โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

ผู้กำกับเผย บทดั้งเดิมของ 'John Wick' จะสังหารผู้ร้ายแค่ 4 คน: แต่ท้ายที่สุดปรับเป็น 77 คน

BT Beartai

อัพเดต 23 ต.ค. 2567 เวลา 05.05 น. • เผยแพร่ 22 ต.ค. 2567 เวลา 07.55 น.
ผู้กำกับเผย บทดั้งเดิมของ 'John Wick' จะสังหารผู้ร้ายแค่ 4 คน: แต่ท้ายที่สุดปรับเป็น 77 คน

แชด สตาเฮลสกี (Chad Stahelski) ผู้กำกับ ‘John Wick’ ทั้ง 4 ภาค ได้ให้สัมภาษณ์กับ Business Insider เพื่อฉลองครบรอบ 10 ปี ภาพยนตร์ ‘John Wick’ ต้นฉบับ ที่เข้าฉายครั้งแรกเมื่อปี 2014 ซึ่งเขาได้กำกับร่วมกับ เดวิด ลิตช์ (David Leitch)

สตาเฮลสกีได้กล่าวถึงจุดเริ่มต้นที่เขาได้เข้ามามีส่วนร่วมพัฒนาโปรเจกต์นี้ว่า คีอานู รีฟส์ (Keanu Reeves) ที่เขาแสดงบทสตันต์แทนใน ‘The Matrix’ (1999), ‘The Matrix: Reloaded’ (2003) และ ‘The Matrix: Revolution’ (2003) ได้นำบทดั้งเดิมที่เขียนโดย ดีเร็ค โคลสตาด (Derek Kolstad) มาให้ ซึ่งมันต่างจากเวอร์ชันสุดท้ายที่ปรากฏบนจอภาพยนตร์มาก

เขากล่าวว่า บทดั้งเดิมนั้นมีการสังหารผู้ร้ายเพียงแค่ 4 คนเท่านั้น และตัวละคร จอห์น วิค (รับบทโดยรีฟส์) จะเป็นอดีตทหารฝีมือฉกาจในช่วงสงครามเย็น และโทนเรื่องดูเหมือนจะเป็นแนวระทึกขวัญมากกว่าแอ็กชัน

ตอนนั้นผมไม่ได้คุยกับรีฟส์ราว 2 – 3 เดือนเห็นจะได้ แล้วเข้าก็โทรหาผมและบอกว่า "ผมได้บทนี้มา มันยังไม่สมบูรณ์ แต่ผมอยากให้คุณอ่านมันมาก ๆ มันเป็นสิ่งที่ผมคิดว่าจะทำ" แล้วเขาก็ส่งบทซึ่งมีชื่อดั้งเดิมว่า "Scorn" มาให้ผม

มันเป็นบทที่สั้นมาก มีเพียง 65 – 75 หน้า เท่านั้น ตอนนั้นผมคิดว่าน่าจะมีการสังหารผู้ร้ายเพียง 4 คน แล้วก็มีการกล่าวถึงสุนัขและ The Continental ในเวอร์ชันที่ให้ความรู้สึกเหมือนช่วงสงครามเย็น โดยตัวละครหลักเป็นอดีตทหารจากยุคสงครามเย็น มันเป็นบทที่เรียบง่ายและจริงจังมาก

John Wick (2014)

‘John Wick’ ภาคแรก จากการพัฒนาร่วมกันของสตาเฮลสกีและลิตช์ ได้เข้าฉายเมื่อปี 2014 โดยให้รีฟส์รับบทเป็นอดีตนักฆ่าที่ตามล้างแค้นให้กับสุนัขที่ถูกฆ่า ซึ่งท้ายที่สุดวิคได้สังหารผู้ร้ายไปถึง 77 คน และหากนับรวมในภาพยนตร์ทั้ง 4 ภาค จะพบว่าวิคได้สังหารผู้รายไปถึง 439 คน

‘John Wick’ มาพร้อมการออกแบบฉากแอ็กชันสไตล์ใหม่ เรียกว่า “Gun-Fu”, งานภาพในสไตล์ฟิล์มนัวร์ และการถ่ายภาพที่นิ่ง เน้นให้ผู้ชมเห็นฉากแอ็กชันได้ชัดเจนที่สุด ซึ่งเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับภาพยนตร์แอ็กชันฮอลลีวูดเรื่องต่อ ๆ มา ต่างจากภาพยนตร์แอ็กชันในต้นจนถึงกลางยุค 2000s ที่เน้นการถ่ายภาพที่สั่นไหว และการตัดต่อที่ฉับไว

ด้วยความสำเร็จเกิดคาด ทำให้สตูดิโอ Lionsgate เปิดไฟเขียวให้สร้างภาคต่ออีก 3 ภาค ซึ่งล้วนแล้วแต่ได้รับคำชมและทำรายได้อย่างน่าประทับใจ โดยเฉพาะ ‘John Wick: Chapter 4’ (2023) ซึ่งเป็นภาคที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มีการออกแบบฉากแอ็กชันที่ซับซ้อนและสวยงามมากที่สุด อีกทั้งยังได้คะแนนวิจารณ์บน Rotten Tomatoes สูงถึง 94% จากนักวิจารณ์ 383 คน และทำรายได้ทั่วโลกไป 440.2 ล้านเหรียญ จากทุนสร้าง 100 ล้านเหรียญ

‘John Wick: Chapter 4’ (2023)

ในขณะนี้ จักรวาล ‘John Wick’ ได้รับการขยายเรื่องราวออกไปให้กว้างขึ้น โดย ‘Ballerina’ ภาพยนตร์ภาคแยกเรื่องแรกในจักรวาลนี้ จะเข้าฉายในปี 2025 แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่มีรายงานยืนยันว่า สตาเฮลสกีและรีฟส์จะกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งหรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...