โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

“เขา” ต่างหากควรอาย ไม่ใช่ “เรา” - ดีเจพี่อ้อย

TOP PICK TODAY

เผยแพร่ 16 เม.ย. 2563 เวลา 17.00 น.

                 สงกรานต์ในปี 2563  ที่ไม่เคยมีแบบนี้ให้เห็นมาก่อน    วันที่ไม่มีการสาดน้ำ   ไม่มีวันหยุดยาวๆ ให้เรากลับบ้านเพื่อไปหาครอบครัว เพราะกลัวจะเอาเชื้อไปติดคนที่เรารัก ยิ่งรักมากเท่าไหร่  ยิ่งต้องพาตัวออกมาให้ไกลๆกัน  ของขวัญที่มีค่า กลายเป็นหน้ากากอนามัย  และเจลแอลกอฮอล์   สวัสดีวันปีใหม่แบบไทยๆนะคะ   สุขสันต์วันสงกรานต์ คำอวยพรที่อยากได้มากที่สุดในปีนี้คือ  ขอให้สุขภาพแข็งแรง  หัวใจแข็งแกร่ง  มีเรี่ยวแรงที่จะทวงคืนชีวิตธรรมดาๆของพวกเรากลับมาในเร็ววัน

                  เทศกาลสงกรานต์  ซ่อนวันสำคัญอีกสองวันอยู่ในนั้นด้วย  13 เมษายน คือวันผู้สูงอายุ  และ 14 เมษายนคือวัน “ครอบครัว”วัตถุดิบที่สำคัญของทุกหัวใจ  วันที่เราเจอเรื่องยากๆจากข้างนอกแค่ไหน หลุมหลบภัยของเราคือบ้าน  “บ้าน”ไม่ใช่แค่สิ่งก่อสร้าง  แต่หมายรวมถึง  บุคคลที่ทำให้อบอุ่นหัวใจ  ไม่ว่าอยู่ตรงไหนเขาคนนั้นคือคนที่เป็นบ้านของเรา …   แต่โลกใบนี้มีสองด้านเสมอค่ะ  คนโชคร้ายบางคน  “บ้าน”  กลับกลายเป็นที่อันตราย  แล้วสุดท้ายจะให้เขาหนีไปที่ไหน     

                  “พี่อ้อยคะ  น้องเลิกกับพ่อของลูกมา 10 กว่าปี  เลี้ยงลูก 3 คนมาคนเดียวจนมาเจอผู้ชายคนนี้  เขาบอกว่าเลิกกับเมียแล้ว แต่ยังต้องรับผิดชอบลูกอยู่ เราก็อยู่กับเขามาร่วม 13 ปี  เพิ่งมารู้วันนี้ว่าเขาไม่เคยเลิกกับคนของเขา แถมแอบคบกับผู้หญิงคนอื่นๆอีก ตอนนี้เรารักเขาและอายด้วยถ้าต้องเลิก   เราจะต้องทำยังไงคะ”

                 เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว  ที่เลี้ยงลูกคนเดียวมาตั้ง 10 กว่าปี ชื่นชมจากใจเลยค่ะ  เป็นผู้หญิงที่แกร่งอะไรขนาดนี้   ภูมิใจในความเป็นคุณแม่ได้อย่างเต็มภาคภูมิแม้จะรู้ว่า   กว่าจะมาถึงจุดที่เรายังทึ่งกับตัวเองว่า “ทำได้ไง”  เราต่างผ่านจุด “ทำยังไงได้” มาแล้วทั้งนั้น   ในวันที่ต้องเดินหน้าไม่ว่าจะเจออะไร  เป็นไงเป็นกัน  รับมือกันไปทีละวัน  รู้ตัวอีกที เราก็ผ่านวันคืนที่ยากเย็นนั้นมาได้แล้ว   แต่ผู้หญิงก็คือผู้หญิงค่ะ  คนที่ดูแลตัวเองได้ ใช่ว่าจะไม่อยากให้ใครดูแล  วันที่ร้องไห้ลำพัง  ก็หวังว่าจะมีใครซักคนเช็ดน้ำตา  หรือแค่ว่าร้องไห้ไปด้วยกัน  แล้วพอมาเจอคนๆนั้น  เราคงถึงขั้นพังกำแพงที่สร้างไว้อย่าแน่นหนา  ด้วยความหวังว่า  เขาน่าจะเป็นรักสุดท้ายในชีวิต  แต่คิดผิดมาตั้ง 13 ปี  วันนี้ถึงรู้ว่า  ขอบฟ้าไม่มีจริง

              เราเคยผ่านเรื่องยากที่สุดมาแล้ว 1 ครั้ง  ตอนนั้นพังยังไง ล้มท่าไหน ก็ต้องลุกขึ้นมาให้ได้คล้ายๆเดิม    เราเป็นแม่ที่นำพาชีวิตลูก 3 คนมาจนวันนี้  ถ้าไม่มีดี  พาลูกรอดมาขนาดนี้ไม่ได้    ไม่เห็นต้องอายอะไร   ผู้ชายที่คบซ้อนเราไว้กับใครๆ  คนนั้นสิน่าอาย    ไม่มีใครดีพอสำหรับคนที่ไม่รู้จักพอค่ะ   เราแค่มารู้ในวันนี้ว่า เขาไม่ได้ควรค่ากับหัวใจดีๆของเรา ไม่ใช่แค่คบซ้อนกับภรรยาเขา แต่นอกจากเรา  ยังมีผู้หญิงอีกเยอะแยะมากมาย   ในชีวิตเขาคงมีปมอะไรซักอย่าง  ถึงต้องมีผู้หญิงไว้ข้างๆหลายๆคนเพื่ออุดปมด้อยในชีวิต  13 ปีที่ผ่านมาถือซะว่า  เราได้ใช้เวลาในการเรียนรู้คนๆหนึ่งว่าถึงที่สุดแล้ว  เราแค่เข้าใจผิดคิดว่าเขาดี  ที่แท้ก็สามีคนอื่น ทรยศคนของเขามาคบเรา แล้วก็ทรยศเราไปคบกับคนอื่นๆ 

                     จะรักเขาแค่ไหน  ยังไงก็ต้องรักตัวเองค่ะ   เราเคยเลิกกับพ่อของลูกเพื่อยึดถือความถูกต้อง  จะยอมมาเป็นตัวสำรองในวันนี้  ไม่ควรค่ากับความดีที่เราทำมาตลอด  ตอนไม่รู้  ถือว่าไม่ผิด  ตอนนี้ถ้าไม่คิดทำอะไรต่อ  ยอมรอเวลาเหลือๆของเขากับผู้หญิงคนไหนๆดูไม่ให้เกียรติตัวเองไปหน่อย   อย่าปล่อยให้ลูกเสียศรัทธาในตัวของแม่    แม่จะไม่ยอมทำอะไรแย่ๆให้ลูกผิดหวัง   พระอาทิตย์ยังขึ้นแล้วตกทุกวัน  ชีวิตก็เช่นกัน ทำไมจะเริ่มต้นใหม่ไม่ได้    

                       ไม่มีเรื่องไหนควรปล่อยเลยตามเลย    เลือกแล้วเลือกใหม่ได้  ฉันประคองชีวิตยึดมั่นในความดีแทบตาย แค่เจอผู้ชายแย่ๆ  เปลี่ยนเขาไม่ได้ ก็เปลี่ยนคน  ดูแลลูกมาคนเดียวได้ตั้งหลายปี  เจอคนไม่ดี ก็แค่กลับไปโสดอย่างเดิม เพิ่มเติมคือ “ความภูมิใจ” ที่เราไม่ได้แย่งคนของใคร ถ้ามีคนที่เป็นของเราคนเดียวไม่ได้   ก็ไม่จำเป็นต้องไปเป็นวิตะมินรวมๆกับใครๆ    นี่คือสิ่งที่แม่ยังสามารถสอนลูกๆได้  ในวันที่เขามองเข้ามา    แม่คือครูสอนตำราเล่มใหญ่ในการใช้ชีวิตของลูก    ถ้ายอมผูกติดอยู่กับเขา   ไม่ได้เป็นอันดับ 1 ขอเป็นซัก 1 อันดับก็เอา  ลูกคงเศร้าที่แม่คิดได้แค่นี้       

                        อย่ายอมให้คนทรยศเป็นคนเลือกว่า ยังอยากมีเราอยู่ในชีวิตเขาไหม   ใจของคนซื่อสัตย์ควรเป็นคนตัดสินต่างหากว่า  ผู้ชายแบบนี้ มีคุณค่ามากพอ ที่จะเดินหน้าต่อไปกับเราในฐานะคู่ชีวิตหรือเปล่า    

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...