ตราดจัดแข่งล่าปลาหมอคางดำ พบตัวใหญ่-มีไข่เต็มปากจำนวนมาก
วันนี้ (5 มิ.ย.2569) สถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ยังคงเป็นปัญหาสำคัญในหลายจังหวัดของประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่แหล่งน้ำธรรมชาติ และพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจ ซึ่งกำลังได้รับผลกระทบจากการขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วของปลาชนิดนี้
ล่าสุดทั้ง จ.ตราด และ จ.นครศรีธรรมราช เร่งดำเนินมาตรการควบคุม และลดจำนวนปลาหมอคางดำ อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันผลกระทบต่อระบบนิเวศและอาชีพของประชาชน
ที่ ต.แหลมกลัด อ.เมือง จ.ตราด สำนักงานประมงจังหวัดตราด ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลแหลมกลัด จัดกิจกรรม "ลงแขก ลงคลอง ล่าปลาหมอคางดำ" โดยมีชาวบ้านจำนวนมาก เข้าร่วม โดยกิจกรรมดังกล่าวมีเป้าหมาย เพื่อลดการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในแหล่งน้ำธรรมชาติ รวมถึงสร้างความเสียหายแก่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่
ระหว่างการดำเนินกิจกรรม ชาวบ้านช่วยกันหว่านแหจับปลาหมอคางดำในคลองท่าน้ำ ม.2 ต.แหลมกลัด พบปลาหมอคางดำขนาดใหญ่จำนวนมากติดแหขึ้นมา และที่น่ากังวลคือหลายตัวมีไข่อยู่เต็มปาก ซึ่งเป็นพฤติกรรมการฟักไข่ของปลาชนิดนี้ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายพันธุ์ที่ยังคงสูง และอาจส่งผลให้จำนวนประชากรปลาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หากไม่มีการควบคุมอย่างจริงจัง
นายกุณสมบัติ ศิริสมบัติ ประมงจังหวัดตราด เปิดเผยว่า เมื่อเปรียบเทียบกับสถานการณ์ในช่วงกลางเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา พบว่าปริมาณปลาหมอคางดำในพื้นที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลจากมาตรการกำจัด และการมีส่วนร่วมของชุมชน อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องเฝ้าระวังและดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการกลับมาระบาดซ้ำ
หลังเสร็จสิ้นการแข่งขัน ชาวบ้านนำปลาหมอคางดำที่จับได้ ไปประกอบอาหารหลากหลายเมนู เช่น ปลาหมอคางดำทอดกรอบ และแป๊ะซะปลาหมอคางดำ นอกจากผู้เข้าร่วมจะได้รับเงินรางวัลและความสนุกสนานจากกิจกรรมแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมการนำปลาหมอคางดำมาใช้ประโยชน์ทางอาหารอีกด้วย โดยกิจกรรมดังกล่าวจะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ควบคู่กับการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการเฝ้าระวัง การควบคุมการแพร่ระบาด และการฟื้นฟูระบบนิเวศในพื้นที่
คางดำรุกใกล้บ่อกุ้งปากพนัง เสียหายหนัก
ขณะที่อีกหนึ่งพื้นที่น่าเป็นห่วงคือ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งพบการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ในแหล่งน้ำใกล้กับบ่อเลี้ยงกุ้งของเกษตรกรใน ต.ท่าพญา โดยชาวบ้านทดลองทอดแหในคูน้ำที่อยู่ติดกับบ่อเลี้ยงกุ้ง และพบปลาหมอคางดำจำนวนมาก ส่งผลให้เจ้าของบ่อกุ้งเกิดความกังวลว่า ปลาอาจหลุดรอดเข้าไปในบ่อเพาะเลี้ยง และสร้างความเสียหายต่อผลผลิต
นายยุคล พรหมปรีดี เจ้าของบ่อกุ้งในพื้นที่ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้จับกุ้งจำหน่ายจากบ่อแห่งหนึ่ง แต่พบว่าจากผลผลิตทั้งหมด มีน้ำหนักกุ้งเพียงประมาณ 600 กิโลกรัม ขณะที่อีกกว่า 400 กิโลกรัมเป็นปลาหมอคางดำที่ปะปนอยู่ในบ่อ สาเหตุคาดว่าเกิดจากช่วงน้ำล้นคันบ่อ ทำให้ปลาหมอคางดำจากภายนอกหลุดเข้ามาอาศัยอยู่ภายในบ่อเลี้ยง ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อการเพาะเลี้ยงกุ้ง และซ้ำเติมสถานการณ์ราคากุ้งที่กำลังตกต่ำอยู่แล้ว
ล่าสุด นายกิตติพงศ์ รองเดช นายอำเภอปากพนัง ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ โดยเฉพาะบริเวณบ่อบำบัดร้างใน ต.ท่าพญา ซึ่งถูกมองว่าอาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สำคัญของปลาหมอคางดำในพื้นที่ พร้อมหารือร่วมกับผู้นำท้องถิ่น เพื่อกำหนดมาตรการเร่งด่วนในการกำจัดและยับยั้งการขยายพันธุ์
เบื้องต้น มีข้อเสนอให้ใช้วิธีช็อตไฟฟ้าในพื้นที่ปิด ภายในบ่อบำบัดร้างดังกล่าว เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่แทบไม่มีสัตว์น้ำชนิดอื่นอาศัยอยู่ หรือมีอยู่ในปริมาณน้อยมาก ซึ่งอาจช่วยกำจัดปลาหมอคางดำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเข้าสู่แหล่งน้ำ และบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของเกษตรกรในอนาคต
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันว่า จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเดินหน้ามาตรการควบคุมประชากรปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องระบบนิเวศ แหล่งน้ำธรรมชาติ และอาชีพของเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
อ่านข่าวอื่น :
มุ่งหน้าเปียงยาง สี จิ้นผิง เตรียมเยือนเกาหลีเหนือครั้งแรกในรอบ 7 ปี
นายกฯ ตั้ง 5 คณะอนุกรรมการลุยปราบอาชญากรรมข้ามชาติ
เอ็นดู “น้องหนึ่ง” เสือลายเมฆเขาเขียว ชาวเน็ตแซวลายคล้ายงูเหลือม