,220 ล้านบาท หรือคิดเป็น 52% ของเป้าหมายทั้งปี จาก Backlog ที่มีในมือล่าสุดมูลค่ากว่า 12,821 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้ในปี 2566 โดยในปี 2565 จะมีโครงการสร้างเสร็จใหม่ จำนวน 4 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 15,839 ล้านบาท และมีสินค้าพร้อมขาย (สต็อก) มูลค่ารวมประมาณ 28,000 ล้านบาท จาก 34 โครงการ

อนึ่งบริษัทไม่ได้หนี้สินสูงอย่างที่คิด โดยรอบ 4 ปี ตั้งแต่ปี 2561-ปัจจุบัน มีอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E ratio) อยู่ที่ 1.22-1.84 เท่า มีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Net IBD/E ratio) เฉลี่ยอยู่ที่ 0.73-1.18 เท่า

อย่างไรก็ตาม บริษัทมีศักยภาพและความพร้อมทางด้านการเงินในการลงทุนขยายโครงการต่างๆ โดยปัจจุบันมีกระแสเงินสดกว่า 5,000 ล้านบาท และมีแผนออกหุ้นกู้มูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท ในเดือนมกราคม 2565 เพื่อรองรับจังหวะที่สำคัญในการเติบโตของบริษัทต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...