โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาหาร

ประโยชน์มากมายของ “กระเจี๊ยบเขียว” ที่ทำให้คนญี่ปุ่นหลงรัก

conomi

อัพเดต 08 ก.ย 2568 เวลา 11.02 น. • เผยแพร่ 10 ก.ย 2568 เวลา 00.00 น. • conomi.co

หนึ่งในผักหน้าร้อนยอดนิยมของคนญี่ปุ่นที่มีคุณค่าสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพของระบบย่อยอาหารและช่วยเสริมให้ร่างกายแข็งแรงผ่านพ้นหน้าร้อนไปได้ด้วยดี คือ กระเจี๊ยบเขียวหรือโอคุระ (オクラ) มารู้คุณค่าสารอาหารที่ดีต่อร่างกายของกระเจี๊ยบเขียว วิธีการเตรียมเพื่อลดเมือกหนืด และวิธีการรับประทานเพื่อให้ประโยชน์ต่อร่างกายสูงสุดกันค่ะ

คุณค่าสารอาหารที่ดีต่อร่างกายของกระเจี๊ยบเขียว

1. เส้นใยอาหาร

กระเจี๊ยบอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำได้ที่ทำให้เกิดลักษณะเมือก ได้แก่ กาแลคแตน (Galactan) และเพกติน (Pectin) โดยเส้นใยอาหารดังกล่าวช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ป้องกันและบรรเทาอาการท้องผูก ยับยั้งการดูดซึมคอเลสเตอรอลเข้าสู่ร่างกาย และช่วยป้องกันการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำตาลในเลือด

2. บีต้า แคโรทีน

บีต้า แคโรทีน (Beta-carotene) ช่วยยับยั้งการอักเสบของร่างกายที่เกิดจากการโดนแดดเผา อีกทั้งสารชนิดนี้จะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอในร่างกาย ซึ่งมีผลช่วยให้อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย ได้แก่ ดวงตา ผิวหนัง และระบบภูมิคุ้มกัน เป็นต้น ทำงานได้เป็นปกติ นอกจากนี้ วิตามินเอยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอความแก่ได้ด้วย

3. สารมิวซิเลจ

สารมิวซิเลจ (Mucilage) เป็นสารเมือกที่ช่วยลดการระคายเคืองและอักเสบในระบบทางเดินอาหารรวมถึงกระเพาะอาหาร ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย

4. โพแทสเซียม

โพแทสเซียมที่มีมากในกระเจี๊ยบเขียวมีผลช่วยขับเกลือส่วนเกินออกจากร่างกาย และช่วยชดเชยโพแทสเซียมที่ร่างกายสูญเสียไปทางเหงื่อ จึงช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายอ่อนเพลียและเหนื่อยล้าจากความร้อน

กระเจี๊ยบเขียว

วิธีการเตรียมกระเจี๊ยบเขียวเพื่อลดเมือก

แม้ว่าเมือกที่เกิดจากเส้นใยอาหารชนิดละลายน้ำได้จะมีผลดีต่อร่างกายมากมาย แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบรับประทานกระเจี๊ยบเขียวแบบมีเมือกหนืดมาก ก็มีวิธีการเตรียมที่ช่วยลดเมือก ให้สีสันสวยและเนื้อสัมผัสนุ่มอร่อยได้ดังนี้

1. ใช้มีดหั่นเอาขั้วผลและปอกเอาส่วนกลีบเลี้ยงของกระเจี๊ยบเขียวออก

กระเจี๊ยบเขียว

2. โรยเกลือบนกระเจี๊ยบเขียวเล็กน้อยแล้วคลึงด้วยฝ่ามือเบา ๆ บนเขียง

กระเจี๊ยบเขียว

3. ล้างเอาเกลือออกแล้วนำต้มในน้ำเดือดเป็นเวลาประมาณ 40 -60 วินาที จากนั้นจึงตักแช่น้ำเย็นสักครู่ และวางให้สะเด็ดน้ำบนตะแกรง

กระเจี๊ยบเขียว

4. นำมาหั่นให้มีขนาดที่รับประทานได้ง่าย โดยมีวิธีการรับประทานที่ง่ายดายเพียงเติมโชยุ น้ำมันงาเล็กน้อย และปลาแห้งโบนิโตะลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน

กระเจี๊ยบเขียว

ในทางกลับกันหากต้องการเตรียมให้กระเจี๊ยบเขียวมีเมือกมาก ก็ให้หั่นกระเจี๊ยบเขียวเป็นแว่นบาง ๆ แล้วนำไปต้มในน้ำเดือดหรือน้ำซุป

วิธีการรับประทานเพื่อให้ประโชน์ต่อร่างกายสูงสุด

กระเจี๊ยบเขียวอุดมไปด้วยบีต้า แคโรทีน ซึ่งละลายได้ดีในน้ำมัน การรับประทานร่วมกับน้ำมัน เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันงา และงาบด เป็นต้น จะทำให้ร่างกายดูดซึมบีต้า แคโรทีนเข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้น นอกจากนี้ กระเจี๊ยบเขียวยังอุดมไปด้วยวิตามินบีและซีซึ่งละลายน้ำได้ จึงไม่ควรต้มหรือแช่น้ำนานเกินไป

กระเจี๊ยบเขียว

กระเจี๊ยบเขียวเป็นผักหน้าร้อนยอดนิยมของคนญี่ปุ่นที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของระบบย่อยอาหารและช่วยป้องกันโรคที่เกิดจากการดำเนินชีวิตประจำวัน บ้านเราก็หาซื้อกระเจี๊ยบเขียวได้ง่ายในราคาที่ถูก มารับประทานกระเจี๊ยบเขียวเพื่อช่วยให้มีสุขภาพที่แข็งแรงไปนาน ๆ กันค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก: story.ajinomoto.co.jp

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...