โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สาวออฟฟิศสุดขี้เกียจ ลุกขึ้นมาเปลี่ยนตัวเองจนกลายเป็นสาวแซ่บ No Gym / NO Trainer

The Bangkok Insight

เผยแพร่ 17 ก.พ. 2562 เวลา 11.00 น. • The Bangkok Insight

วันนี้เรามีประสบการณ์การลดน้ำหนักจากสมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม งคุณสมาชิกหมายเลข 3747687 มาฝากกันค่ะ โดยเธอนั้นอายุ 36 ปี เป็นสาวออฟฟิศ ที่เริ่มอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง ซึ่งใครที่ส่องกระจกแล้วไม่ค่อยอยากมองหุ่นตัวเองเท่าไร เพราะมันทั้งเผละ แถมหน้าก็ยังโทรมอีก มาลองเอาวิธีของสาวคนนี้ไปปรับใช้กันดูค่ะ

  ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนนะคะว่า เราไม่ได้อ้วนมากถึงขนาดร้อยโล หนักสุด 60 โล แต่ตลอดชีวิตเราใช้วิธีการลดน้ำหนักที่ผิดมาตลอดค่ะ โดยการอดอาหาร กับกินยาถ่ายทุกวัน วันละเกือบจะ 10 เม็ด (สิ่งนี้ทำให้ปีที่แล้วเราต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการผ่าตัด แต่ขอไม่พูดถึงรายละเอียดนะคะ) น้ำหนักตัวเราสวิงมาก อ้วน ๆ ผอม ๆ จนร่างกายเผละ เนื้อเหลว หน้าตาไม่สดใส หมอง ๆ โทรม ๆ

 

ป.ล. กระทู้นี้อาจจะยาวเพราะอยากบอกอย่างละเอียด และมีรูปเซ็กซี่นะคะ  ใครไม่ชอบกดผ่านได้ค่ะ  ด่าได้แต่อย่าแรงนะคะ ถึงแก่แล้วแต่เค้าก็อ่อนไหวน้า

 

          สวัสดีค่ะ แนะนำตัวก่อนนิดนึง ชื่อไปร์ทนะคะ อายุเดือนนี้ 36 แล้วเลยคิดว่า เดือนเกิดอยากจะมาแชร์อะไรเผื่อจะเป็นประโยชน์กับคนอื่นบ้างไม่มากก็น้อยค่ะ แค่คนคนหนึ่ง เห็นว่าเป็นประโยชน์เราก็ดีใจมาก ๆ แล้วค่ะ

 

          ดูความเปลี่ยนแปลงก่อนนะคะ ตั้งแต่ Week 0 ที่เริ่ม start  ไปร์ทหนัก 55 kg. ถึง Week ที่ 11 หนัก 48 kg.

 

          เป้าหมายของหลาย ๆ คนอาจจะเป็นการลดน้ำหนัก แต่เป้าหมายของเราคือการเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ ให้มาเป็น Healthy lifestyle อาจมีหลาย ๆ คนสงสัย ทำไมถึงอยากเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ เรามาดูกันว่า ไลฟ์สไตล์ก่อนมาเป็น สาย Healthy lifestyle ของไปร์ทเป็นยังไงค่ะ

1. ตอนเช้าไม่อยากตื่นไปทำงาน ตื่น 8 โมงเช้า เข้างาน 9 โมง ทุก ๆ เช้า ตื่นมาจะรู้สึกว่า ลางานดีไหมไม่อยากไปทำงาน

2. ตอนเย็นถึงบ้าน สองทุ่มครึ่งทุกวัน นั่งเล่นเน็ตจนเที่ยงคืน แล้วนอน วนเวียนไปแบบนี้ทุกวัน

3. ทานแต่อาหารที่ไม่ค่อยมีประโยชน์ ไม่ค่อยกินข้าว กินแต่ขนมถุง หนังไก่ทอดนี่ของชอบ กินน้ำหวาน กาแฟ วันละ 2-3 แก้วต่อวัน  ไม่ค่อยดื่มน้ำเปล่า ผัก-ผลไม้ไม่ต้องพูดถึง กินน้อยมาก

