โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไวรัสโคโรนา : การระบาดครั้งนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อไร

Khaosod

อัพเดต 21 มี.ค. 2563 เวลา 10.18 น. • เผยแพร่ 21 มี.ค. 2563 เวลา 07.55 น.
Getty Images

ไวรัสโคโรนา : การระบาดครั้งนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อไร - BBCไทย

การระบาดของไวรัสโคโรนากำลังแพร่กระจายเป็นวงกว้างโดยเฉพาะในแถบยุโรป ร้านรวงและถนนหนทางที่เคยคราคร่ำไปด้วยผู้คนกลับเงียบสงัด ราวกับเมืองร้าง หลังมาตรการเข้มงวด เช่น ปิดสถานศึกษา หรือ จำกัดการเดินทาง ถูกนำมาบังคับใช้

แม้หลายประเทศทั่วโลกกำลังนำข้อบังคับดังกล่าวมาปฏิบัติเพื่อต่อกรกับไวรัสชนิดนี้ แต่อีกหนึ่งคำถามสำคัญ คือ เมื่อไรผู้คนจะได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุขเหมือนเดิมอีกครั้งหนึ่ง

ไวรัสโคโรนาที่ก่อให้เกิดโรค โควิด-19 นี้จะยังคงอยู่กับมนุษย์ต่อไป และจำนวนผู้ติดเชื้อก็จะกลับมาเพิ่มขึ้นทันทีหลังยกเลิกมาตรการที่เข้มงวดเบื้องต้นเพื่อแลกกับการที่เศรษฐกิจและสังคมได้กลับมาฟื้นตัว

โควิด

ขณะนี้ยังไม่มีประเทศไหนในโลกที่มี "ยุทธศาสตร์ทางออก" จากปัญหานี้อย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้อย่างน้อย 3 วิธี นั่นคือ

1.รอวัคซีน อีก 12 -18 เดือน เป็นอย่างต่ำ

วัคซีนจะช่วยให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันหากได้รับเชื้อไวรัส หาก 60% ของประชากรทั้งหมด ได้รับวัคซีนแล้ว ก็จะป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดขนานใหญ่อีกต่อไป หรือที่เรียกกันว่า "ภูมิคุ้มกันหมู่"

สัปดาห์นี้ มนุษย์คนแรกได้รับการทดลองวัคซีนในสหรัฐอเมริกาแล้วอย่างรวดเร็ว เนื่องจากนักวิจัยได้รับอนุญาตให้ข้ามขั้นตอนการทดสอบในสัตว์ที่จำเป็นต้องปฏิบัติในสถานการณ์ปกตินั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ก็ยังไม่สามารถมั่นใจได้ว่าวัคซีนดังกล่าวจะประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ ยังต้องกระจายให้ประชากรทั่วทั้งโลกอีกด้วยจึงจะยับยั้งการระบาดได้

การคาดการณ์ประเมินไว้ว่าต้องรออย่างน้อย 12 - 18 เดือน หากการทดลองดำเนินไปอย่างราบรื่น ซึ่งก็นับว่าเป็นระยะเวลาที่ยาวนานเมื่อเทียบกับผลกระทบทางด้านสังคมจากมาตรการอันเข้มงวดที่กำลังบังคับใช้กันอยู่ขณะนี้

"การรอคอยวัคซีนไม่ควรนับเป็นแผนยุทธศาสตร์นะครับ มันไม่ใช่เลย" มาร์ก วูลเฮาส์ ศาสตราจารย์ประจำภาควิชาระบาดวิทยาจากมหาวิทยาลัยเอดินเบอระ ให้ความเห็นกับบีบีซี

2.ภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ อย่างน้อย 2 ปี

มาตรการระยะสั้นของอังกฤษ คือ การควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อแบ่งเบาภาระของระบบสาธารณสุข หากเตียงผู้ป่วยล้น อัตราการเสียชีวิตก็พุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย

เมื่อสถานการณ์เริ่มทรงตัว มาตรการเข้มงวดก็อาจลดหย่อนลงได้เป็นระยะเวลาหนึ่ง จนกระทั่งตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสเริ่มตีกลับขึ้นมาอีกครั้ง จึงค่อยนำข้อบังคับต่าง ๆ กลับมาใช้

แม้วิธีเช่นนี้อาจดูไม่แน่นอน แต่เซอร์ แพทริก วัลแลนซ์ หัวหน้าที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลอังกฤษ กล่าวว่า "การจะกำหนดระยะเวลาให้เฉพาะเจาะจงในแผนนั้นเป็นไปไม่ได้"

หากดำเนินตามหนทางนี้ ก็อาจทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ขึ้นเองในที่สุด เนื่องจากผู้คนทยอยติดเชื้อไวรัสกันนั่นเอง ซึ่งศาสตราจารย์ นีล เฟอร์กูสัน จาก อิมพีเรียลคอลเลจ ลอนดอน กล่าวว่าต้องใช้เวลาหลายปี

"เรากำลังพูดถึงการยับยั้งการแพร่ระบาดโดยหวังให้มีแค่ผู้คนส่วนน้อยของประเทศที่ติดเชื้อ…เพราะฉะนั้น เมื่อเราดำเนินมาตรการแบบนี้ต่อเนื่องสัก 2 ปีขึ้นไป ก็อาจจะทำให้ประชากรจำนวนมากพอเคยติดเชื้อจนสร้างภูมิคุ้มกันในระดับหนึ่งภายในชุมชนนั้น"

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าภูมิคุ้มกันดังกล่าวจะคงอยู่ยาวนานเพียงใด หากนำเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์อื่นที่ทำให้เกิดอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดามาเทียบเคียงแล้วก็จะพบว่า ภูมิคุ้มกันที่สร้างขึ้นคงอยู่เพียงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น ซึ่งทำให้มนุษย์ติดเชื้อตัวเดิมได้หลายครั้ง

โควิด

3.ทางเลือกอื่น ๆ ที่ไม่รู้จะจบเมื่อไหร่

"วิธีที่สามคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเราอย่างถาวร ซึ่งจะทำให้อัตราการแพร่เชื้ออยู่ในระดับต่ำ" ศาสตราจารย์วูลเฮาส์กล่าว

แผนการนี้หมายรวมถึงการบังคับใช้มาตรการเข้มงวดบางอย่างเช่นเดิม หรือการมุ่งหน้าตรวจผู้ติดเชื้ออย่างขะมักเขม้นแล้วกักตัวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง

"ตอนแรกเราก็ตรวจคัดกรองและติดตาม แต่มันไม่เห็นผล" ศาสตราจารย์วูลเฮาส์บอก

การพัฒนายารักษาโควิด-19 ก็นับเป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งเช่นกัน ซึ่งสามารถนำมาใช้ทันทีที่ผู้ป่วยแสดงอาการ และหยุดยั้งการส่งต่อให้ผู้อื่น

นอกจากนี้ การรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาลให้มีอาการดีขึ้นจนไม่จำเป็นต้องพึ่งการดูแลอย่างเข้มข้นในห้องไอซียู หรือ การเพิ่มจำนวนเตียงผู้ป่วยฉุกเฉินก็ช่วยได้เช่นกัน

ศาสตราจารย์ คริส วิตที หัวหน้าที่ปรึกษารัฐบาลด้านการแพทย์ของรัฐบาลอังกฤษ กล่าวว่า "ยุทธศาสตร์ทางออก" ของเขา คือ "ในระยะยาว เป็นที่ชัดเจนว่าวัคซีนคือทางออก และพวกเราก็หวังว่ามันจะเกิดขึ้นได้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ทั่วทั้งโลก จะช่วยกันใช้วิทยาศาสตร์หาทางออก"

โควิด
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...