โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

มติบอร์ดประชารัฐ เลิกเกณฑ์ลดหย่อนภาษีเลี้ยงดูพ่อแม่ ตัดสิทธิบัตรสวัสดิการ ชง ครม.เคาะ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 11 มิ.ย. เวลา 11.53 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. เวลา 11.53 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (11 มิ.ย.69) นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม (บอร์ดประชารัฐฯ) ครั้งที่ 7/2569 ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2568 ที่กำหนดให้มีการปรับปรุงเกณฑ์คัดกรองผู้มีสิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงผู้มีความยากจนและผู้เดือดร้อนอย่างแท้จริง

นายวินิจ กล่าวว่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ได้กำหนดนโยบายชัดเจนให้การดำเนินการครั้งนี้มุ่งค้นหาผู้เดือดร้อนและผู้มีความยากจนลำบากอย่างแท้จริงเข้าสู่ระบบสวัสดิการของรัฐ โดยไม่ได้ใช้งบประมาณเป็นตัวตั้ง พร้อมแก้ไขปัญหาที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ซึ่งทำให้กลุ่มเปราะบาง อาทิ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ไม่สามารถเข้าถึงการลงทะเบียนได้

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้หารือใน 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การค้นหาผู้ตกหล่นจากระบบสวัสดิการแห่งรัฐ และการทบทวนเกณฑ์ภาษีกรณีบุตรนำชื่อบิดามารดาไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษี

สำหรับการค้นหาผู้ตกหล่นจากระบบ ได้บูรณาการฐานข้อมูลระหว่างผู้ลงทะเบียนเดิม กับข้อมูลผู้เดือดร้อนของกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยแบ่งการดำเนินการออกเป็น 3 กลุ่ม

กลุ่มแรก คือ ผู้ที่อยู่ในฐานข้อมูลเดิมและได้เข้ามายืนยันสิทธิผ่านช่องทางใหม่ทั้ง 5 ช่องทาง ปัจจุบันมีผู้ยืนยันสิทธิแล้ว 11.28 ล้านราย และผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติแล้วกว่า 10.8 ล้านราย

อย่างไรก็ตาม พบผู้ที่มีปัญหาข้อมูลไม่ถูกต้องจากความคลาดเคลื่อนทางเทคนิคที่ไม่เป็นสาระสำคัญ เช่น การพิมพ์ชื่อ-นามสกุลซ้ำ หรือกรอกเฉพาะชื่อ จำนวนประมาณ 400,000 ราย ซึ่งที่ประชุมมีมติให้แก้ไขข้อมูลโดยอ้างอิงฐานข้อมูลเดิมได้ทันที โดยประชาชนไม่ต้องลงทะเบียนใหม่

ขณะที่ผู้ที่มีข้อมูลผิดพลาดในสาระสำคัญจริงมีเพียง 200 ราย โดยจะประสานธนาคารกรุงไทยและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ลงไปช่วยเหลือและแก้ไขข้อมูลถึงพื้นที่ เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเดินทางมาดำเนินการด้วยตนเอง

กลุ่มที่สอง คือ ผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในฐานข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยและกระทรวง พม. ซึ่งเป็นการดำเนินงานเชิงรุกจากฐานข้อมูลตั้งต้นจำนวน 1,047,520 คน ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว 721,677 คน หรือคิดเป็น 70% ของเป้าหมาย และเหลืออีก 325,843 คนที่อยู่ระหว่างการเร่งตรวจสอบและระบุตัวตน

ส่วนกลุ่มที่สาม เป็นกลุ่มผู้ตกหล่นนอกฐานข้อมูลเดิม ซึ่งจากการสำรวจและการรับแจ้งข้อมูลจากพื้นที่ พบว่ามีผู้ตกหล่นประมาณ 1.5 ล้านคน โดยผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนและไม่มีรายชื่ออยู่ในระบบของกระทรวงมหาดไทย สามารถแจ้งข้อมูลผ่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่ เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดกรองได้ทันที

ทั้งนี้ เมื่อรวมจำนวนผู้เดือดร้อนในกลุ่มที่สอง และกลุ่มที่สาม จะมีรายชื่อเข้าสู่ระบบคัดกรองเพิ่มเติมจำนวน 2,294,909 คน โดยคณะกรรมการกำหนดให้ดำเนินการคัดกรองทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 21 มิถุนายน 2569

ในส่วนของประเด็นการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา ซึ่งก่อนหน้านี้มีข้อกังวลว่าอาจส่งผลให้บิดามารดาถูกตัดสิทธิรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ปี 2569 นั้น ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าจะไม่นำเกณฑ์ดังกล่าวมาใช้ในการคัดกรองครั้งนี้อย่างแน่นอน

“ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า ในวันประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดกรอง จะไม่มีเงื่อนไขเรื่องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีของบุตรมาเป็นเกณฑ์ในการตัดสิทธิ” นายวินิจ กล่าว

นอกจากนี้ คณะกรรมการประชารัฐฯ ยังเตรียมทบทวนหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการคัดกรองทั้งหมดอย่างรอบด้าน ก่อนจัดทำข้อเสนอเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาปรับปรุง แก้ไข หรือยกเลิกหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องในคราวเดียวกัน โดยคาดว่ากระบวนการเสนอ ครม. จะแล้วเสร็จก่อนการประกาศรายชื่อผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอย่างเป็นทางการตามกำหนดเดิม วันที่ 17 กรกฎาคม 2569

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...