โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เจอ เจ็บ จุก

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

เสียงสะท้อนที่ยังมีออกมาเป็นระยะกลายเป็นเรื่องเศรษฐกิจไทยไม่รู้จะไปทางไหน? เพราะสภาพการณ์ในด้านต่าง ๆ ไม่เอื้อให้สำหรับการลงทุนใหม่ ๆ จึงทำให้ประเทศไทยติดกับดักการลงทุนเป็นเวลาหลายปี ซึ่งทำให้สภาพของประเทศไทยเหมือนซอมบี้เข้าไปทุกที เพราะโอกาสที่บริษัทห้างร้านจะเติบโตแทบมองไม่เห็น ผลสุดท้ายที่ออกมาเลยกลายเป็นว่า “ทรงกับทรุด”ไงล่ะคะ

ที่สำคัญคือ การเติบโตที่วัดออกมาเป็นตัวเลขจีดีพีกลายเป็นของแสลงสำหรับตลาดหุ้นไทยไปเสียแล้ว เพราะตัวเลขบ้านเราเมื่อเทียบกับคนอื่นสู้ไม่ได้เลยและเหตุการณ์แบบนี้ก็ยังดำเนินมาเรื่อย ๆ จนถึงทุกวันนี้ “โมนิก้า” ถึงไม่อยากหวังอะไรไปมากกว่านี้อีกแล้ว เพราะเมื่อเหลือบดูเรื่องการเมืองที่ยังสาดโคลนกันไปมาก็รู้ได้ทันทีว่า อนาคตของประเทศไทยยังมืดมนเหมือนเดิมนะจะบอกให้

ฉะนั้นการที่ดัชนีแกว่งตัวไปมาในกรอบ 1,250-1,300 จุดเป็นเวลานานหลายเดือน น่าจะเป็นสัญญาณที่บอกให้นักเล่นได้รู้ว่า หุ้นไทยมาได้แค่นี้จริง ๆ หลังปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้การยืนปิดที่ระดับ 1,254.09 จุด บวกไป 0.49 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.26 หมื่นล้านบาท มีความเสี่ยงที่จะหลุดกรอบแนวรับด้านล่างสูงเหลือเกิน เพราะมันไม่มีอะไรมาโชว์จริง ๆ พะยะค่ะ

คิดดูแล้วกัน! BTS ซึ่งเคยได้ชื่อเป็นหุ้นที่น่าเล่นในช่วงครึ่งหลังปี 67แต่สุดท้ายก็ปรับตัวขึ้นไปไม่ได้ไกล และร่วงลงมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่ครึ่งหลังปี 68 จนล่าสุดลงมากองอยู่ที่ระดับ 2.18 บาท ลบไป0.08 บาท หรือลงไป3.55% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย120 ล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสัมปทานและผลการดำเนินงานที่ขาดทุน ราคาหุ้นก็เลยทำโลว์ในรอบหลายปีให้เห็นเจ้าค่ะ

ขนาดหุ้นค้าส่งค้าปลีกตัวพ่ออย่าง CPAXT ยังโดนถล่มขายแบบไม่ดูดำดูดีทั้งที่ผลงานก็ไม่ได้แย่เหมือนที่กังวลกัน แถมนักวิเคราะห์ให้ราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่ระดับ 22 บาทกันทั้งนั้น “โมนิก้า” เลยคิดว่า การยืนปิดที่ระดับ 14.80 บาท ลบไป0.70 บาท หรือลงไป4.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย463 ล้านบาท อาจเป็นการปรับตัวลงมากเกินแต่ถ้ามองถึงเรื่องเงินในระบบรากหญ้าฝืดเหลือเกิน ก็น่าเป็นห่วงเจ้าค่ะ

เช่นเดียวกับในรายของ BCH ก็อยู่ในลักษณะโดนทิ้งหนักแบบไม่ใยดีเช่นกัน ทั้งที่การยืนปิดที่ระดับ 9.90 บาท ลบไป0.40 บาท หรือลงไป3.90% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย283 ล้านบาท เป็นราคาที่ถูกแสนถูกเมื่อดูจากราคาเป้าหมายเฉลี่ยที่นักวิเคราะห์ให้ไว้แถว 14 บาทซึ่งทำให้อีฉันสงสัยเหลือเกินว่า เกิดอะไรขึ้นกับการลงทุนในวันนี้ หรือนักลงทุนสถาบันไม่อยากถือหุ้นหมอเหลิมแล้วจ๊ะ

อีกรายที่ออกแนวเสียทรงนานเหลือเกิน เพราะราคาหุ้นไหลลงมาเรื่อย ๆ เป็นเวลา 3 เดือนอีฉันคงมองไปที่หุ้น TIDLOR เพื่อชี้ให้เห็นเรื่องผลกระทบที่เกิดจากความกังวลหนี้เสียซึ่งเป็นผลมาจากกำลังซื้อของผู้คนถดถอย จนทำให้เงินในกระเป๋าผู้คนแฟบลงแบบนี้ ก็เดาได้เลยว่า การยืนปิดที่ระดับ 16.10 บาท ลบไป0.20 บาท หรือลงไป1.25% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย175 ล้านบาท ไม่ใช่จุดต่ำสุดอย่างแน่นอนค่ะ

ปิดท้ายกันที่หุ้นเครื่องซักผ้าอัตโนมัติอย่าง WASH กันสักนิดหนึ่ง หลังพวกนกกระจิบนกกระจาบถามไถ่มาเยอะเหลือเกินว่า ต่อจากนี้ราคาหุ้นจะเป็นเช่นไร? อีฉันเลยขอตอบว่า สภาพตลาดหุ้นแบบนี้..หุ้นจะขึ้นไหวเหรอ? แถมในมุมของความสามารถในการทำกำไร ก็ยังไม่มีอะไรแสดงให้เห็นเป็นรูปธรรมจึงไม่ต้องแปลกใจที่ราคาหุ้นยังยืนหงอยอยู่ที่ 4.24 บาท และยืนต่ำกว่าไอพีโอ 7.50 บาทอีกนานนะตัวเอง

โมนิก้าและทีมงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...