โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

MARLENE MOLERO SUÁREZ ผู้ก่อตั้ง ELSA แพลตฟอร์มรายงานเคส Sexual Harassment ในที่ทำงานแบบไม่เปิดเผยตัวตน เพื่อให้บริษัทนำข้อมูลไปออกแบบนโยบายป้องกันอย่างตรงจุด

Mirror Thailand

อัพเดต 10 มิ.ย. 2567 เวลา 07.06 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2567 เวลา 07.06 น.
ภาพไฮไลต์

ในพื้นที่ใดก็ตามที่มีความสัมพันธ์เชิงอำนาจอยู่ Sexual Harassment ก็ยังคงเป็นความเสี่ยงหนึ่งที่ผู้มีอำนาจน้อยกว่าต้องเผชิญ และแม้สังคมจะตระหนักรู้เรื่องนี้กันมากขึ้นแล้ว แต่ในความเป็นจริง ผู้ถูกกระทำจำนวนมากก็ยังคงไม่กล้ารายงานเรื่องนี้ ด้วยเหตุผลหลักคือ “ความกลัว” ในผลกระทบที่อาจตามมา

ตัวเลขจากประเทศแถบลาตินอเมริการะบุว่า ผู้หญิงกว่า 1 ใน 3 ล้วนแต่เคยเผชิญการถูกคุกคามทางเพศในที่ทำงาน แต่มีเพียง 1% เท่านั้นที่ตัดสินใจรายงานเรื่องนี้กับนายจ้าง เพราะกลัวว่าเมื่อทำให้เป็นเรื่องใหญ่แล้วจะถูกกลั่นแกล้งในภายหลังจากผู้กระทำ หรือกลัวว่าจะส่งผลต่อบรรยากาศการทำงาน หรือกระทั่งส่งผลต่อการเติบโตในสายงาน เพราะในโลกแห่งความเป็นจริงเราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเรื่องนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในแทบทุกๆ วงการ โดยไม่มีใครรับประกันว่าในอนาคตตัวผู้รายงานจะไม่ต้องเผชิญกับความอยุติธรรมเหล่านี้เพียงลำพัง

และสำหรับผู้หญิงคนหนึ่งที่ริเริ่มแก้ไขเรื่องนี้และทำได้สำเร็จ เธอมองว่า “มันไม่ใช่แค่การบอกให้คนเลิกกลัว ในเมื่อความกลัวมันมีอยู่จริง แต่เราจะหาทางออกให้กับคนที่กลัว และทำให้มันเวิร์กกับทุกคน”

เจ้าของประโยคด้านบนนี้คือ มาร์ลีน โมเลโร ซัวเรส (Marlene Molero Suarez) จากประเทศเปรู ผู้ก่อตั้ง ELSA แพลตฟอร์มสำหรับรายงานเคสการคุกคามทางเพศในที่ทำงานโดยไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตน แต่จะใช้ข้อมูลที่หลายๆ คนร่วมกันรายงาน ไปทำงานต่อโดยตรงกับบริษัทหรือองค์กรที่พวกเธอหรือเขาทำงานอยู่แทน

ข้อมูลจาก ELSA จะไม่ใช่การรายงานโดยระบุว่า นางสาว A ถูก นาย B คุกคามทางเพศอย่างไรบ้าง หรือ นาย C ถูกนาย D คุกคามทางเพศวันที่เท่าไร แต่เป็นการใช้ตัวเลขยืนยัน เช่นว่า “24% ของผู้หญิงในองค์กร มองว่าตัวเองถูกคุกคามทางเพศ อย่างไรบ้าง” หรือ “30% ของคนทำงาน ถูกแตะเนื้อต้องตัวระหว่างทำงานจากผู้ร่วมงาน ไม่ว่าพวกเธอจะแต่งตัวมาทำงานอย่างไรก็ตาม” หรือ “ในแผนกนี้ ที่ห้องนี้ เป็นพื้นที่ที่คนมักถูกคุกคามทางเพศ” ฯลฯ ข้อมูลตัวเลขและรูปการณ์เหล่านี้ จะทำให้บริษัทหรือองค์กรมองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้ชัดเจนขึ้น และสามารถออกแบบนโยบายป้องกันได้อย่างตรงจุด โดยที่บางทีผู้ถูกกระทำไม่จำเป็นต้องเผชิญกับคำถามอย่าง “จริงเหรอ?” หรือ “แล้วทำไมก่อนหน้านี้ไม่พูดอะไร?” ฯลฯ ที่แน่นอนว่าสร้างความลำบากใจต่อผู้ที่ต้องตอบคำถาม

“ที่ผ่านมาเรื่อง Sexual Harassment ในที่ทำงานคือปัญหาที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรม หรือถูกทำเป็นมองไม่เห็น เพราะไม่มีใครรายงานเรื่องนี้ และเมื่อเราใช้ข้อมูลตัวเลขทำให้ปัญหามันถูกมองเห็นขึ้นมา เราก็จะเปลี่ยนคำตอบที่บริษัทหรือองค์กรจะมีต่อเรื่องนี้ได้” มาร์ลีนยืนยัน

ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังพบว่า 9 ใน 10 ของคนทำงาน ยังขาดความเข้าใจที่ตรงกันว่าอะไรบ้างที่นับว่าเป็น Sexual Harassment

