โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ชิมช้อปใช้’ เงินกำลังจะหมุนไป

MATICHON ONLINE

อัพเดต 27 ก.ย 2562 เวลา 06.05 น. • เผยแพร่ 27 ก.ย 2562 เวลา 06.05 น.

‘ชิมช้อปใช้’ เงินกำลังจะหมุนไป

แม้ช่วงออกตัวของโครงการ “ช้อปชิมใช้” ดูเหมือนไม่ค่อยคึกคัก ในรอบที่เปิดให้ผู้ประกอบการ ห้างร้านต่างๆ เข้าร่วม ยอดการลงทะเบียนร่วมโครงการยังไม่เป็นไปตามเป้า จนต้องขยายเวลาออกไปอีก

แต่พอถึงรอบประชาชนลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิโอน 1,000 บาทฟรีๆ จากรัฐบาล แถมด้วยรับเงินคืน 15% จากยอดใช้จ่ายจริงในการท่องเที่ยว สูงสุดไม่เกิน 4,500 บาท มีผู้สนใจล้นหลามถึงขั้นเว็บล่ม

เป้าหมายการขอรับสิทธิที่อั้นไว้ 10 ล้านคน คงอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่

แต่เป้าหมาย “ชิมช้อปใช้” ที่รัฐบาลคาดหวังให้เกิดการจับจ่าย กระตุ้นเศรษฐกิจแหล่งท่องเที่ยวในภูมิภาคช่วงปลายปี จะเป็นไปได้จริงมากน้อยแค่ไหน พงษ์ศักดิ์ อินธรรม เลขาธิการสมาคมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ มองว่ามาตรการชิมช้อปใช้น่าจะมีผลทางจิตวิทยาเชิงบวก ตามนโยบายกระจายรายได้สู่ชุมชน แต่วงเงิน 1,000 บาทต่อคน ใช้จ่ายเฉพาะค่าที่พักและอาหารก็หมดแล้ว ถ้ามาเที่ยวที่เชียงใหม่ 2-3 วัน ต้องใช้เงิน 7,000-8,000 บาท แต่ภาพรวมเศรษฐกิจยังไม่ดีนัก ทำให้ประชาชนไม่กล้าเดินทาง หรือจับจ่ายใช้สอยมากนัก

“ชิมช้อปใช้ รายละ 1,000 บาท สามารถท่องเที่ยวในภูมิภาคหรือจังหวัดใกล้เคียงได้ แต่ไม่สามารถกระตุ้นท่องเที่ยวข้ามภูมิภาคได้ กิจการที่ได้รับอานิสงส์จากมาตรการดังกล่าว ส่วนใหญ่เป็นโรงแรม ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก”

ขณะที่ วสันต์ เดชะกัน นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจหัตถกรรมบ้านถวาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ชิมช้อปใช้รายละ 1,000 บาท ไม่มีผลต่อธุรกิจหัตถกรรมท้องถิ่นมากนัก เพราะใช้จ่ายค่าที่พัก อาหารก็ไม่พอแล้ว โดยส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับเงื่อนไขกำหนดให้ต้องใช้จ่ายข้ามจังหวัด ควรเปิดโอกาสใช้จ่ายภายในจังหวัดได้ เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชนโดยตรง ไม่ต้องข้ามจังหวัด และเพิ่มวงเงินชิมช้อปใช้ เป็นรายละ 2,000-3,000 บาท เพื่อให้เม็ดเงินกระจายและครอบคลุมธุรกิจท่องเที่ยวมากขึ้น น่าจะทำให้นโยบายและมาตรการดังกล่าวได้ผลมากกว่า

ด้าน อธิภูมิ กำธรวรรินทร์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สภาอุตสาหกรรมจังหวัดลำปาง และอุปนายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ จ.ลำปาง ระบุว่า เป็นเรื่องที่ดีในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะเข้าถึงระดับฐานรากจริงๆ ส่งผลดีต่อพื้นที่และชุมชนที่ผู้คนจะไปท่องเที่ยว

หากมองระดับพื้นที่ จ.ลำปาง แน่นอนว่าย่อมส่งผลดีและเกิดประโยชน์อย่างมากในการกระตุ้นการท่องเที่ยว หากคนเข้ามาเที่ยวลำปางซัก 300,000 คน ก็จะทำให้เกิดรายได้และเงินสะพัดในพื้นที่ได้พอสมควร แต่หากมองภาพรวมทั้งประเทศแล้ว กับงบประมาณ 1.9 หมื่นล้านที่รัฐบาลทุ่มลงมาในโครงการชิมช้อปใช้อาจจะกระตุ้นเศรษฐกิจได้ไม่มาก ถึงแม้จะมีเงินหมุนในระบบหลายรอบก็ตาม

