โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“สู้ภัยแล้ง” ด้วยนวัตกรรมซอยซีเมนต์

เทคโนโลยีชาวบ้าน

เผยแพร่ 21 ก.พ. 2562 เวลา 23.00 น.

ทุกวันนี้ ภาคเกษตรของไทยได้รับผลกระทบจากสภาวะการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ เจอปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วม พายุฝนและอากาศหนาวที่มาผิดฤดู ทำให้ปริมาณฝนลดลง อากาศขาดความชุ่มชื้น ส่งผลกระทบทำให้พืชขาดน้ำ ชะงักการเจริญเติบโต ปริมาณผลผลิตลดลง และมีคุณภาพต่ำ เพื่อความอยู่รอด เกษตรกรจำเป็นต้องเรียนรู้และเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างดิน น้ำ และพืช เพื่อปรับปรุงแผนการใช้ทรัพยากรน้ำให้สอดคล้องกับปริมาณความต้องการของพืชแต่ละชนิด เพื่อจะได้ผลผลิตที่ดีและมีคุณภาพป้อนเข้าสู่ตลาดในอนาคต

ประชารัฐร่วมแก้วิกฤติน้ำแล้ง

จากวิกฤตภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในจังหวัดขอนแก่น เมื่อปี 2560 ศูนย์ปฏิบัติการบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำ ได้ร่วมมือกับหน่วยงานในสังกัดกรมชลประทาน กำลังพลในสังกัดมณฑลทหารบกที่ 23 ค่ายศรีพัชรินทร์ กองพลทหารม้าที่ 3 ค่ายเปรมติณสูลานนท์ ได้บูรณาการร่วมกันบรรเทาภัยทั้งน้ำแล้งและน้ำท่วม โดยน้อมนำศาสตร์พระราชามาประยุกต์ใช้ในการก่อสร้างนวัตกรรมแห่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อถ่ายทอดให้กลุ่มเกษตรกรสามารถทำขึ้นใช้เองได้

อาจารย์สุภัทรดิส ราชธา อดีตวิศวกรที่ผันตัวมาเป็นจิตอาสาคอยช่วยเหลืองานของโครงการก่อสร้าง สำนักงานชลประทานที่ 6 โดยให้ความรู้ และคำแนะนำเกี่ยวกับโครงการฝายชะลอน้ำเพื่อบรรเทาภัยแล้ง โครงการชลประทานระบบน้ำหยด โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่ยึดตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9

อาจารย์สุภัทรดิส ที่ปรึกษาศูนย์ปฏิบัติการบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำ (โทร. 081-260-0709) กล่าวว่า ทางศูนย์ได้น้อมนำเอาแนวพระราชดำริเกี่ยวกับการสร้างฝายชะลอน้ำมาประยุกต์ใช้ออกแบบและพัฒนาตามหลักวิศวชลประทาน และคิดค้นนวัตกรรมซอยซีเมนต์ (Soil Cement) มาใช้ในการก่อสร้างฝายชะลอน้ำประชารัฐแบบมีร่องแกนซอยซีเมนต์ เพื่อเสริมความแข็งแรงยิ่งขึ้นกว่าฝายชะลอน้ำแบบอื่นๆ และสามารถรับน้ำหนักของตัวฝายได้มากกว่า 3 ตัน ต่อตารางเมตร ทำให้สามารถเพิ่มปริมาณน้ำที่เก็บกักในตัวฝายได้มาก และช่วยให้ฝายชะลอน้ำแบบนี้มีอายุการใช้งานยืนยาวมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรที่อยู่อาศัยนอกเขตชลประทานมีน้ำใช้ในการทำเกษตรได้ตลอดทั้งปี นวัตกรรมนี้ช่วยเก็บกักน้ำได้ดี โดยเฉพาะสภาพดินทรายในพื้นที่ภาคอีสาน

ฝายชะลอน้ำประชารัฐ แก้ไขภัยแล้งได้ดี

ปัญหาการขาดแคลนแหล่งน้ำในการทำเกษตรกรรมเป็นปัญหาใหญ่ในหลายพื้นที่ หนองแวงโมเดล อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ ทำฝายชะลอน้ำประชารัฐตามแนวพระราชดำริ เป็นหนึ่งในการบูรณาการตามแบบประชารัฐ ด้วยการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนกับหน่วยงานท้องถิ่น และภาคเอกชน

โครงการ “หนองแวงโมเดล” ตำบลหนองแวง อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ เป็นการสร้างฝายชะลอน้ำตามแนวพระราชดำริ หนึ่งในการบูรณาการตามแบบประชารัฐ ด้านการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนกับหน่วยงานท้องถิ่น และภาคเอกชนในพื้นที่ เกิดเป็นฝายชะลอน้ำที่ช่วยกักเก็บน้ำไว้ใช้ในการเกษตร และชะลอน้ำในฤดูน้ำหลาก ราคาประหยัด มีความคงทนแข็งแรง เพื่อช่วยให้ประชาชนมีน้ำใช้ในการทำเกษตรได้ทั้งปี