“มีบางอย่างที่ชัดเจนว่าใช่ อย่างการเสนอผลประโยชน์ในหน้าที่การงานให้แลกกับเซ็กซ์ หรือการเข้ามาแตะเนื้อต้องตัว แต่บางอย่างก็ยังเป็นที่ถกเถียงว่าเป็นการคุกคามทางเพศหรือไม่ เช่นการใช้สายตามอง การพูดถึงการแต่งตัวหรือรูปลักษณ์ของอีกฝ่าย หรือกระทั่งการคอมเมนต์งานที่แฝงการเหยียดเพศ หรือการเล่นมุกคุกคามทางเพศ ฯลฯ หลายอย่างเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนถูกมองเป็นเรื่องปกติ หรือกระทั่งเรื่องที่ยอมรับได้ การบ่นขึ้นมาจึงอาจถูกมองว่าคุณเซนซิทีฟเกินไป หรือสร้างความปั่นป่วนในที่ทำงาน ดังนั้นตัวเลขที่ระบุว่าหลายคนรู้สึกไม่ต่างกันโดยไม่จำเป็นต้องรู้ว่าใคร หรือสำหรับพนักงานคนหนึ่งมันส่งผลกระทบต่อจิตใจแค่ไหน จะทำให้บริษัทมองเห็นน้ำหนักของสิ่งที่เกิดขึ้น และออกแบบวิธีแก้ปัญหาสำหรับกรณีเหล่านี้โดยตรง”

ELSA จึงเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเหยื่อในที่ทำงาน ที่ไม่เพียงแต่เป็นแพลตฟอร์มสำหรับรายงานเรื่อง Sexual Harassment โดยไม่เปิดเผยตัวตน และเป็นพื้นที่ให้ผู้ถูกกระทำสามารถยืนยันร่วมกันว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง แต่ ELSA ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ยังมีโปรแกรมออนไลน์เทรนนิ่งให้กับบริษัทที่ต้องการสร้างความตระหนักรู้และเสริมสร้างความเข้าใจของคนในองค์กรเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย

มาร์ลีนเคยเป็นนักกฎหมายและเป็นอาจารย์คณะนิติศาสตร์ในมหาวิทยาลัยในเปรู ซึ่งขณะนั้นมีเคสใหญ่ที่มีนักศึกษาหญิงกว่าร้อยคน ถูกศาตราจารย์ซึ่งเป็นนักกฎหมายรุ่นใหญ่คุกคามทางเพศตลอดระยะเวลาร่วม 10 ปี (เพื่อนของเธอก็ตกเป็นเหยื่อเช่นกัน) ในขณะนั้นเหยื่อหลายคนพยายามรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นกับทางมหาวิทยาลัย แต่กลับถูกเรียกร้องให้เขียนจดหมายรายงานอย่างเป็นทางการและลงชื่อระบุตัวตนอย่างชัดเจนว่าใครเป็นคนรายงาน ซึ่งแม้ทางมหาวิทยาลัยต้องการจะปกป้องพวกเธอ แต่หลายคนก็กลัวว่าจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้นอีกไหมในเส้นทางสายอาชีพ เพราะผู้กระทำค่อนข้างจะมีอิทธิพลในวงการและยังคงอยู่ในวงการ เรื่องนี้เองทำให้มาร์ลีนเริ่มคิดถึงระบบการรายงานโดยไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตนของผู้ถูกกระทำ เพื่อความรู้สึกปลอดภัยของผู้รายงานเป็นหลัก

หลังจากนั้นเธอจึงได้ร่วมกับพาร์ตเนอร์ที่เป็นวิศวกรซอฟต์แวร์ เพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหานี้ด้วยมุมมองด้านเพศสภาพ และมุมมองด้านเทคโนโลยี ผลที่ได้ก็คือ ELSA ซึ่งในภาษาสเปนหมายถึง “ที่ทำงานที่ปลอดภัยจากการคุกคามทางเพศ” ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

ด้วยแนวคิดที่แข็งแรงและกระบวนการที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ในปัจจุบัน ELSA ได้ร่วมงานกับบริษัทและองค์กรต่างๆ มาแล้วกว่า 100 แห่ง สามารถขยายกิจการไปยังประเทศอื่นๆ ในอเมริกาใต้ และกำลังจะขยายไปสู่ประเทศแถบอเมริกากลางรวมถึงภูมิภาคอื่น ซึ่งคงจะดีไม่น้อยหากองค์กรต่างๆ ในประเทศไทยสามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มดีๆ อย่างนี้ได้ในอนาคต

และสำหรับความสำเร็จอีกขั้นในปีนี้ มาร์ลีน โมเลโร ซัวเรส เพิ่งได้รับรางวัลชนะเลิศของภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียน ในโปรแกรม “Cartier Women’s Innitiative” ประจำปี 2024 ทั้งยังเป็น Fellow คนแรกจากประเทศเปรูที่ได้เข้าร่วมโปรแกรมนี้ โดยเธอมองว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการได้เข้าร่วมโปรแกรมนี้คือคอมมูนิตี้ที่แข็งแรงและการได้แลกเปลี่ยนแนวคิดกับผู้ประกอบการหญิงจากหลายๆ ประเทศทั่วโลกที่ส่งแรงบันดาลใจให้กันได้อย่างทรงพลังนั่นเอง

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...