“ที่สำคัญอยากให้แต่ละพื้นที่ประชาสัมพันธ์ให้คนรู้จักแหล่งท่องเที่ยวและรับรู้ว่าร้านไหน ที่พักแห่งใด สินค้าประเภทไหน สามารถใช้จ่าย ‘ชิมช้อปใช้’ ได้ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสนใจมาใช้บริการ และซื้อสินค้าที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว สำหรับพื้นที่ จ.ลำปาง เชื่อว่าคนจะมาเที่ยวแน่ เพราะมีภาพการท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลากหลาย ตามการกระตุ้นสร้างการรับรู้ของจังหวัดและหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงใช้เงินชิมช้อปใช้ช่วงเดือนพฤศจิกายน ถือว่าเป็นช่วงไฮซีซั่น เนื่องจากเข้าฤดูหนาว ดังนั้น ลำปางน่าจะเป็นเป้าหมายด้านการท่องเที่ยวในโครงการชิมช้อปใช้นี้อย่างแน่นอน”

ขณะที่มุมมองของ บุญสร้าง บุญกอง ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสงคราม เห็นว่า “ชิมช้อปใช้” ถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ ที่พัก ร้านอาหาร สินค้าเกษตร อาหาร สินค้าโอท็อป เป็นการกระจายเม็ดเงินลงสู่ผู้ประกอบการหลากหลายกลุ่มอาชีพ ที่จะก่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย เม็ดเงินหมุนเวียนที่คาดว่าจะเพิ่มทวีคูณเป็นอีกหลายเท่าตัว

สำหรับจังหวัดสมุทรสงครามมีร้านค้าสมัครเข้าร่วมโครงการชิมช้อปใช้ จำนวน 443 ร้าน และร้านถุงเงินอีก 434 ร้าน สำหรับใช้เงิน 1,000 บาทที่ทางการโอนเงิน ทั้งร้านประเภทอาหารจานด่วน ร้านอาหาร ที่พักรีสอร์ต โฮมสเตย์ โรงแรม และร้านกาแฟ เป็นต้น

ประโยชน์ของมาตรการนี้อีกประการหนึ่ง คือการทำให้ผู้ใช้ ผู้ประกอบการ คุ้นเคยกับสังคมไร้เงินสด ที่เป็นรูปแบบการใช้จ่ายในอนาคต อย่างไรก็ตาม เนื่องจากรัฐบาลมีกลุ่มเป้าหมายของโครงการที่ชัดเจน โดยเฉพาะชนชั้นกลาง การเข้าถึงโครงการต้องมีการลงทะเบียนผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ใช้จ่ายผ่านแอพพลิเคชั่น เชื่อว่าจะมีผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงโครงการจำนวนมาก และเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบกับภาวะเศรษฐกิจตัวจริงเข้าไม่ถึง

ดังนั้น ผู้ที่จะได้ประโยชน์จึงมีเพียงเฉพาะกลุ่มเท่านั้น ในขณะรัฐบาลมีเงินจำกัดในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผู้มีรายได้น้อยจะเป็นกลุ่มที่น่าเป็นห่วงที่สุด การเอาเงินที่มีอยู่อย่าง “จำกัด” ไปช่วยคนที่ “จำเป็น” ก่อน น่าจะเป็นสิ่งที่รัฐควรคำนึงถึงเป็นลำดับต้นๆ

สำหรับความเห็นในฝั่งผู้ประกอบการอย่าง สุวรรณี เทียนสิวา เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวชื่อดัง “อภิญญา” อำเภอเมืองอุทัยธานี ที่เข้าร่วมในโครงการนี้ กล่าวว่า ช่วงระหว่างวันที่ 13-14 ตุลาคมนี้ คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดเพิ่มมากขึ้น เกิดการใช้จ่ายเพิ่มมากถึง 50 เปอร์เซ็นต์ รวมไปถึงยอดขายในร้าน “อภิญญา” ด้วย ทางร้านได้ประชาสัมพันธ์ทางโซเชียลเพื่อให้ทราบล่วงหน้าด้วยเช่นกันว่า ที่ร้านสามารถนำเงิน 1,000 บาทในโครงการชิมช้อปใช้มาใช้ได้

ทางร้านได้จัดเพิ่มจำนวนโต๊ะอาหาร รวมถึงวัตถุดิบเพิ่ม โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดและช่วงงานประจำปีของจังหวัด เพื่อรองรับลูกค้าที่จะเข้ามาในช่วงดังกล่าว

คาดว่าโครงการนี้จะสามารถช่วยเพิ่มและกระจายรายได้ให้กับหลายจังหวัดได้เป็นอย่างดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...