“กองทุนวายุรวมภักษ์หนึ่ง” เตรียมเสนอขายใน ก.ย. 67 วงเงินรวมไม่เกิน 1.5 แสนลบ. ลงทุนขั้นต่ำ 5 พันบาท
กองทุนรวมวายุภักษ์หนึ่ง เตรียมเสนอขายใน ก.ย.67 วงเงินรวมไม่เกิน 1.5 แสนล้านบาท จัดสรรแบบ small lot first ลงทุนขั้นต่ำ 5 พันบาท ผลตอบแทนขั้นต่ำรอคณะกรรมการกำกับฯ ประชุมสรุปอีกครั้ง 16 ส.ค. 67
[caption id="attachment_123477" align="aligncenter" width="1024"]
นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง[/caption]
13 ส.ค. 2567 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สถานการณ์ตลาดทุนไทยในช่วงที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าค่อนข้างผันผวน เนื่องจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ จากปัจจัยความไม่แน่นอนต่างๆ เช่น ความผันผวนของตลาดการเงินโลก และปัญหาหนี้ครัวเรือนภายในประเทศ เป็นต้น โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาพบว่านักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย รวมมูลค่ากว่า 5.3 แสนล้านบาท
ขณะที่มูลค่าการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมถึงมูลค่าการระดมทุนของตลาดตราสารทุนและตราสารหนี้มีอัตราที่ชะลอตัวลง สะท้อนภาพรวมของเศรษฐกิจที่ไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ประชาชนและนักลงทุนสถาบันภายในประเทศ ยังคงมีสภาพคล่องส่วนเกินและมองหาการลงทุนที่สามารถให้ผลตอบแทนที่ดีและมีความมั่นคงในระยะยาว
“แม้จะมีสถานการณ์ดังกล่าว สภาพคล่องในประเทศไทยยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี มีการปล่อยสินเชื่อด้วยความระมัดระวัง ทำให้มีสภาพคล่องเหลืออยู่พอสมควร ซึ่งจากการสำรวจพบว่ สภาพคล่องมีเกินกว่า 23-24 ล้านล้านบาทและหากรวมการปล่อยสินเชื่อแล้วจะมีสภาพคล่องเหลืออยู่ที่ 4-5 ล้านล้านบาท”
ดังนั้นกระทรวงการคลังได้วางแนวทางในการระดมทุนผ่าน “กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง” (“กองทุนฯ”) ประมาณ 1 แสน – 1.5 แสนล้านบาท เพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างบรรยากาศการลงทุน ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติรับทราบแล้ว โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการเสนอขายหน่วยลงทุนประเภท ก. และนำหน่วยลงทุนดังกล่าวเข้าจดทะเบียนเพื่อซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ภายในไตรมาส 3 ของปีนี้ ทั้งนี้แนวทางการลงทุนของกองทุนฯ จะเน้นการลงทุนในบริษัทที่มีผลตอบแทนที่ดีมีความมั่นคงในระยะยาว ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และมีการกำกับดูแลกิจการที่ดี
ทั้งนี้คาดว่าการระดมทุนของกองทุนฯ ในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มทางในเลือกการออมและการลงทุนให้กับประชาชนและนักลงทุนทั่วไปในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ในระดับต่ำ และส่งเสริมให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ผ่านกองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง ซึ่งจะช่วยสร้างแรงกระตุ้นในการลงทุน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศต่อการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
“รัฐบาลได้ออกมาตรการสนับสนุนตลาดทุนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่มาตรการ Thai ESG เพื่อส่งเสริมการออมและการลงทุนระยะยาวในกิจการที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล และล่าสุดได้เตรียมการเสนอขายหน่วยลงทุนประเภท ก. ของกองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง นอกจากนี้กระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างพิจารณาออกมาตรการสนับสนุนตลาดทุนเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องในปีนี้”
นายพิชัย ได้ยกตัวอย่าง การการันตีผลตอบแทนขั้นต่ำ/ขั้นสูงในลักษณะ waterfall ว่า
1. หากมีการคุ้มครองผลตอบแทนขั้นต่ำที่ 3% และ กองทุนมีกำไร 6% นักลงทุนประเภท ก และ ข จะได้ผลตอบแทนที่ 6%
2. หากมีการคุ้มครองผลตอบแทนขั้นสูงที่ไม่เกิน 9% และ กองทุนมีกำไร 10% นักลงทุนประเภท ก จะได้ผลตอบแทนที่ 9% ส่วนที่เหลือจะผลักไปให้หน่วย ข
3. หากมีการคุ้มครองผลตอบแทนขั้นต่ำที่ 3% และกองทุนมีกำไรต่ำกว่า 3% เช่น 2% นักลงทุนประเภท ก จะได้ผลตอบแทนที่ 3% ส่วนหน่วย ข จะได้ต่ำกว่า 2%
“การจัดสรรครั้งนี้จะให้โอกาสรายย่อยก่อน ซึ่งที่ผ่านมารายย่อยจะสนใจประมาณ 30-40% ที่เหลือจะเป็นของสถาบัน โดยจะจัดสรรแบบ small lot first กำหนดลงทุนขั้นต่ำ 5,000 บาท”
[caption id="attachment_123479" align="aligncenter" width="1024"]
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง[/caption]
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับการดำเนินงานของกองทุนรวมวายุภักษ์ กล่าวว่า ในวันนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้รับทราบเกี่ยวกับการเสนอขายหน่วยลงทุนประเภท ก. ของกองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง เป็นที่เรียบร้อย ทั้งนี้ กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง เป็นกองทุนรวมประเภทกองทุนปิดจัดตั้งขึ้นในปี 2546 และได้มีมติแปรสภาพเป็นกองทุนเปิดเมื่อปี 2556
โดยมีวัตถุประสงค์หลักที่จะบริหารจัดการหลักทรัพย์ที่รัฐถือครองให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืนในระยะยาวและมั่นคง ลงทุนในกิจการที่มีความจำเป็นและเป็นประโยชน์ต่อประเทศในเชิงเศรษฐกิจและจำเป็นต้องการการส่งเสริมจากภาครัฐ ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาตลาดเงินและตลาดทุนของประเทศ และเพิ่มทางเลือกในการออมและการลงทุนให้แก่ประชาชน โดยกองทุนฯ มีหน่วยลงทุน 2 ประเภทคือหน่วยลงทุนประเภท ก. และประเภท ข. ปัจจุบันกองทุนฯ มีเพียงหน่วยลงทุนประเภท ข. และกำลังจะระดมทุนโดยเสนอขายหน่วยลงทุนประเภท ก. ต่อผู้ลงทุนทั่วไป
โดยหน่วยลงทุนประเภท ก. ซึ่งมีระยะเวลาการลงทุนเบื้องต้นของหน่วยลงทุนประเภท ก. ที่ 10 ปี จะเสนอขายแก่นักลงทุนทั่วไปและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ก. จะได้รับเงินปันผลในแต่ละปีตามอัตราผลตอบแทนที่เกิดขึ้นจริงของกองทุนฯ แต่ไม่น้อยกว่าอัตราผลตอบแทนขั้นต่ำ และไม่เกินกว่าอัตราผลตอบแทนขั้นสูง
ทั้งนี้อัตราผลตอบแทนขั้นต่ำและขั้นสูงดังกล่าวจะเป็นอัตราคงที่ตลอด 10 ปี นอกจากนี้ กองทุนฯ จะมีกลไกคุ้มครองเงินลงทุนของหน่วยลงทุนประเภท ก. โดยจะมีสิทธิได้รับชำระคืนเงินลงทุน ตามแนวทางการชำระคืนเงินลงทุนที่มีลักษณะเป็น water fall และมีการกำหนดสัดส่วนมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนฯ ต่อเงินลงทุนของหน่วยลงทุนประเภท ก. และมาตรการต่างๆ เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนประเภท ก. หากสัดส่วนดังกล่าวลดลง
ขณะที่แนวทางการลงทุนของกองทุนฯ นั้น จะเข้าลงทุนในหลักทรัพย์ทั้งแบบเชิงรุก (Active Investment) และแบบเชิงรับ (Passive Investment) โดยส่วนใหญ่จะลงทุนในตราสารทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เน้นการลงทุนในบริษัทที่มีผลตอบแทนที่ดี มีความมั่นคงในระยะยาว ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และมีการกำกับดูแลกิจการที่ดี ในขั้นตอนถัดไปจะมีการสำรวจความเห็นของนักลงทุนสถาบันเพื่อกำหนดอัตราผลตอบแทนขั้นต่ำ และอัตราผลตอบแทนขั้นสูง กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการดำเนินการเสนอขายหน่วยลงทุน ช่องทางการเสนอขายหน่วยลงทุน และสัดส่วนการเสนอขายต่อผู้ลงทุนแต่ละประเภท
นอกจากนี้ กองทุนฯ ต้องประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และหน่วยงานต่างๆ ในการดำเนินการในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามกฎระเบียบ รวมทั้งจะมีการนำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุนประเภทต่างๆ โดยเฉพาะนักลงทุนรายย่อย เพื่อให้การระดมทุนครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
ทั้งนี้ปัจจุบันกองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกว่า 300,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 15 ภายหลังแปรสภาพกองทุนเมื่อปี 2556 โดยมีการลงทุนส่วนใหญ่ในตราสารทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และบางส่วนลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น ซึ่งในช่วงที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้รับเงินปันผลจากกองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง กว่า 40,000 ล้านบาท โดยกองทุนฯ มีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการกองทุน
“การการันตีอัตราผลตอบแทนจะอยู่ที่เท่าไรต้องรอการประชุมคณะกรรมการกำกับฯ ในวันศุกร์นี้ จุดเด่นของการลงทุนประเภท ก คือการคุ้มครองผู้ลงทุน โดยรายละเอียดทั้งหมดจะอยู่ในหนังสือชี้ชวนที่จะออกมาในช่วงปลายเดือน ก.ย. 67”
[caption id="attachment_123480" align="aligncenter" width="1024"]
ศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)[/caption]
ศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ก.ล.ต. มีบทบาทสำคัญในการดูแลและส่งเสริมให้ตลาดทุนไทยเติบโตอย่างมั่นคงมีประสิทธิภาพ ยั่งยืน และเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน สนับสนุนการลงทุนในกองทุนรวม มีมาตรการให้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนอย่างโปร่งใส เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างรอบคอบ และมีการตรวจสอบและติดตามการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการทุจริตและการกระทำที่ไม่เป็นธรรม ตลอดจนให้ความรู้เกี่ยวกับการลงทุนในกองทุนรวม เพื่อให้ผู้ลงทุนทั่วไปเข้าใจและตัดสินใจลงทุนได้อย่างถูกต้อง
โดย ก.ล.ต.พร้อมให้การสนับสนุน กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง เพื่อให้สามารถระดมทุนจากนักลงทุนทั่วไป ผ่านการเสนอขายหน่วยลงทุนประเภท ก. ได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ รวมถึงทบทวนกฎเกณฑ์ต่างๆ ให้เหมาะสมสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการระดมทุนของกองทุนฯ
นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ต.ล.ท.) กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ เชื่อมั่นว่า ด้วยนโยบายของกองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง ในการเข้าลงทุนในหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะช่วยเสริมสร้างบรรยากาศการลงทุน และสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนไทยและต่างชาติ เข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้น
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิด 3 ปัจจัย “กองทุนวายุภักษ์ 1” น่าสนใจลงทุน
นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ปัจจุบันการลงทุนในตลาดทุน มีความผันผวนเป็นอย่างมาก ทั้งในเรื่องของผลตอบแทน และดอกเบี้ย นักลงทุนจึงหาช่องทางในการลงทุนเพิ่มมากขึ้น โดยกระทรวงการคลังได้วางแนวทางในการระดมทุนผ่าน “กองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง” เพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างบรรยากาศการลงทุน
ทั้งนี้ นายภากร กล่าวถึง 3 ปัจจัยที่ “กองทุนรวมวายุภักษ์หนึ่ง” น่าลงทุน ได้แก่
1. โครงสร้างของกองทุน โดยกองทุนรวมวายุภักษ์ เป็นกองทุนที่ลงทุนที่หลากหลายประเภท การันตีผลตอบแทนขั้นต่ำ และขั้นสูง ดังนั้นความเสี่ยงกองทุนดังกล่าว น่ายอมรับในช่วงที่ตลาดผันผวน
2. การลงทุนช่วงเวลานี้เป็นเวลาที่น่าสนใจ การเข้ามาลงทุนในตอนนี้น่าจะเหมาะสมเมื่อเทียบกับอดีต เพราะได้ของถูกในระดับราคาปัจจุบัน
3. โครงสร้างของนักลงทุน สามารถซื้อได้หลายประเภท แต่กลุ่มนักลงทุนที่จะได้ซื้อก่อน คือ นักลงทุนรายย่อย และค่อยนำมาขายกองใหญ่ ดึงดูดให้นักลงทุนรายย่อยเป็นอย่างมาก ที่แสวงหาทางเลือกในการลงทุน ด้วยข้อดีนี้ทำให้กองทุนนี้มีความน่าสนใจในการลงทุน
นายภากร กล่าวว่า ปัจจุบันนักลงทุนรายย่อยและสถาบันในประเทศมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น โดยตลาดทุนไทยมีผลกระทบเกิดขึ้น นักลงทุนในประเทศมีสัดส่วนลดลง ทำให้สัดส่วนนักลงทุนต่างชาติมีมากกว่า
ดังนั้นการมีกองทุนดังกล่าว ทำให้นักลงทุนรายย่อยและสถาบันมีกำลังเข้ามาลงทุนในตลาดทุนไทยมากขึ้น เนื่องจากสภาพคล่องยังมีอยู่ รวมถึงกองทุนนี้มีการการันตีผลตอบแทนขั้นต่ำ ทำให้มีความน่าสนใจ และเกิดความเชื่อมั่นที่ดีในตลาด
นายภากร กล่าวว่าปี 2566 ที่ผ่านมา บลจ.ได้ออก Thai ESG Fund และได้รับความสนใจจากนักลงทุนหน้าใหม่เข้ามาจำนวนมาก และครั้งนี้มั่นใจว่าจะมีนักลงทุนเข้ามาเพิ่มขึ้น ภายหลังจากหน่วยลงทุนของกองทุนวายุภักษ์ได้เปิดเสนอขาย