พบแล้วอีก 4 ศพนักดำน้ำอิตาลีติดถ้ำน้ำลึกมัลดีฟส์ คาด "เมาไนโตรเจน" ทำหลงทิศ
วันนี้ (19 พ.ค.2569) CNN รายงาน รัฐบาลมัลดีฟส์ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่า ทีมกู้ภัยร่วมกู้นานาชาติสามารถระบุตำแหน่งและพบร่างของผู้สูญหายชาวอิตาลีทั้ง 4 คนได้แล้ว หลังสูญหายภายในถ้ำใต้น้ำบริเวณวาวู อะทอลล์ ระหว่างการดำน้ำสำรวจถ้ำเมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้นักดำน้ำอิตาลีเสียชีวิตรวม 5 คน โดยก่อนหน้านี้สามารถกู้ร่างนักดำน้ำขึ้นมาได้ก่อน 1 คน
ปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันครั้งใหญ่ระหว่างทีมนักดำน้ำสำรวจถ้ำระดับโลกจากเครือข่ายความปลอดภัยการดำน้ำระดับโลกหรือแดน (Divers Alert Network: DAN) ซึ่งเป็นชาวฟินแลนด์ 3 คน และผู้เชี่ยวชาญรายอื่น ๆ ร่วมกับกองกำลังพิทักษ์ชายฝั่งและเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นของมัลดีฟส์ ภายใต้การสนับสนุนอุปกรณ์กู้ภัยทางทะเลขั้นสูงจากสหราชอาณาจักรและประเทศออสเตรเลีย
โมฮาเหม็ด ฮุสเซน ชารีฟ โฆษกรัฐบาลมัลดีฟส์ เปิดเผยว่า ร่างของนักท่องเที่ยวและนักวิชาการชาวอิตาลีทั้ง 4 คน ถูกพบอยู่รวมกันในโถงถ้ำส่วนที่ 3 ซึ่งเป็นส่วนที่กว้างใหญ่ที่สุด และอยู่ลึกที่สุดของระบบถ้ำใต้น้ำแห่งนี้ โดยรายชื่อของผู้เสียชีวิตประกอบไปด้วย
- โมนิกา มอนเตฟัลโคเน รองศาสตราจารย์ด้านนิเวศวิทยาจากมหาวิทยาลัยเจนัว
- จอร์เจีย ซอมมาคัล บุตรสาวของเธอ
- เฟเดริโก กวาลติเอรี นักชีววิทยาทางทะเล
- มูเรียล ออดเดนิโน
ส่วนศพแรกที่ถูกค้นพบตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุบริเวณปากถ้ำคือ จานลูกา เบเนเดตติ ครูฝึกสอนดำน้ำของกลุ่ม ทั้งนี้รายงานระบุว่า มีนักดำน้ำคนที่ 6 ในกลุ่มที่ตัดสินใจไม่ลงน้ำในวันนั้น ทำให้รอดชีวิตจากเหตุการณ์นี้ กลุ่มผู้เสียชีวิตทั้งหมดได้เดินทางมากับเรือท่องเที่ยว "Duke of York" ภายใต้การดูแลของบริษัททัวร์ในอิตาลี
อย่างไรก็ตาม ภารกิจการค้นหาร่างผู้เสียชีวิตในครั้งนี้ ต้องแลกมาด้วยความสูญเสียอันน่าสลดใจ เมื่อ โมฮาเหม็ด มาฮุดฮี อายุ 43 ปี นักดำน้ำระดับอาวุโสและเปี่ยมประสบการณ์ ของกองทัพมัลดีฟส์ ได้เสียชีวิตลงระหว่างการลงไปปฏิบัติหน้าที่ในถ้ำใต้น้ำรอบที่ 2 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (16 พ.ค.)
