โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

LINE เปิดกลยุทธ์ใหม่ช่วยร้านค้าไทย แข่งขันได้ ขายคล่อง หลังสภาพเงินในกระเป๋า ทำคนคิดหนักก่อนจ่าย

Thairath Money

อัพเดต 02 ต.ค. 2567 เวลา 11.32 น. • เผยแพร่ 02 ต.ค. 2567 เวลา 11.32 น.
ภาพไฮไลต์

หลายปีที่ผ่านมา GDP ของไทยเติบโตแบบผันผวน มีผลมาจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ โดยในปี 2024 นี้คาดว่าจะมีการฟื้นตัวด้วยอัตราการเติบโตประมาณ 2.3-2.6% จากภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคในประเทศที่แข็งแรงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ด้วยหนี้ครัวเรือนที่มีสัดส่วนสูงกว่า 90% รวมไปถึงปัจจัยลบจากภายนอกประเทศ ทั้งเรื่องของความตึงเครียดทางสงครามการค้าระหว่างประเทศมหาอำนาจ ไปจนถึงการทะลักเข้ามาของสินค้าจีนในอาเซียน ส่งผลให้ธุรกิจต่าง ๆ ในประเทศไทยกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจด้วยเช่นกัน

LINE นับว่าเป็นอีกแพลตฟอร์มหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการนำมาใช้เพื่อดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะกับ SME ไทย ที่ปัจจุบันพบว่า มียอดการเปิดบัญชี LINE Official Account หรือบัญชีทางการร้านค้าออนไลน์อยู่ที่กว่า 6 ล้านบัญชี อีกทั้งยังใช้เครื่องมืออย่าง LINE Ads มาเป็นโซลูชันเพื่อช่วยส่งเสริมการขายอีกด้วย

จึงเป็นที่มาให้ LINE ประเทศไทย จัดงาน “THAILAND NOW & NEXT: Thriving Through the Economic Instability” งานสัมมนาทางธุรกิจ ที่เปิดให้ธุรกิจและแบรนด์ของไทยเข้าร่วมเจาะลึกแนวโน้มเศรษฐกิจ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกของการทำธุรกิจบน LINE เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างกลยุทธ์ใหม่ นำพาธุรกิจเติบโตต่อได้อย่างยั่งยืน

รัฐธีร์ ฉัตรดำรงค์ศักดิ์ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการพาณิชย์ LINE ประเทศไทย กล่าวว่า “เทรนด์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง ภาคธุรกิจไทยจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ รับรู้ข้อมูล และปรับตัวอย่างทันท่วงที่ การใช้ประโยชน์จากข้อมูลและเทคโนโลยีจะเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยให้แบรนด์เติบโตและอยู่รอด ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง LINE พร้อมที่จะเป็นแพลตฟอร์มหลักสำหรับภาคธุรกิจไทย ในการนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับตัว อยู่รอด และเติบโตอย่างมั่นคง ในยุคที่การแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว”

LINE เปิดกลยุทธ์ใหม่ ช่วยร้านค้าไทยขายคล่อง และให้ลูกค้าเข้าถึงง่าย

ภายในงาน วีระ เกษตรสินรองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ LINE ประเทศไทย ได้เผยถึงแนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพของเครื่องมือ โดยโซลูชันที่น่าสนใจบน LINE ที่จะมีการพัฒนาภายในปี 2024-2025 นี้ ได้แก่

  • ร้านค้ากำหนด Targets ได้ละเอียดขึ้น: เพิ่มรูปแบบใหม่และเพิ่มตัวเลือกในการระบุกลุ่มเป้าหมายที่ละเอียด และครอบคลุมมากขึ้น โดยเปิดให้แบรนด์สามารถระบุกลุ่มเป้าหมายตามความสนใจในกลุ่มผู้ติดตามบน LINE OA ได้แล้ว และจะมีการขยายไปสู่กลุ่มผู้ใช้งาน LINE OpenChat ให้ผู้ใช้งานบริการอื่น ๆ บน LINE รวมถึง LINE TODAY สามารถใช้งานได้ในอนาคต

