โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

การสะท้อนตัวตน (self-reflection) : 4 เทคนิคสอนลูกสำรวจตัวเอง โตขึ้นลูกอยากเป็นคนอย่างไร?

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 02 ส.ค. 2567 เวลา 01.51 น. • Features

คำถามที่คุณพ่อคุณแม่ คุณครู หรือผู้ใหญ่รอบตัวเด็ก มักหยิบยกขึ้นมาถามหรือชวนเด็กๆ คุยก็คือถามว่า ‘โตขึ้นอยากเป็นอะไร’ แต่คุณพ่อคุณแม่รู้ไหมคะว่า แค่ลองเปลี่ยนคำถามเป็น ‘โตขึ้นลูกอยากเป็นคนแบบไหน’ คุณพ่อคุณแม่อาจจะได้คำตอบน่ารักๆ ที่คาดไม่ถึง การตั้งคำถามที่ชวนขบคิด จะช่วยให้ลูกได้คิดและทบทวนถึงตัวเอง และเป็นโอกาสดีที่คุณพ่อคุณแม่จะสอนทักษะ การสะท้อนตัวตน (self-reflection) ให้กับลูกได้การสอนให้ลูกรู้จัก การสะท้อนตัวตน นอกจากจะช่วยให้ลูกเข้าใจตัวเองและผู้อื่นมากขึ้นแล้ว ยังทำให้ลูกเข้าใจได้ว่า อารมณ์ของตัวเองจะส่งผลต่อตัวเองและผู้อื่นอย่างไร ส่งผลให้ลูกมีความมั่นใจในตัวเอง มีทักษะการสื่อสารและการฟังที่ดีขึ้น เกิดกระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ และมีทักษะทางสังคมที่ดีขึ้นและเพื่อช่วยให้ลูกตอบคำถาม ‘โตขึ้นลูกอยากเป็นคนแบบไหน’ ได้ดียิ่งขึ้น นี่คือ 4 เทคนิคสอนลูกสำรวจตัวเองและสะท้อนตัวตน ที่อยากให้คุณพ่อคุณแม่ลองนำไปปรับใช้กันดูนะคะ1. ชวนลูกทำแบบฝึกหัด I Message สะท้อนความรู้สึกของตัวลูกเอง

ฝึกลูกให้บอกความรู้สึกของตัวเอง ด้วยการขึ้นต้นประโยคว่า “หนูรู้สึก… (บอกอารมณ์) เวลาที่… (บอกสาเหตุ)” เช่น “หนูรู้สึกไม่พอใจเลย เวลาที่เพื่อนมาหยิบของเล่นไปโดยไม่ขออนุญาต” หรือ I feel… about… วิธีนี้จะทำให้ลูกต้องพยายามทบทวนตัวเองจากด้านในสู่ด้านนอก เพื่อสะท้อนความรู้สึกที่แท้จริงให้ตัวเองเข้าใจ และบอกให้คนอื่นรับรู้Joy Marchese ผู้ฝึกสอนด้านวินัยเชิงบวก แนะนำแบบฝึกหัดอีกอย่างคือการพูดต่อด้วยประโยค “หนูหวังว่า… (ตามด้วยวิธีแก้ปัญหา)” หรือ I feel… about… and I wish "หนูหวังว่า … (วิธีแก้ปัญหา)" เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้วิธีการแสดงความรู้สึกของตัวเอง วิธีสื่อสารที่เหมาะสม และยังฝึกฝนการคิดหาวิธีแก้ปัญหาต่อไปอีกด้วย2. ส่องกระจกบานใหญ่ แล้วถามลูกว่า "ลองมองดูในนั้นสิ หนูเห็นอะไร"