4. นั่งทำงานทั้งวัน ลุกเดินแค่ไปห้องน้ำ กับไปกินข้าวกลางวัน

5. ออกกำลังกายหรอ ??? บ้าหรออออ !!! จะเอาเวลาที่ไหน กลับบ้านเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว

6. นอนเที่ยงคืน บางคืนก็ตีหนึ่ง

7. พอน้ำหนักขึ้น สามารถอดข้าวได้เป็นสัปดาห์ ๆ กินแต่น้ำ เพื่อลดน้ำหนัก รวมทั้งกินยาถ่ายทุกวันวันละ 10 เม็ด

 

แล้วชีวิตก็วนเวียนอยู่แบบนี้ จนอายุล่วงเลยมาถึง 36 ปี รู้สึกไม่ค่อยมีแรง หน้าโทรม ๆ ไม่มีชีวิตชีวา ไม่สดใส สภาพร่าง ณ ช่วงเวลาที่ใช้ชีวิต แบบนี้ “เผละ” โดยการอดอาหาร ไม่ออกกำลังกาย น้ำหนักขึ้น ๆ ลง ๆ อ้วน ๆ ผอม ๆ แต่หน้าท้องบวมตลอด

 

          เปลี่ยน – (Your life does not get better by CHANCE, It gets better by CHANGE)

           จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง อย่างที่บอกเลยค่ะ แต่ก่อน ถ้าน้ำหนักเราขึ้น เราจะอดข้าว สามารถอดได้ต่อเนื่องกันเป็นสัปดาห์ ๆ กินแต่น้ำ ตอนเด็ก ๆ ยังไม่ 30 มันก็ลดนะคะ อดวันนึง ลด 2 โล พอ 30+ เท่านั้นแหละค่ะท่านผู้ชมมม…อดข้าว 2 สัปดาห์ มันลด 1 โล  และตรงนี้แหละค่ะทำให้เราเริ่มรู้สึกว่า เราน่าจะมาผิดทาง นี่เราอดข้าว ถึง 2 สัปดาห์ มันต้องลดอย่างน้อย 3-5 โล ก็ยังดี นี่ลด 1 โล มันต้องผิดทางแน่ ๆ (เพิ่งมารู้ตอนหลัง ว่านี่คือร่างกายเข้าสู่ระบบเผาผลาญพัง)

 

รวมถึงปีที่แล้ว ไปร์ทต้องเข้าโรงพยาบาล เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ต้องนอนโรงพยาบาล เราเริ่มคิดว่าเราควรใส่ใจสุขภาพให้มากกว่านี้ เราเริ่มหาข้อมูลใน พันทิป, Google ว่ามันมีไหมวิธีที่ลดความอ้วนอย่างยั่งยืน มีความสุข สุขภาพดี เจอแต่กระทู้กินคลีน กับออกกำลังกาย ตอนนั้นก็ยังคิดนะคะว่า ไม่น่า…มันต้องมีวิธีอื่นสิ คิดว่าเราทำไม่ได้หรอก ไม่มีเวลา กินคลีนมันไม่อร่อย แพง มันน่าเบื่อ ทั้งที่ไม่เคยกิน ฮ่า ๆ ทำไม่ได้ ๆๆ บลา ๆๆๆ สารพัดข้ออ้าง

 

Fit Formula = Eat well 80% + Exercise 20%

          จนเราไปเจอ คลิป youtube ของนางแบบ Victoria Secrets ดูการใช้ชีวิตของนาง มามองดูชีวิตเรา เราเริ่มมีคำถามกับตัวเอง เราอยากเป็นคนที่เราเป็นตอนนี้ จริง ๆ เหรอ เรารักตัวเองจริง ๆ รึเปล่า ?? เราเกิดมาเพื่อ นั่ง ๆ นอน ๆ ทำงานซังกะตาย แล้วป่วยตายจากโลกนี้ไป คือชีวิตมันต้องเป็นอย่างนี้เหรอ แล้วคนรอบข้างเราส่วนใหญ่ก็ใช้ชีวิตแบบนี้แทบจะ 80% !
จบคำถาม เราบอกตัวเองเลยค่ะเราต้องเปลี่ยน และเราก็เริ่มทำในวันถัดมาเลยค่ะ เราไม่รู้หรอกนะว่าเราจะทำได้ไหม แต่เราไม่อยากมีชีวิตอย่างที่ผ่านมา เราอยากลองรักร่างกายของเราสักครั้ง สัปดาห์แรก ๆ ยากเหมือนกัน เพราะเหมือนเป็นสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อน แต่พอผ่าน 2 สัปดาห์ไปแล้วร่างกายเริ่มชิน เริ่มรู้สึกว่านี่คือสิ่งที่เราต้องทำ ไม่ต้องฝืนแล้วค่ะ สิ่งแรกที่ทำคือ

  1. จากตื่น  8 โมงเช้า เป็นตื่น 6 โมงเช้า หลังจากตื่นจะดื่มน้ำ 1 แก้วใหญ่ แล้วออกกำลังกาย ประมาณ 15 นาที โดยเล่นหน้าท้องเป็นหลัก จากนั้นจะทำอาหารเช้าและอาหารกลางวันเพื่อเตรียมไปกินที่ออฟฟิศ แล้วค่อยอาบน้ำ แต่งหน้า แต่งตัว แล้วไปทำงานค่ะ
  2. ตอนเย็น กลับมาถึงบ้านสองทุ่มครึ่ง ออกกำลังกายก่อนเลยค่ะ 30-45 นาที (เน้นขา/แขน) หลังจากออกกำลังกายเสร็จก็มาหั่นผัก หั่นไก่ เตรียมของไว้สำหรับทำอาหารพรุ่งนี้
  3. เข้านอน ห้าทุ่มถึงเที่ยงคืน จริง ๆ พยายามนอนก่อนห้าทุ่ม แต่ข้อนี้ทำยากจริง ๆ ค่ะ ถ้าทำได้จะดีมาก เพราะการนอนพักผ่อนสำคัญยิ่งกว่าการกินและการออกกำลังกายอีกค่ะ
    แล้วชีวิตก็วนเวียนลูปนี้มาได้ 3 เดือนแล้วค่ะ จะบอกว่าเดี๋ยวนี้เราไม่รู้สึกไม่อยากตื่นนอนมาทำงานแล้วค่ะ เพราะตอนนี้ชีวิตเรามีอย่างอื่นให้โฟกัส ไม่ใช่แค่เรื่องงานอย่างเดียว ทุกครั้งที่ตื่น เราจะคิดถึงการออกกำลังกาย กับการทำอาหาร เลยทำให้เราอยากตื่นมาออกกำลังกาย มาทำอาหารทุกวันเลย เราชอบมาออฟฟิศ เพราะไม่เปลืองน้ำที่บ้านเรา ฮ่า ๆ แบบดื่มน้ำเยอะมาก เราเพิ่งรู้ว่าเรารักการทำอาหาร เรามีความสุขกับการนั่งคิดว่า วันพรุ่งนี้เราจะทำอะไรกินดี มีความสุขกับการดูหุ่นตัวเองที่เปลี่ยนไปในแต่ละสัปดาห์ เราเริ่มรู้จักคำว่ารักตัวเองจริง ๆ ก็ตอนนี้

 

Insanity doing the same thing over and over again and expecting DIFFERENT results

          เกริ่นมาเยอะ คราวนี้มาดูวิธีการควบคุมอาหารและออกกำลังกายของเรากันเลยค่ะ
1. ตั้งเป้าหมาย (Dreams don’t come true Goal Do !!!)

สิ่งแรกที่ต้องทำและสำคัญมาก หาหุ่นในฝันก่อนเลยค่ะ รูปนางแบบ หุ่น แบบที่เราอยากได้ ของไปร์ทคือคนนี้ค่ะ เราไม่อยากผอม เราอยากได้มีน้ำมีนวลมีความ Feminine อยู่ ฟิต ๆ มี กล้ามท้อง แบบคนในรูปนี้เลยค่ะ ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต เริ่มต้นด้วยการ set goal นะคะ ถ้าเราไม่ set เราจะเดินสะเปะสะปะ เป้าของเราคือ เราต้องมีหุ่นแบบนี้ภายใน 6 เดือน

 

          ป.ล. เดี๋ยวตอนท้ายจะมาเฉลยนะคะว่า ผ่านมา 3 เดือน แล้ว หุ่นไปร์ทปัจจุบัน (Week 12) เปรียบเทียบกับหุ่นเป้าหมาย แล้วเป็นยังไงบ้าง ติดตามชมกันนะคะ
2. คำนวณ BMR & TDEE
สิ่งที่สองที่ต้องทำ คำนวณพลังงานที่ใช้ต่อวันในภาวะร่างกายปกติ ด้วยสูตร BMR (พลังงานพื้นฐานในการใช้ชีวิต) และ TDEE (พลังงานที่คุณใช้ในแต่ละวัน)  เว็บนี้เลยค่ะ http://www.bt-50.com/app.php?app=calculate_bmr_tdee ของไปร์ทคำนวณได้ตามรูปข้างล่างเลยค่ะ ดังนั้นไปร์ทจะคุมแคลฯ ต่อวัน ให้อยู่ระหว่าง 1,300-1,500 ไม่เกินนี้ค่ะ ช่วงลดน้ำหนัก  ช่วงเมนเทน ไปร์ทกินอยู่ที่ 1,500-1,600

 

          https://www.healthline.com/nutrition/how-many-calories-per-day
ลิงก์นี้มีประโยชน์มาก ๆ ค่ะ จะคำนวณว่าเราควรจะกินเท่าไร เพื่อ maintain/lose/lose fast   ค่ะ ของไปร์ทคำนวณแล้วจะได้ตามรูปด้านล่างเลยค่ะ อันนี้น่าจะใช้ฐาน เป็น BMR นะคะในกรณีที่เราไม่ออกกำลังกายเลย แต่ถ้าเราออกกำลังกายด้วย ไปร์ทว่าเรากินให้แคลอยู่ระหว่าง BMR กับ TDEE จะดีที่สุดค่ะ

 

3. คุมอาหาร 80% (Eat for the body you want not the body you have)
ไปร์ทเริ่มทำอาหารทานเอง เพราะควบคุมแคลอรีได้ง่ายกว่า และเพื่อสุขภาพด้วยค่ะ อาหารไม่คลีน 100% นะคะ เน้นอร่อย และมีประโยชน์ ไปร์ทไม่นับแคลฯ นะคะ แค่ประมาณเอา
– ใช้น้ำมันสเปรย์

– ใช้หญ้าหวานแทนน้ำตาล

– งดของทอด/ของหวาน

– ลดเค็ม เพราะทำให้ตัวบวมน้ำ ไปร์ทไม่ค่อยซีเรียสเรื่องกินเค็มเท่าไร แก้ได้โดยการดื่มน้ำเยอะ ๆ แต่กินมาก ๆ ไม่ดี นะคะไตพัง

– ใส่ใจเรื่องแคลอรีอาหารที่กินอย่าให้ต่ำกว่า BMR และสูงเกิน TDEE

– กินอาหารให้ครบ 5 หมู่

– เลือกทานแป้งขัดสีดีกว่า

– เลือกทานไขมันดีจากอัลมอนด์ อะโวคาโด เนยถั่ว ปลาแซลมอน

– เปลี่ยนมากินอเมริกาโน่เย็นไม่ใส่น้ำตาล

– ดื่มน้ำเยอะ ๆ ช่วยได้มากจริง ๆ ในเรื่องของการเผาผลาญและเรื่องผิว

– ในช่วง 2 เดือนแรก ไม่มีชีทมีลเลยค่ะ และแนะนำคนที่เริ่มคุมอาหารว่าอย่าเพิ่งมีชีทมีลจะดีกว่าค่ะควรให้ร่างกายเคยชินกับการทานอาหารแบบเฮลธ์ตี้ก่อน ไม่งั้นโอกาสหลุดจะมีสูงมาก ๆ ค่ะ

– ห้ามอดอาหารหรือกินน้อยกว่า BMR เด็ดขาดนะคะ เพราะโอกาสโยโย่สูงมากค่ะ

– งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ค่ะ แต่ไปร์ทดื่มบ้างนะคะ เสาร์-อาทิตย์ เวลาไปเดตค่ะ (ถึงโสด แต่คิวแน่นตลอดนะคะ ฮี่ ๆ)

 

Get fit in the gym Lose weight in the kitchen

          ตัวอย่างอาหารที่ทำค่ะ ไม่คลีน 100% นะคะ แต่สุขภาพดีทุกเมนู แน่นอนค่ะ – Eating well is a form of self-respect

 

          ชีวิตขาดหวานไม่ได้ ? ความหวานเราได้จากหลายแหล่งนะคะ จากกล้วย, อินทผาลัม, หญ้าหวาน, น้ำผึ้ง คิดจะกินหวาน กินหวานที่มาจากธรรมชาติ ไม่ผ่าน Process ดีกว่าค่ะ ไปร์ทดื่มโกโก้ร้อนทุกเช้า ใครว่า diet จะกินโกโก้ไม่ได้  (โกโก้มีประโยชน์มากนะคะ สิ่งที่ทำให้อ้วนคือน้ำตาล) โกโก้ของไปร์ทจะใช้นมอัลมอนด์ unsweetened + cacao unsweet powder รวมแล้วแก้วหนึ่งประมาณ 50 แคลฯ ค่ะ  แค่เลือกสักนิด ชีวิตก็เปลี่ยนค่ะ

 

           Snack – ต้องมีพกติดตัวตลอดค่ะ สำคัญมาก เพื่อป้องกันเวลาที่เราหิว เราจะได้หยิบพวกนี้เข้าปากค่ะ ถ้าไม่มีของพวกนี้โอกาสสูงมาก ที่เราจะไปกินของไม่มีประโยชน์เวลาหิว

 

          สรุป เรื่องอาหารนะคะอย่างที่บอกว่าลดความอ้วน อาหารที่เรากินสำคัญถึง 80% ไปร์ทเชื่อว่าคนที่อยากลดความอ้วนทุกคน อยากมีหุ่นดีตลอดไป ไม่ใช่ผอมอยู่ 1-2 เดือน แล้วอ้วนเหมือนเดิม ดังนั้นการอดอาหาร การกินอาหารที่คลีนเกินไป โดยที่เราไม่ได้มีความสุข มันไม่ยั่งยืน อยากให้คุณกินแบบมีความสุข แบบที่กินได้ทุกวันแบบไม่ทำร้ายร่างกาย ปรับให้มันเข้ากับตัวเราที่เราสามารถกินแบบนี้ได้ตลอดชีวิต โดยที่ไม่ฝืนคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
ตั้งแต่เรามาทานอาหารสุขภาพ ไม่คลีน 100% จากที่เคยคิดว่ามันไม่อร่อย เปลี่ยนเลยค่ะ  sandwich  ที่เราทำอร่อยมาก อิอิ เอาไปให้น้องที่ออฟฟิศกิน ติดใจกันทุกคน เลยทำให้เราคิดว่าอันนี้คือของหวานของเราค่ะ เราไม่เคยอยากกิน พวกเบเกอรี่ ขนมหวาน ที่น้ำตาลเยอะ ๆ อีกเลย สำหรับ ชีทเดย์ ส่วนใหญ่เราจะกินอาหารรสจัด ที่ปรกติไม่ได้กิน ส้มตำ ยำขนมจีน แบบรสจัด ๆ แต่ว่าของพวกนี้แคลฯ ต่ำนะคะ แต่ว่าไม่ค่อยดีกับสุขภาพ เราเลยถือเป็นชีทมีลของเรา
ถ้าไปกินข้าวข้างนอก เราฟรีนะคะ คือกินอะไรก็ได้แต่ขอให้มีประโยชน์กับสุขภาพ ไม่เน้นแคลฯ สัปดาห์หนึ่งจะทานข้างนอก สัก 1-2 ครั้งค่ะ วันนั้นทั้งวันเช้า-กลางวันจะกินน้อย เพื่อให้แคลฯ ตอนเย็นมาบาลานซ์กัน

 

Sandwich ของเรานะคะ นี่คือเมนูหลักอาหารเช้าของเราเลยค่ะ กินทุกวันไม่เคยเบื่อ

Whole wheat bread + Banana + Peanut Butter + Cinnamon + Granola + Cacao powder (ประมาณ 350 แคล)

4. ออกกำลังกาย 20%  (Exercise not only changes your body. It changes your mind, your attitude and your mood.)
ไปร์ทออกกำลังกายที่บ้านเพราะเคยสมัครฟิตเนสรายปีประมาณ 20,000 บาท แล้วไปใช้แค่เดือนเดียวค่ะ แล้วก็ขี้เกียจไป รู้สึกเสียดายเงินมาก รู้สึกไม่เหมาะกับเรา เป็นคนที่ออกจากบ้านต้องแต่งตัว ดังนั้นกว่าจะออกกว่าจะไปถึงฟิตเนส มันเลยทำให้ขี้เกียจ คือเราไม่ได้ขี้เกียจออกกำลังกายนะ แต่เราขี้เกียจแต่งตัว ขี้เกียจอาบน้ำ ขี้เกียจเดินทางฝ่ารถติด โอ๊ะ…ทำไมขี้เกียจจัง ฮ่า ๆๆ เลยคิดว่าการออกกำลังกายที่บ้านน่าจะเหมาะกับเราที่สุด ใส่ชุดกาก ๆ ไม่ต้องอาบน้ำล้างหน้า ก็ออกกำลังกายได้ 55555
ไปร์ทออกกำลังกายทุกเช้าหลังตื่นนอน ประมาณ 15 นาที และเย็นอีกประมาณ 30-45 นาที สัปดาห์ละ 5-6 วัน อุปกรณ์มีดัมเบลอันเดียวค่ะ ออกตามคลิปยูทูบ ด้วยความที่แต่ก่อนไปร์ทไม่ได้อ้วนมาก และไปร์ทควบคุมอาหารจริงจัง เลยไม่ได้คาร์ดิโอเลยค่ะ หุ่นที่ได้มาได้มาจากการบอดี้เวต อย่างเดียวเลย แต่สำหรับคนที่น้ำหนักเยอะมาก ๆ แนะนำให้คาร์ดิโอกับบอดี้เวตคู่กันนะคะ ผิวหนังจะได้ไม่ย้วย

 

          อันนี้เป็น AB Routine ที่ทำทุกเช้านะคะ อันนี้สำหรับ 5 Minutes Flat Stomach ทำ 2 รอบ ทุกวัน รับรองว่า หน้าท้องล่างจะบอกลาคุณค่ะ มันดีจริง ๆ มีอีกอันคือ Six-pack เดี๋ยวจะเอามาฝากวันหลังนะคะ

 

           สรุปนี่คือสิ่งทั้งหมดที่เปลี่ยน คือมันก็ไม่ยาก แต่มันก็ไม่ง่ายนะคะ แต่ถ้าทำได้มันคุ้มจริง ๆ ค่ะ สิ่งที่ต้องมีจริง ๆ คือความตั้งใจ วินัย และเป้าหมายต้องชัดเจน (เรารู้สึกนับถือทุกคนที่มาสาย healthy นะคะเพราะเรารู้ว่ามันไม่ง่ายจริง ๆ)
  ถ้าคุณทำได้ ไปร์ทบอกเลยว่าชีวิตคุณจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นทุกอย่างจริง ๆ ค่ะ คุณรู้ไหมคะ ว่าระบบเผาผลาญพัง มันเกิดจากอะไร เกิดจากเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายของเราเค้าช่วยกันเซฟพลังงาน เพื่อให้คุณได้มีชีวิตรอดเพราะเค้าคิดว่าคุณกำลังจะตายเนื่องจากการอดอาหาร จึงทำให้ระบบเผาผลาญในร่างกายต่ำลง ร่างกายเค้ารักคุณขนาดนี้ กลัวคุณตายขนาดนี้ รักเค้ากันเถอะค่ะ คนแรกที่คุณควรดูแลคือ ร่างตัวคุณเอง ให้เค้าได้กินของดี ๆ เวลาที่เค้าหิว ให้เค้าได้นอนเวลาที่ง่วง พาเค้าไปออกกำลังกายจะได้แข็งแรงอยู่ด้วยกันไปนาน ๆ ถ้าคุณรักเค้าดูแลเค้าดี ๆ เค้าให้สิ่งดี ๆ กลับมามากมายแน่นอนค่ะ
ข้อเสียเดียวตอนนี้ที่เห็นคือ หมดเงินกับเสื้อผ้าเยอะมากค่ะ ช้อปกระจายแบบ ฉันผอมแล้วจะใส่อะไรก็ได้อะเธอออออออออ
แอ๊ะ !! เกือบลืม รูปเปรียบเทียบระหว่างหุ่นเป้าหมายกับหุ่นปัจจุบันของตัวเอง ครบ 3 เดือนแล้นนนนนน

 

I am busy getting my dream body

          ตอนนี้ไปร์ท หนัก 47 สูง 162

 

            อาจจะยังไม่เท่ากับเป้าหมาย แต่ว่าเราก็มาไกลพอสมควรค่ะ และก็จะควบคุมอาหาร และออกกำลังกายต่อไป เพราะมันคือ My fit lifestyle ค่ะ
แถม ๆ วิวัฒนาการบิกินี่ของเราค่ะ ฮ่า ๆ อยากบอกว่า 2 รูปนี้น้ำหนักเท่ากันนะคะ 47 Kg. เห็นความแตกต่างไหม เราแค่อยากบอกว่า น้ำหนักน้อยไม่ได้หมายความว่าผอมนะคะ เพราะถ้ามีแต่ไขมัน ไม่มีกล้ามเนื้อ มันก็จะเผละ อย่างในรูปนั่นแหละค่ะ สมัยก่อนเราก็แปลกใจนะคะ ว่าเราก็ผอมนะแต่ทำไมเวลาถ่ายรูปมามันดูอ้วน ๆ บิดจนเอวจะหักก็ยังดูอ้วน ฮ่า ๆ เดี๋ยวนี้ไม่ต้องบิดเลยค่ะถ่ายหน้า ถ่ายหลัง ถ่ายไงก็สวย คริคริ

 

          สุดท้าย อยากฝากบอกว่า ไม่ว่าคุณจะอ้วนหรือจะผอม ความสุขมันอยู่ที่เราคิดนะคะ ถ้าคุณมองกระจก แล้วคิดว่าคุณสวย ไม่ว่าคุณจะอ้วนขนาดไหนคุณก็สวยค่ะ ถ้าคุณคิดว่าคุณไม่สวยถึงคุณจะผอมเป็นนางแบบวิคตอเรีย ซีเคร็ทคุณก็ไม่สวยค่ะ แต่แค่อยากให้ทุกคนหันมาดูแลสุขภาพน้า ร่างกายไม่มีอะไหล่เปลี่ยนนะคะ

 

Self-love is not selfish; you can’t truly love another until you know how to love yourself.

         จบแล้วค่ะ มือใหม่หัดเขียนครั้งแรก ผิดพลาดยังไงต้องขออภัยด้วยน้า ตั้งใจพิมพ์ทุกตัวอักษร

หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ ไม่มากก็น้อยนะคะ มีอะไรสงสัยถามในคอมเมนต์ได้เลยนะคะ ยินดีตอบทุกคำถามค่ะ

ขอบคุณ : สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม หมายเลข 3747687

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...