  • ร้านค้าบริหารจัดการ Data ได้เอง: ฟีเจอร์นี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ Data ได้ดีและสะดวกยิ่งขึ้นด้วย “MyCustomer” ผ่านฟีเจอร์ใหม่ ๆ เช่น การจับคู่ข้อมูลด้านโปรไฟล์ของลูกค้ากับผู้ติดตามใน LINE OA การมีระบบอัตโนมัติมาช่วยดำเนินงานการตลาดให้ การเชื่อมต่อข้อมูลกับระบบภายนอกได้ และการออกแบบกลุ่มเป้าหมายโดยให้ AI มาเป็นเครื่องมือช่วยคาดการณ์ ในขณะที่ “MyCustomer | CRM” มีแผนเปิดกว้างการเชื่อมต่อกับช่องทางการขายอื่น ๆ มากขึ้น รวมไปถึงกับแอปฯ LINE MAN ที่จะมีการเพิ่มฟังก์ชันให้สามารถสร้างกิจกรรมพิเศษตามกลุ่มเป้าหมายเฉพาะได้

  • ร้านค้าติดตามผลแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคได้: จะเดินหน้าผลักดันการใช้งาน Conversion API เพื่อช่วยแบรนด์เพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามผลพฤติกรรมผู้บริโภคได้แม่นยำ ครอบคลุมขึ้นกว่าเดิม เน้นไปที่ MyCustomer API, LINE SHOPPING API และ Mini App ช่วยให้แบรนด์สามารถใช้เทคโนโลยีบน LINE สร้างการเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพมากขึ้นในอนาคต

LINE ยังคงสานต่อจุดมุ่งหมายในการเป็นแพลตฟอร์มเปิดเพื่อคนไทย เปิดโอกาสให้ทั้งภาคธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างบริการดิจิทัลที่ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจที่แตกต่างกันไป และนักพัฒนาเข้ามามีบทบาทในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อร่วมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจดิจิทัลโดยรวม นอกจากนั้น ยังมุ่งช่วยให้ธุรกิจและแบรนด์เดินหน้าเติบโตต่อได้ในระยะยาวท่ามกลางความไม่แน่นอน ด้วยทิศทางการพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อภาคธุรกิจในอนาคต

4 แนวโน้มกลยุทธ์ธุรกิจบน LINE

จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป หลายธุรกิจได้ตระหนักและปรับกลยุทธ์เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลง ศรีสุภาคย์ อารีวณิชกุล ผู้อำนวยการธุรกิจองค์กร LINE ประเทศไทย เผยข้อมูลเชิงลึกการใช้งาน Data บนแพลตฟอร์ม LINE ของธุรกิจต่าง ๆ ในไทยที่น่าสนใจตลอดช่วงปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวเสริมกลยุทธ์ใหม่โดยใช้ Data เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป โดยสามารถสรุปเป็น 4 กลยุทธ์ ดังนี้

  • ใช้ช่องทางโฆษณาแบบผสมผสาน (Omni-Media): ใช้ทั้งช่องทางโฆษณาแบบ Reservation เพื่อเข้าถึงระดับ Mass ควบคู่ไปกับ ช่องทางโฆษณาบน LINE Ads เพื่อระบุกลุ่มเป้าหมายแบบเฉพาะเจาะจง ช่วยให้แบรนด์สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณาได้ดีขึ้น

  • ใช้กลุ่มเป้าหมายใหม่ในการยิงโฆษณา: โดยธุรกิจในปัจจุบันจะเลือกทดลองยิงโฆษณากับกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ นอกเหนือจากกลุ่มเป้าหมายเดิมที่เคยเลือกใช้ เพื่อขยายฐานผู้มีแนวโน้มสนใจสินค้าของแบรนด์ได้กว้างและครอบคลุมขึ้น

