โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สุดระอาน้องชายขี้เมา อาละวาดทำลายข้าวของพังยับ พฤติกรรมเป็นบุคคลอันตรายประจำหมู่บ้าน

77kaoded

เผยแพร่ 03 มี.ค. 2565 เวลา 09.28 น. • 77 ข่าวเด็ด

สุดระอาน้องชายขี้เมา อาละวาดทำลายข้าวของพังยับ พฤติกรรมเป็นบุคคลอันตรายประจำหมู่บ้าน ปีที่แล้วเมาบุกทุบบ้านน้องสาวติดคุก 3 เดือนออกมาสันดานยังเหมือนเดิม

จากกรณี เพจเฟซบุ๊กชื่อ “อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทิร์น part 2” ได้แชร์ภาพจากกล้องวงจรปิดที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 78 หมู่ 4 บ้านม่วงชี ต.โพนทอง อ.บ้านแพง จ.นครพนม ที่มีชายคนหนึ่งท่าทางเหมือนคนเมาควงมีดจะเงื้อฟันหญิงที่นั่งอยู่หน้าบ้าน และยังแกว่างมีดไปมาตลอดเวลา สร้างความหวาดเสียวแก่ผู้ที่เห็นภาพดังกล่าวเป็นอย่างมาก โดยเพจยังได้ระบุข้อความว่า “ความรุนแรงที่คนในครอบครัวต้องหวาดระแวง ว่าจะถึงบาดเจ็บล้มตายเมื่อไร น้องชายทำร้ายพี่สาว เด็กๆ มีหลานลูกชายลูกสาวเด็ก 7 ขวบ ต้องหวาดกลัว ตร.จับแล้วปล่อย วอนผู้นำชุมชน ฝ่ายปกครอง จนท.ตร.และ จนท.พม.ในพื้นที่และที่เกี่ยวข้องร่วมทั้งสื่อสังคมบูรณาการแก้ไขปัญหาให้กับครอบครัวนี้ด้วย พิกัด 78หมู่4 ต.โพนทอง อ.บ้านแพง จ.นครพนม

พี่คะหนูขอความช่วยเหลือหน่อยคะแม่หนูโดนน้องชายทำร้ายร่างกาย น้องชายแม่เมาอาละวาดบ้านมีแต่เด็กกะคนแก่คะ ตำรวจจับไปก็ปล่อยออกมาตลอดคะ

เขาเหมือนเป็นคนบุคคลอันตรายต่อหมู่บ้านนะคะทำอะไรเขาไม่ได้เลยค่ะพี่ ตำรวจจับไปก็ปล่อยออกมาค่ะ เมื่อก่อนเขาเมาอาละวาดไม่มีหลักฐานตำรวจบอกให้มีหลักฐานพอมีหลักฐานก็ทำอะไรเขาไม่ได้เลยค่ะ”

ล่าสุด วันที่ 3 มีนาคม 2565 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ดังกล่าว ได้พบกับนางศรีสวรรค์ แสนใจวุฒิ อายุ 57 ปี เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ และเป็นหญิงที่อยู่ในกล้องวงจรปิด โดยเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า วันที่เกิดเหตุเป็นวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 เวลาประมาณ 09.41  น. ชายผู้ก่อเหตุเป็นน้องชายคนที่สี่ในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 8 คน ตนเป็นพี่คนโตชื่อนายฤทธี แสนศรี อายุ 47 ปี ใช้มีดถากหญ้ากวัดแกว่งไปมาพร้อมโวยวายเสียงดัง เนื่องจากไปดื่มเหล้ามาจากที่อื่น ซึ่งปรี่จะเข้ามาทำร้ายตนและหลานที่อยู่ในบ้านอีก 3 คน โดยก่อนหน้าที่จะเห็นภาพนี้นายฤทธีได้ลากตนไปที่ข้างบ้านเพื่อหลบมุมกล้อง พยายามจะบีบคอแต่โชคดีที่นายณัติพล สาร์ตแก้ว หลานชายวัย 18 ปี ที่นอนเล่นอยู่ในบ้านได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ จึงเปิดหน้าต่างปีนออกมากระโดดถีบนายฤทธีหงายท้อง ผู้ก่อนเหตุจึงไปคว้ามีดมาแกว่งดังเห็นในกล้องวงจรปิด

นางศรีสวรรค์เล่าต่อว่าในช่วงเช้าของวันนั้น นายฤทธีมาขอเงินจำนวน 600 บาท เพื่อไปไถ่โทรศัพท์ที่จำนำไว้ ตนจึงควักเงินให้ไป แทนที่จะนำเงินจำนวนดังกล่าวไปไถ่โทรศัพท์ตามที่กล่าวอ้าง กลับเอาไปซื้อเหล้าขาวดื่มจนเมาแอ๋ แล้วก็กำคอขวดยกซดมาตลอดทาง พอมาถึงบ้านตนก็ส่งเสียงโวยวายหาเรื่องและจะทำลายข้าวของ หลานจึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจ สภ.บ้านแพง พาตัวไปควบคุมเพื่อสงบสติอารมณ์ ส่วนภาพกล้องวงจรปิดนั้นลูกสาวชื่อ น.ส.อรพิน ทวีชาติ ทำงานอยู่ กทม.เป็นคนนำออกมาเผยแพร่เพื่อร้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะนายฤทธีก่อเหตุลักษณะนี้อยู่บ่อยครั้ง เคยมีครอบครัวก็ต้องเลิกราจากการที่ไม่ทำงานมีแต่เมา จึงมาอาศัยอยู่กับญาติพี่น้องที่ปลูกบ้านใกล้เคียงกัน

“เวลาไม่เมาเขาจะนิ่งไม่สุงสิงกับใคร แต่ถ้าได้เมาเมื่อไหร่จะแปลงร่างทันที ปีก่อนเคยไปทำลายข้าวของที่บ้านน้องสาวจนพังเสียหาย ติดคุกได้ 3 เดือนก็ออกมา หากวันไหนเขาเมาคนทั้งหมู่บ้านจะไม่ได้หลับได้นอน เพราะเขาจะตะโกนโหวกเหวกโวยวายไปทั่วทั้งหมู่บ้าน หมาก็จะเห่ากันกราวเกรียว นี่เพิ่งได้รับโทรศัพท์จากตำรวจว่าจะปล่อยตัวเขาออกมาแล้ว พวกเราจึงต้องอยู่อย่างหวาดระแวงกันต่อไป มีหน่วยงานไหนบ้างที่จะเข้ามานำตัวเขาไปบำบัด” นางศรีสวรรค์ กล่าว

ด้าน นางฉวีวรรณ แสนศรี อายุ 42 ปี มีบ้านอยู่ตรงทางหลังบ้านของนางศรีสวรรค์พี่สาว เล่าว่าเมื่อปีที่แล้วคืนวันที่ 1 มีนาคม 2564 นายฤทธีพี่ชายก็เมาอาละวาดทุบทำลายข้าวของเช่นประตูหน้าต่างพังเสียหาย เจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็จับตัวไปดำเนินคดี ออกจากคุกมาแทนที่จะกลับเนื้อกลับตัว ยังเป็นคนเมาอาละวาดหาเรื่องชาวบ้านเหมือนเดิม

“ภาพที่เห็นช่างกำลังทำประตูอยู่นี้ ก็ได้รับการบริจาคจากผู้ใจบุญสมทบทุนกัน ซ่อมแซมตรงที่นายฤทธีทำลายเสียหายเมื่อปีที่แล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะต้องอยู่อย่างหวาดระแวงอีกนานแค่ไหน ถ้าจะสงบสุขคงไม่เราก็เขาต้องตายกันไปข้างหนึ่งก่อนมั๊ง” นางฉวีวรรณ กล่าว

สำหรับกล้องวงจรปิด น.ส.อรพิน ทวีชาติ ลูกสาวของนางศรีสวรรค์ไม่มั่นใจในความปลอดภัยของแม่ ที่มักจะถูกนายฤทธีเข้ามาทำร้ายเสมอ จึงติดกล้องไว้รอบบ้านและในบ้านเพื่อตรวจสอบ

ทั้งนี้ นายฤทธีผู้ก่อเหตุสร้างวีรกรรมไว้เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2564 หลังจากดื่มเหล้าเมาก็บุกไปทุบทำลายประตู หน้าต่าง บ้านของนางฉวีวรรณจนพังยับ ลูกสาววัย 16 ปี(ในขณะนั้น)ของผู้เสียหายจึงลงโพส์ตเฟซบุ๊กขอความช่วยเหลือ จึงถูกจับไปดำเนินคดี นับเป็นบุคคลอันตรายประจำหมู่บ้าน เพราะมีพฤติกรรมเมาอาละวาดทำร้ายร่างกายคนอื่นเสมอ

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...