เวลาส่องกระจก คุณพ่อคุณแม่ลองถามลูกว่า ลูกเห็นอะไรในตัวเอง และตามด้วยคำถามที่สะท้อนให้เห็นตัวเอง เช่น ลูกชอบอะไรในตัวเองมากที่สุด มีอะไรในตัวเองที่ลูกชอบแม้มันจะไม่เหมือนใครและลูกรักตัวเองมากที่สุดตอนไหน ลูกเคยโกรธเด็กที่อยู่ในกระจกคนนั้นหรือเปล่า หรือลูกมีอะไรอยากบอกกับคนในกระจกหรือไม่คำถามเหล่านี้ จะไปกระตุ้นการตระหนักรู้ภายในตัวของลูก บางครั้งคำตอบของลูกอาจเป็นเพียงรอยยิ้มกว้างๆ ให้ตัวเองในกระจก หรือคำตอบแปลกประหลาดชวนหัวเราะ แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่เป็นผู้ฟังที่ดี ก็จะได้เห็นว่าลูกสามารถเรียนรู้และทำความรู้จักตัวเองมากขึ้นทุกวัน3. กล่องมหัศจรรย์ เมื่อฉัน (อยาก) รู้จักตัวเอง

Sarah Kristenson นักเขียนบทความจากเว็บไซต์ Happier Human แนะนำกิจกรรม เปลี่ยนกล่องธรรมดาให้เป็นกล่องมหัศจรรย์ที่จะช่วยให้ลูกรู้จักตัวเองมากยิ่งขึ้น เพียงคุณพ่อคุณแม่เตรียมกระดาษโน้ตสีสันสดใส ให้ลูกเขียนคำตอบเกี่ยวกับตัวเอง เช่น ลูกชอบตัวเองที่สุดตอนไหน ไม่ชอบที่สุดตอนไหน หรือลูกรู้สึกไม่ดีเพราะอะไร โดยระบุวันที่เกิดเหตุการณ์นั้นๆ เอาไว้ แล้วม้วนกระดาษที่เขียนไว้หย่อนลงกล่อง จากนั้นกำหนดช่วงเวลาที่จะเปิดกล่องร่วมกันกับลูก เช่น รายสัปดาห์ รายเดือน หรือรายปีตามช่วงอายุของลูกเมื่อได้เวลาเปิดกล่อง ให้หยิบกระดาษโน้ตออกมาอ่านทีละแผ่น และชวนลูกคุยเกี่ยวกับเรื่องราวในข้อความนั้น เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้และทบทวนตัวเองในเรื่องที่ผ่านมา4. กิจกรรมสร้างตุ๊กตากระดาษ นี่คือตัวแทนของฉัน

การเรียนรู้ผ่านกิจกรรมศิลปะ จะช่วยให้ลูกเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น คุณพ่อคุณแม่สามารถชวนลูกเล่นตุ๊กตากระดาษ หรือดึงทักษะทางศิลปะออกมา ด้วยการวาดรูปคนที่มีคาแรกเตอร์ ลักษณะท่าทางและสีหน้าแสดงอารมณ์ต่างๆ รวมถึงเสื้อผ้าโทนสีต่างๆ ทรงผมที่หลากหลาย สิ่งของที่ชอบ และคำที่เป็นนิยามหรือใช้อธิบายลักษณะนิสัยที่ลูกอยากเป็น แล้วให้ลูกเลือกประกอบ ตกแต่งตุ๊กตากระดาษให้เป็นไปตามภาพตัวเองในอนาคตที่อยากเป็นวิธีนี้จะทำให้ลูกได้รู้จักตัวเองมากขึ้น รู้ว่าตัวเองชอบอะไร อยากแต่งตัวอย่างไร มีบุคลิกอย่างไร และยังเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นหาความสามารถ หรือค้นคว้าอาชีพของตัวเองในอนาคตได้อีกด้วย5 เหตุผลที่เราไม่ควรถามเด็กว่า “โตขึ้นอยากเป็นอะไร”อ้างอิงthepathway2successraising kids with purposessmhealth.comhappier human

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...