น้ำตาคนแก่ตาบอดวัย 84 โคราช พลาดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ร้องรัฐช่วยด่วน
ชายชราวัย 84 ปี ตาบอดทั้งสองข้าง ในจังหวัดนครราชสีมา หลั่งน้ำตากลางบ้าน หลังพลาดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐจากการไม่เคยลงทะเบียนมาก่อน ทั้งที่หวังใช้ช่วยประทังชีวิตรายวัน ลูกสาววอนรัฐเร่งช่วยเหลือผู้สูงอายุเปราะบางที่มีรายได้น้อยจริง
วันที่ 5 มิ.ย.69 นายพูน พาดทอง อายุ 84 ปี อาศัยอยู่หมู่ 4 ตำบลหัวทะเล อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากภายในเพิงสังกะสีเก่า สภาพความเป็นอยู่ค่อนข้างลำเค็ญ โดยนายพูนตาบอดทั้งสองข้าง ร่างกายไม่แข็งแรง ต้องใช้ไม้เท้าคอยพยุงตัวในการเดินไปมาในแต่ละวันรายได้ประจำที่ได้รับในปัจจุบันมีเพียงเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ 800 บาทเท่านั้น ส่วนสิทธิผู้พิการยังไม่ได้ดำเนินการขอรับ ทำให้การดำรงชีวิตในแต่ละเดือนเต็มไปด้วยความยากลำบาก ต้องอาศัยความช่วยเหลือจากลูกหลานและเพื่อนบ้านเป็นครั้งคราว
ความหวังของชายชราผู้มองไม่เห็นโลกภายนอก คือการได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า "บัตรคนจน" เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ซื้อข้าวสาร อาหารแห้ง และของใช้จำเป็นไว้ประทังชีวิตในบั้นปลาย
หลังทราบข่าวจากสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีการเปิดให้ประชาชนยืนยันสิทธิและลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งผู้ถือสิทธิเดิมและผู้มีสิทธิรายใหม่ นายพูนจึงฝากความหวังไว้กับโครงการนี้ และให้ลูกสาวพาเดินทางไปยังธนาคารเพื่อดำเนินการยืนยันตัวตน แต่เมื่อไปถึง กลับได้รับคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ว่า ในส่วนของนายพูนซึ่งไม่เคยลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาก่อน ถือเป็นผู้สมัครรายใหม่ จึงยังไม่สามารถดำเนินการได้ในรอบนี้ ทันทีที่ทราบคำตอบ ชายชราวัย 84 ปี ถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ เพราะความหวังที่เฝ้ารอมานานต้องถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด
นางสำเริง หาญนอก อายุ 58 ปี ลูกสาวคนโต เปิดเผยว่า ตนพาคุณพ่อไปธนาคารกรุงไทย เพราะเข้าใจจากข่าวที่เผยแพร่ออกมาว่าสามารถไปยืนยันตัวตนได้ทั้งรายเก่าและรายใหม่ เนื่องจากครอบครัวเป็นผู้สูงอายุ จึงอาจติดตามข้อมูลข่าวสารได้ไม่ครบถ้วน
"ของหนูยืนยันตัวตนผ่านได้ปกติ แต่พ่อทำไม่ได้ เพราะเจ้าหน้าที่แจ้งว่ายังไม่เคยลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาก่อน ต้องรอเปิดรอบใหม่ พอพ่อรู้ก็นั่งเงียบก่อนจะร้องไห้ออกมา เพราะแกหวังมาก คิดว่าจะได้สิทธิ์นี้มาช่วยซื้อข้าว ซื้ออาหารไว้กิน"
ลูกสาว กล่าวด้วยน้ำเสียงสะเทือนใจว่า น้ำตาของพ่อไม่ใช่น้ำตาแห่งความน้อยใจใคร แต่เป็นน้ำตาของคนแก่ที่มีความหวังว่าจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แม้เพียงเล็กน้อยในช่วงบั้นปลายชีวิต
"ทุกวันนี้พ่ออยู่ลำบากมาก อยากให้ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยดูแลคนที่ลำบากจริงๆ เพราะพ่อเป็นผู้สูงอายุ ตาบอดทั้งสองข้าง และแทบไม่มีรายได้เลย น้ำตาที่ไหลออกมาเพราะกลัวว่าจะไม่มีโอกาสได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ"
เรื่องราวของนายพูน กลายเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะเปราะบาง ซึ่งยังคงรอคอยความช่วยเหลือจากภาครัฐ เพื่อให้สามารถมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และมีข้าวปลาอาหารประทังชีวิตในแต่ละวันอย่างสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์