หนองแวงโมเดล ฝายชะลอน้ำประชารัฐ ทำให้ชาวบ้านที่นี่มีน้ำใช้ทำการเกษตร อีกทั้งในชุมชนยังมีการส่งเสริมการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ การปลูกพืชใช้น้ำน้อยตามรูปแบบชลประทานน้ำหยด รวมถึงการนำพลังงานโซลาร์เซลล์มาใช้ในการสูบน้ำเพื่อการเกษตร ช่วยให้คนในชุมชนสามารถบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ตนเองได้ตลอดทั้งปีด้วย

สร้างสระกักเก็บน้ำ
นวัตกรรมซอยซีเมนต์

อาจารย์สุภัทรดิส กล่าวว่า เนื้อดินภาคอีสานส่วนใหญ่มีสภาพเป็นดินทราย ทำให้มีปัญหาในการกักเก็บน้ำ จึงขอแนะนำให้เกษตรกรทดลองใช้นวัตกรรมซอยซีเมนต์ (Soil Cement) ในการสร้างสระกักเก็บน้ำไว้ใช้งานได้ตลอดทั้งปี

นวัตกรรมซอยซีเมนต์ คือการปรับปรุงดินด้วยปูนซีเมนต์ โดยการผสมผงปูนซีเมนต์เข้าไปในเนื้อดินให้เข้ากัน ในอัตราส่วน 1 : 20 – 1 : 40 ให้กำหนดอัตราส่วนของดินที่ใช้ผสมตามคุณสมบัติและสัดส่วนจำนวนคละแล้วสเปรย์น้ำให้ทั่ว จากนั้นจึงบดอัดแน่น เพื่อเป็นการปรับปรุงดินให้มีคุณสมบัติต่างๆ ทางวิศวกรรมของดินในหลายๆ ด้านได้ดีขึ้น เช่น กำลังต้านแรงทานแรงเฉือนสูงขึ้น กำลังรับน้ำหนักแบกทานเพิ่มมากขึ้น การยึดเกาะระหว่างเม็ดดินมีความหนาแน่นมากยิ่งขึ้น ค่าสัมประสิทธิ์การซึมผ่านของน้ำลดลง มีความทนทานต่อการกัดเซาะและทนทานต่อการเปลี่ยนรูปมากยิ่งขึ้น และคุณสมบัติอื่นๆ ที่เป็นผลดีทางด้านวิศวกรรมของดิน

ขั้นตอนการสร้างสระน้ำด้วยนวัตกรรมซอยซีเมนต์ ได้แก่

1. การขุดบ่อก่อสร้างและพรวนดินก้นบ่อให้มีความลึก 20 เซนติเมตร

2. ทำซอยซีเมนต์ก้นบ่อ โดยนำดินมาผสมปูนซีเมนต์ ในสัดส่วน 1 : 20 – 1 : 40 ขึ้นอยู่กับชนิดของดิน

3. ใช้เครื่องพรวนคลุกเคล้าดินกับปูนซีเมนต์ให้เข้ากัน พร้อมรดน้ำให้มีความชื้นพอประมาณ (ปั้นเป็นก้อนได้)

4. บดอัดดินให้แน่นด้วยเครื่องตบดินแบบเขย่าและปรับให้พื้นมีขนาดความสูงก้นบ่อเท่ากัน

5. พรวนดินด้านข้างหรือถากดินด้านข้างด้วยจอบหรือพลั่ว

6. นำดินที่ถากออกจากด้านข้างผสมกับปูนซีเมนต์ ในอัตราส่วนผสมปูนซีเมนต์กับดิน อยู่ระหว่าง 1: 20 – 1 : 40 ขึ้นอยู่กับชนิดของดิน คลุกเคล้าดินและปูนให้เข้ากัน พร้อมรดน้ำให้มีความชื้นพอประมาณ (ปั้นเป็นก้อนได้)

7. นำดินที่ผสมปูนซีเมนต์แล้วสาดขึ้นบริเวณด้านข้าง ให้มีความหนา 10-15 เซนติเมตร และบดอัดด้วยเครื่องตบดินแบบเขย่าหรือใช้สองเกลอกระทุ้งดินให้แน่น

8. ทำตามตัวอย่าง ข้อที่ 7 ให้ทั่วบริเวณด้านข้างขอบบ่อ

  1. ขอบบ่อด้านบนให้ทำเหมือนก้นบ่อ มีความกว้าง 1 เมตร และเอียงออกนอกบ่อโดยรวม

10 . เมื่อทำเสร็จแล้วสามารถปล่อยน้ำเข้ากักเก็บได้ทันที และสามารถเลี้ยงสัตว์น้ำได้โดยไม่ต้องพักบ่อ เพราะมีตะไคร่น้ำเกาะ

อาจารย์สุภัทรดิส กล่าวว่า การสร้างสระน้ำด้วยนวัตกรรมซอยซีเมนต์ใช้เงินลงทุนไม่มาก มีความแข็งแรงทนทาน มากกว่าการสร้างสระน้ำรูปแบบอื่นๆ มีอายุการใช้งานยาวนาน เหมาะสำหรับการนำไปใช้งานในพื้นที่การเกษตรที่อยู่นอกเขตชลประทานทั่วประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...