แพทย์สันนิษฐานว่า สาเหตุเกิดจากสภาวะลดความกดอากาศเฉียบพลัน หรือโรคน้ำหนีบ (Decompression Sickness) เนื่องจากถ้ำใต้น้ำแห่งนี้มีความลึกถึง 70 เมตร ซึ่งเทียบเท่ากับความสูงของตึก 20 ชั้น และมีความยาวถึง 200 เมตร มีสภาพที่มืดมิดสนิท กระแสน้ำไหลเชี่ยวแปรปรวน และมีช่องแคบที่เป็นอันตรายอย่างยิ่ง
พิธีศพของทหารกล้ารายนี้ถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติโดยมี ประธานาธิบดีโมฮาเหม็ด มูอิซซู เดินทางมาร่วมไว้อาลัยด้วยตนเอง ท่ามกลางความโศกเศร้าของชาวมัลดีฟส์
ทางด้าน จอห์น โวลันเธน เจ้าหน้าที่กู้ภัยถ้ำใต้น้ำชาวอังกฤษ ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในฮีโร่ผู้มีบทบาทสำคัญในภารกิจช่วยชีวิตทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี ที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ.2561 ให้ความเห็นว่า อุปสรรคสำคัญที่ทำให้การกู้ภัยครั้งนี้ยากลำบากอย่างยิ่งคือ เรื่องของระดับความลึกและดินตะกอนหนาแน่น ซึ่งหากนักดำน้ำไปสัมผัสถูกผนังหรือพื้นถ้ำ ตะกอนจะฟุ้งกระจายจนทัศนวิสัยกลายเป็นศูนย์ทันที
นอกจากนี้ การลงไปในระดับความลึกขนาดนั้น จะทำให้เกิดสภาวะเนื้อสมองมึนชาจากก๊าซไนโตรเจน (Narcosis) ซึ่งทำให้นักดำน้ำเกิดอาการมึนเมา คล้ายคนขาดสติ และนำไปสู่ความตื่นตระหนก (Panic) จนไม่สามารถหาทางออกจากถ้ำได้ในที่สุด แม้ว่า ครอบครัวของผู้เสียชีวิตจะยืนยันว่า ผู้ตายทุกคนเป็นนักดำน้ำที่มีประสบการณ์สูง และผ่านเหตุการณ์วิกฤตอย่างคลื่นสึนามิปี 2547 มาได้ก็ตาม
ล่าสุด ทางการมัลดีฟส์ได้สั่งระงับใบอนุญาตการเดินเรือของเรือ Duke of York พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนเชิงลึกในประเด็นข้อกฎหมาย เนื่องจากตามกฎหมายของมัลดีฟส์ระบุไว้ชัดเจนว่า ห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวหรือผู้ประกอบการดำน้ำพาณิชย์ดำน้ำลงไปลึกเกินกว่า 30 เมตร แต่ถ้ำแห่งนี้มีปากทางลึกถึง 50 เมตรและก้นถ้ำลึกถึง 70 เมตร
ขณะที่ทนายความของบริษัท อัลบาทรอส ท็อป โบ๊ท ผู้ทำการตลาดให้กับทริปนี้ออกมายืนยันว่า บริษัทไม่มีส่วนรู้เห็นหรืออนุญาตให้กลุ่มผู้ตายลงไปดำน้ำในจุดที่ลึกเกินกฎหมายกำหนด และพบว่า อุปกรณ์ที่กลุ่มผู้ตายใช้ เป็นเพียงอุปกรณ์ดำน้ำเพื่อการนันทนาการทั่วไป ไม่ใช่อุปกรณ์เทคนิคขั้นสูง สำหรับการดำน้ำในถ้ำลึก
ถือเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว และสร้างความสะเทือนใจให้แก่ความสัมพันธ์อันดีระหว่างชาวมัลดีฟส์และชาวอิตาลีเป็นอย่างมาก โดยความคืบหน้าล่าสุดทีมกู้ภัยวางแผนจะดำเนินการกู้ร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมดขึ้นสู่ผิวน้ำภายในสัปดาห์นี้เพื่อส่งกลับประเทศอิตาลีต่อไป
อ่านข่าว :
รวบ อส.สำรอง คนขับกระบะพาพวกปล้นตู้เซฟเงินแสน แรงงานเมียนมา จ.ชุมพร
วันสุดท้าย! เชียงใหม่ชวนสืบสานประเพณีหนึ่งเดียวในไทย "ใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล"