จากนายอำเภอ สู่รองผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี ด้วยประสบการณ์ดูแลชุมชนและสิ่งแวดล้อม มุ่งขับเคลื่อนหมู่เกาะและพื้นที่ทั้งจังหวัด สู่เมืองท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและยั่งยืน
THE STATES TIMES
อัพเดต 09 ธ.ค. 2568 เวลา 05.50 น. • เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2568 เวลา 04.00 น. • Hard News Teamการโยกย้ายแต่งตั้งรองผู้ว่าราชการจังหวัดล็อตใหญ่ปลายปี 2568 ของกระทรวงมหาดไทย เป็นอีกครั้งที่โครงสร้างทีมบริหารจังหวัดทั่วประเทศถูกปรับใหม่ คำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 3512/2568 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ระบุให้ “นายกล้าณรงค์ ยุติธรรม” หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสุราษฎร์ธานี ขึ้นดำรงตำแหน่ง “รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี” มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป
ต่อเนื่องจากนั้น หน่วยงานในจังหวัด อาทิ เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ได้เผยแพร่ข่าวแสดงความยินดีในโอกาสที่เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดคนใหม่ ขณะที่เว็บไซต์จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ปรับปรุงทำเนียบผู้บริหาร ระบุชัดเจนให้ชื่อนายกล้าณรงค์ เป็นหนึ่งในรองผู้ว่าราชการจังหวัดชุดปัจจุบันเคียงข้างผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าฯ อีกหลายท่าน
ก่อนก้าวสู่ตำแหน่งรองผู้ว่าฯ นายกล้าณรงค์สะสมประสบการณ์ยาวนานในฐานะ “คนทำงานแนวหลังของจังหวัด” โดยดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทำหน้าที่สนับสนุนงานผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าฯ ในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาจังหวัด การประสานงานระหว่างส่วนราชการ และงานสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและพระราชพิธี หลายปีที่ผ่านมา เรามักเห็นชื่อของเขาในข่าวประชุมเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยและการถวายความปลอดภัยในวาระสำคัญ รวมถึงการประชุมกับหน่วยงานทหาร-ตำรวจ-สาธารณสุข เพื่อรองรับภารกิจระดับประเทศที่จัดขึ้นในจังหวัดสุราษฎร์ธานี
นอกจากนี้ เขายังเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย มีบทบาทด้านการวางยุทธศาสตร์และประสานการทำงานร่วมกันของหลายจังหวัดในกลุ่ม ทำให้คุ้นเคยกับโจทย์พัฒนาระดับ “กลุ่มจังหวัด” ไม่ใช่เพียงจังหวัดเดียว
ในมุมประสบการณ์ภาคสนาม นายกล้าณรงค์ไม่ใช่เพียงข้าราชการที่อยู่กับโต๊ะประชุมในศาลากลาง แต่เคยทำงานใกล้ชิดประชาชนในฐานะ “นายอำเภอ” ทั้งในพื้นที่ภูเขา-เขื่อน-ป่า และเมืองท่องเที่ยวริมทะเล เขาเคยดำรงตำแหน่งนายอำเภอบ้านตาขุน ซึ่งเป็นอำเภอที่มีเขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) และอุทยานแห่งชาติเขาสกอยู่ในพื้นที่ มีบทบาทเป็นประธานการประชุม “กลุ่ม Line ท้ายเขื่อนเชี่ยวหลาน” เพื่อประสานความร่วมมือในการบริหารจัดการลำน้ำตาปีระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งทำงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นและสาธารณสุขอำเภอในการขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อชุมชน เช่น โครงการ “1 ตำบล 1 ถนนกินได้ปลอดภัยไร้สารพิษ” ที่ส่งเสริมให้ชุมชนปลูกผักปลอดภัยริมถนน ตามแนวคิดพึ่งพาตนเองและรักษาสิ่งแวดล้อม
อีกบทบาทหนึ่งที่สำคัญคือการทำงานในพื้นที่ “เมืองท่องเที่ยว-เกาะยอดฮิต” อย่างเกาะสมุย ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งนายอำเภอเกาะสมุย เขาเป็นผู้แทนอำเภอนำจัดพิธีลอยอังคารเถ้าดอกไม้จันทน์กลางทะเลอ่าวไทย ภายหลังพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งเป็นภารกิจที่ต้องประสานงานทั้งหน่วยงานราชการ กองทัพเรือ ผู้นำศาสนา และประชาชนในพื้นที่ให้เป็นไปอย่างสมพระเกียรติ
นอกจากนี้ ยังมีบทบาทในด้านการบังคับใช้กฎหมายและดูแลความสงบเรียบร้อยในเมืองท่องเที่ยว ทั้งการรณรงค์กิจกรรมจิตอาสา ดูแลชายหาด และการทำงานร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงเพื่อรักษาภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยของแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สำคัญของประเทศ
แม้ข้อมูลรายละเอียดด้านการศึกษาที่เผยแพร่ต่อสาธารณะของนายกล้าณรงค์จะมีไม่มาก แต่จากเส้นทางราชการสะท้อนภาพข้าราชการสายการปกครองที่เติบโตในพื้นที่ภาคใต้อย่างต่อเนื่อง ทั้งในบทบาทนายอำเภอ พื้นที่ทรัพยากรธรรมชาติ-เขื่อน-อุทยาน เมืองท่องเที่ยวทางทะเล และงานยุทธศาสตร์ระดับจังหวัด-กลุ่มจังหวัด ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้เมื่อเขาขยับมารับตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี บทบาท “จากคนทำงานแบ็กออฟฟิศจังหวัด สู่ผู้บริหารเมืองท่องเที่ยว-เกาะยอดฮิต (สมุย-พะงันฯ)” จึงถูกคาดหวังว่าจะช่วยเชื่อมให้ “ข้อมูลและประสบการณ์จากหลังบ้าน” แปลออกมาเป็นการบริหารหน้าเมืองที่สมดุลระหว่างการท่องเที่ยว คุณภาพชีวิตคนท้องถิ่น และการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ หากเขาใช้ความเข้าใจทั้งระบบราชการ งบประมาณ และพื้นที่จริง มาบูรณาการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชนท่องเที่ยว และชุมชนฐานราก สุราษฎร์ธานีย่อมมีโอกาสยกระดับบทบาทเมืองท่องเที่ยวสำคัญของภาคใต้ให้เติบโตอย่างเป็นระบบและยั่งยืนยิ่งขึ้น