  • ให้ความสำคัญกับ First Party Data: โดยใช้เครื่องมือ MyCustomer ทำหน้าที่เป็นถังเก็บ รวบรวม และบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อนำมาจำแนก แบ่งกลุ่มเป้าหมาย และวิเคราะห์เพื่อทำการสื่อสารด้านการตลาดแบบเฉพาะเจาะจง ยกตัวอย่างเช่น บัญชีทางการของธนาคารบนไลน์ ที่จะมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือข้อมูลที่น่าสนใจ ซึ่งจะเลือกส่งข้อมูลที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น และแต่ละคนก็จะได้รับข้อมูลที่แตกต่างกันไป อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่แบรนด์ไม่มีข้อมูล First Party Data เป็นของตนเอง ก็สามารถใช้ Mission Stickers มาเป็นกลยุทธ์เสริมได้

  • สร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคล (Personalization): ด้วยการเอา Data มาจำแนก แบ่งกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างประสบการณ์ นำเสนอคอนเทนต์ให้ตรงกลุ่ม ตรงใจ ตรงการใช้งานจริงของแต่ละคน เช่น ธุรกิจยานยนต์ ที่มีการยิงโฆษณาด้วยเนื้อหาที่แตกต่างกันไปยังกลุ่มลูกค้าตามระดับความสนใจซื้อธุรกิจค้าปลีกและธุรกิจการเงินที่มีการแสดงผล Rich Menu บน LINE OA แตกต่างกันไปตามระดับสมาชิกของลูกค้าแต่ละคน เป็นต้น

4 แนวโน้มผู้บริโภคไทยปี 2024-2025

จากหัวข้อ “Unfolding Consumer Insights in a Challenging Thailand” นำเสนอโดย ชินตา ศรีจินตอังกูร Thailand Site Leader บริษัท นีลเส็นไอคิว (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านวิจัยตลาด ได้เผยแนวโน้มเทรนด์ผู้บริโภคที่น่าสนใจในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยสามารถแบ่งได้เป็น 5 แนวโน้ม ดังนี้

  • ผู้บริโภคคิดหนักก่อนซื้อ: ด้วยสภาวะทางเศรษฐกิจที่ไม่มั่นคง พบ 35% ของผู้บริโภคในปัจจุบันมีสภาพการเงินแย่ลงจากปีก่อนหน้า และจากภาวะเงินเฟ้อทำให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าที่มีความคุ้มค่ากับราคามากขึ้น โดยจะคำนึงถึง “คุณค่า” ของสินค้าเป็นหลัก และพร้อมที่จะทดลองแบรนด์ใหม่ ๆ เสมอถ้ามีราคาที่เหมาะสมกว่า

  • สถานะทางการเงินยังแตกต่างกันในหลายกลุ่ม: พบว่า มีคนไทยเพียง 20% จากการสำรวจที่ไม่ได้รับผลกระทบทางการเงิน และในสัดส่วนที่เหลือยังคงระมัดระวังในเรื่องของการใช้จ่าย ส่งผลให้มีเทรนด์หางานเสริมเกิดขึ้น ขณะเดียวกันในการจับจ่ายใช้สอย คนก็มักจะวางแผนก่อนซื้อเสมอ

  • ไม่ได้เลือกสินค้าแค่จากราคา: นอกจากเรื่องราคาแล้ว ผู้บริโภคยังให้ความสำคัญกับคุณค่าอื่น ๆ ที่จะเกิดขึ้น โดยจะเฉพาะจากเรื่องของ “ส่วนลด” แล้ว บางครั้งยังเลือกแบรนด์ใหม่ ตอบโจทย์สุขภาพ ความยั่งยืน และบางครั้งเลือกสินค้าโฮมเมด

  • ใช้เทคฯ แต่ระวังเรื่องความปลอดภัย: ปัจจุบันลูกค้าเลือกแบรนด์ที่ตอบโจทย์ทั้งออนไลน์ และออฟไลน์หน้าร้านที่เชื่อมต่อกันได้ แต่ขณะเดียวกัน หากร้านมีการนำเอาเทคโนโลยีอย่างเช่น AI เข้ามาใช้งาน ลูกค้ายังเลือกที่จะรอเพื่อโต้ตอบกับคนมากกว่า และระวังในการให้ข้อมูลมากขึ้น

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : LINE เปิดกลยุทธ์ใหม่ช่วยร้านค้าไทย แข่งขันได้ ขายคล่อง หลังสภาพเงินในกระเป๋า ทำคนคิดหนักก่อนจ่าย

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...