ปัญหาการจำหน่ายหนี้สูญ
ปุจฉา : สวัสดีค่ะ อาจารย์ รบกวนสอบถามเรื่องตัดหนี้สูญค่ะ
กรณีเป็นโรงพยาบาลเอกชนค่ะ คนไข้มารักษาพยาบาลแล้วไม่ยอมจ่ายเงิน จำนวนเงินไม่มาก หลักพันบาทค่ะ อาจจะไม่มีเงินจ่าย หรือเข้าใจผิดว่าทำประกันชีวิตแล้วจะได้รับการคุ้มครองทั้งหมด เป็นต้น
ทางโรงพยาบาลได้ดำเนินการดังนี้ 1.ทวงถามทางโทรศัพท์ (ซึ่งอาจรับหรือไม่รับสาย) 2.ทำหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร โดยทำ 2 ขั้นตอนนี้แล้วลูกหนี้ไม่มาชำระเงิน สามารถตัดเป็นหนี้สูญได้เลยไหมคะ ถ้าต้องส่งให้ทนายความยื่นโนติสต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างน้อยฉบับละ 500 บาท ซึ่งไม่คุ้มเลย อ่านกฎกระทรวง 186 แล้ว ยอดหนี้ของโรงพยาบาลรายละประมาณหลักพัน-หมื่นเท่านั้น ไม่ถึงแสนค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
วิสัชนา : ตามมาตรา 65 ทวิ (9) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 6 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534) กำหนดว่า การจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอื่นที่มิใช่ธนาคารหรือบริษัทเงินทุนดังกล่าว ในกรณีหนี้ของลูกหนี้แต่ละรายมีจำนวนไม่เกิน 1 แสนบาท นั้น ถ้าปรากฏว่าได้มีหลักฐานการติดตามทวงถามให้ชำระหนี้ตามสมควรแก่กรณีแล้ว แต่ไม่ได้รับชำระหนี้ และหากจะฟ้องลูกหนี้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายไม่คุ้มกับหนี้ที่จะได้รับชำระ บริษัทย่อมจำหน่ายหนี้สูญทางภาษีอากรได้ ทั้งนี้ ต้องกระทำภายในอายุความติดตามทวงถามให้ชำระหนี้ค่าบริการไม่เกิน 2 ปี นับแต่วันที่เกิดลูกหนี้นั้น
ดังนั้น กรณีของบริษัท หากหลักฐานการติดตามทวงถามอย่างน้อย 2 ครั้ง ระยะห่างกันไม่น้อยกว่า 1 เดือน ก็ให้กรรมการผู้มีอำนาจอนุมัติให้จำหน่ายหนี้สูญในทางภาษีอากรได้ แต่สิทธิในการติดตามทวงถามหนี้ก็ยังมีอยู่ หากได้รับชำระก็ต้องนำมาถือเป็นรายได้ต่อไป
ปุจฉา : เรียนท่านอาจารย์สุเทพ ด้วยผลกระทบจากสถานการณ์โควิดคงมีผู้ประกอบการต้องตัดหนี้สูญเป็นจำนวนมาก ขนาดการติดตามทวงถามหนี้ยังไม่เกิดขึ้น เพราะเห็นใจลูกหนี้เช่นกัน หรือชะลอการทวงถามออกไป อย่างนี้แล้วคาดว่าจะมีการปรับปรุงกฎกระทรวงให้สอดคล้องกับสถานการณ์อันแสนเจ็บปวดนี้ไหมคะ
วิสัชนา : เห็นใจในความเจ็บปวดครับ เพราะไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายให้สิทธิประโยชน์ในกรณีนี้แต่อย่างใดครับ
ปุจฉา : บริษัท ก ถูกฟ้องคดีทางเพ่งจากบริษัท B ศาลยังไม่ได้ตัดสิน แต่มีคำสั่งศาลให้ประนอมหนี้ หนี้ที่เกิดขึ้นจากการประนอมหนี้สามารถนำมารวมเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีนิติบุคคลได้หรือไม่ครับ ถ้าได้ จะต้องแนบเอกสารใดไว้ชี้แจงสรรพากรครับ
วิสัชนา : กรณีตามข้อเท็จจริงข้างต้น บริษัท ก ถูกบริษัท B ฟ้องในคดีทางเพ่ง โดยศาลมีคำสั่งศาลให้ประนอมหนี้ หนี้ที่เกิดขึ้นจากการประนอมหนี้นั้น
1.กรณีหนี้ของลูกหนี้แต่ละรายมีจำนวนไม่เกิน 5 แสนบาท
บริษัท B สามารถนำมารวมเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีนิติบุคคลได้ ในรอบระยะเวลาบัญชีที่ศาลมีคำสั่งรับคำฟ้อง เป็นหลักฐานประกอบการถือเป็นรายจ่ายของบริษัท B พร้อมให้เจ้าพนักงานสรรพากรตรวจสอบได้ทันที โดยไม่ต้องคำนึงถึงคำพิพากษาตามยอมในการประนอมหนี้ โดยศาลมีคำสั่งเห็นชอบกับการประนอมหนี้นั้น
2.กรณีหนี้ของลูกหนี้แต่ละรายมีจำนวนเกิน 5 แสนบาท
บริษัท B ไม่สามารถนำจำนวนหนี้ของลูกหนี้ที่บริษัทประนีประนอมยอมความไปถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคลได้ เนื่องจากไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดตามข้อ 5 ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534)