เปิดใจเมีย'จ่าเริง'นักรบผู้พลีชีพปราสาทตาควายเผยคำพูดสุดท้าย 'ชาตินี้ขอตายในสนามรบ'
เปิดใจเมีย"จ่าเริง" นักรบผู้พลีชีพปราสาทตาควาย! เผยคำพูดสุดท้าย "ชาตินี้ขอตายในสนามรบ" พี่สาวช็อกร่างหายไร้ร่องรอย หลังปะทะเดือดเขมร
เปิดเบื้องหลังใจเด็ด "จ่าเริง" ทหารกล้าบุรีรัมย์ สละชีพกลางสมรภูมิปราสาทตาควาย เมียร่ำไห้เผยสามีรักอาชีพนักรบสุดหัวใจ เคยลั่นวาจาขอตายในหน้าที่เพื่อชาติ ส่วนพี่สาวสุดช้ำใจ เพื่อนทหารยันโดนถล่มหนักจนต้องถอย พอกลับไปดูร่างน้องชายหายไปอย่างไร้ร่องรอย หวั่นทหารกัมพูชาคุมตัวไป แอบหวังปาฏิหาริย์ให้ยังมีชีวิต
บรรยากาศที่วัดห้วยปอ จ.บุรีรัมย์ เต็มไปด้วยความโศกเศร้า ในงานเตรียมรับศพ "จ่าเริง" จ.ส.อ.สำเริง คลังประโคน ทหารกล้าสังกัด ร.23 พัน 3 ที่เสียชีวิตจากการปะทะกับทหารกัมพูชาบริเวณปราสาทตาควาย โดยภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากที่อยู่กินกันมา 13 ปี เล่าทั้งน้ำตาว่า สามีตนมีหัวใจเป็นนักรบมาตั้งแต่สมัยเป็นทหารเกณฑ์ พอมีโอกาสได้สอบเป็นนายสิบก็ดีใจมาก
ภรรยาเผยคำพูดสุดสะเทือนใจว่า จ่าเริงเคยบอกเสมอว่า "ชาตินี้ขอตายในสนามรบ ส่วนชาติหน้าจะบวชตลอดชีวิต" ซึ่งตนก็ไม่เคยห้ามเพราะรู้ว่าสามีรักชาติและภูมิใจในอาชีพทหารมากที่สุด แม้ตอนนี้จะเสียใจแทบขาดใจ แต่ก็ต้องยอมรับว่าสามีได้ทำตามความตั้งใจที่ประกาศไว้คือการสละชีพเพื่อแผ่นดิน
ด้านพี่สาวของจ่าเริง เล่าข้อมูลสุดระทึกว่า จากการสอบถามเพื่อนทหารที่รบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา ทราบว่านาทีที่จ่าเริงประสบเหตุ เพื่อนทหารบาดเจ็บจึงต้องถอยมารักษาตัวก่อน
แต่พอจะกลับขึ้นไปเอาร่างจ่าเริงลงมา ปรากฏว่าร่างหายไปแล้ว เนื่องจากช่วงนั้นทหารกัมพูชาบุกขึ้นมาจำนวนมาก ทำให้ตอนนี้ทางครอบครัวกังวลใจมากว่าร่างของจ่าเริงอยู่ที่ไหน หรือถูกฝ่ายตรงข้ามคุมตัวไปทำอะไรหรือไม่ ได้แต่สวดมนต์ขอปาฏิหาริย์ให้พบร่างน้องชายเพื่อนำกลับมาประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิด