โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ : เหตุแห่ง "ชาร์ลี เอบโด" สู่การฆ่าตัดหัวครูฝรั่งเศส

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 27 ต.ค. 2563 เวลา 04.25 น. • เผยแพร่ 27 ต.ค. 2563 เวลา 04.25 น.

กลายเป็นอีกหนึ่งคดีเขย่าขวัญสั่นประเทศในฝรั่งเศส หลังจากนายซามูเอล ปาตี ครูวัย 47 ปี ถูกฆ่าตัดหัวอย่างเหี้ยมโหดโดยเด็กชายวัยเพียง 18 ปี ที่ถูกระบุว่า เป็นชาวเชเชน

นายปาตีเป็นครูสอนวิชาประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์ ถูกพบเป็นร่างไร้ศีรษะอยู่กลางถนนเมืองกองแฟลงส์-แซงต์-โอโนรี อยู่ที่ชานกรุงปารีส เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ส่วนคนร้ายถูกตำรวจวิสามัญฆาตกรรม เนื่องจากพยายามยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนสอบสวนและจับกุมตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เอาไว้หลายราย

ก่อนจะพบว่า สาเหตุของการฆ่าตัดหัวนั้น เกิดจากการที่นายปาตีได้หยิบยกกรณีการวาดการ์ตูนล้อเลียนศาสดามูฮัมหมัดของนิตยสาร “ชาร์ลี เอบโด” ที่กลายเป็นที่มาของการก่อเหตุร้ายแรงในฝรั่งเศสเมื่อปี 2558 มาสอนเรื่องเสรีภาพในการแสดงออก เพื่อให้นักเรียนได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็น

โดยได้มีการขอให้นักเรียนที่เป็นมุสลิมออกไปจากห้องเรียนก่อน เนื่องจากไม่ต้องการให้กระทบกระเทือนจิตใจ

แต่ปรากฏว่ามีเด็กหญิงชาวมุสลิมอายุ 13 ปีคนหนึ่งได้กลับไปฟ้องพ่อ-แม่ว่าครูได้นำภาพล้อเลียนศาสดามูฮัมหมัดมาแสดงในห้องเรียน

 

เรื่องดังกล่าวทำให้พ่อ-แม่ของเด็กไม่พอใจอย่างมาก และทำเรื่องร้องเรียนไปยังโรงเรียน ทำให้ต้องมีการประชุมระหว่างนายปาตี ครูใหญ่ และเจ้าหน้าที่กระทรวงศึกษาธิการ

ขณะที่พ่อของเด็กหญิงยังได้โพสต์วิดีโอบนทวิตเตอร์ ออกมาเรียกร้องให้คนในชุมชนช่วยกันร้องเรียนพฤติกรรมของนายปาตี

จนเกิดกระแสความโกรธแค้นขึ้นในชุมชน นำไปสู่การข่มขู่เอาชีวิตนายปาตี

เหตุการณ์ดังกล่าวยังทำให้นายอับดูลัค เอ ชายวัย 18 ปี ชาวเชเชน เกิดความโกรธแค้นอย่างยิ่ง

แม้ว่านายอับดูลัคจะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับนายปาตี และไม่ได้เรียนอยู่ที่โรงเรียนที่นายปาตีสอนแต่อย่างใด

จากการสอบสวนพบว่า นายอับดูลัคได้พยายามสืบหาตัวนายปาตีว่าคือคนไหน แล้วสะกดรอยตามขณะที่นายปาตีเดินทางกลับบ้าน และใช้มีดแทงนายปาตีจนเสียชีวิต

ก่อนจะตัดศีรษะนายปาตีอย่างเหี้ยมโหด

 

การตายของนายปาตี นำไปสู่การรวมตัวกันทั่วประเทศ เพื่อรำลึกถึงนายปาตี และปกป้องเสรีภาพในการพูด

ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสังหารจำนวนมาก รวมไปถึงนักเรียน 4 คนที่ช่วยคนร้ายระบุตัวตนของนายปาตีเพื่อแลกกับเงิน

นอกจากนี้ ก็ยังมีสมาชิกในครอบครัวของคนร้ายที่ถูกคุมตัวรวมอยู่ด้วย ทั้งปู่ และพ่อ-แม่ของผู้ก่อเหตุ รวมทั้งน้องชายวัย 17 ปี ที่ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวทันทีหลังเกิดเหตุ

นอกจากนี้ พ่อของเด็กนักเรียนหญิงที่โพสต์เรียกร้องให้ผู้คนออกมาต่อต้านนายปาตี และครูสอนศาสนาอีกคนหนึ่ง ที่สื่อฝรั่งเศสระบุว่าเป็นพวกมุสลิมหัวรุนแรงก็ถูกจับกุมตัวในครั้งนี้ด้วย

ขณะที่ทางการฝรั่งเศสได้เดินหน้าปราบปรามกลุ่มชาวมุสลิมหัวรุนแรงที่อยู่ในประเทศ แม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

ย้อนกลับไปที่ต้นเหตุ สำหรับเหตุการณ์บุกยิง “ชาร์ลี เอบโด” เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 มกราคม ปี 2558 เมื่อนายซาอิดและนายเชริฟ คูอาซี สองพี่น้องชาวมุสลิม ได้บุกยิงผู้คนในสำนักงานของนิตยสารชาร์ลี เอบโด ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส จนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 12 ราย และบาดเจ็บอีก 11 คน

เหตุเกิดจากการที่นิตยสารชาร์ลี เอบโด ซึ่งเป็นนิตยสารที่ออกแนวเสียดสีสังคมอยู่แล้ว ได้เผยแพร่ภาพวาดการ์ตูนล้อเลียนศาสดามูฮัมหมัดแห่งศาสนาอิสลาม ที่สร้างความโกรธแค้นให้กับชาวมุสลิม รวมไปถึงพี่น้องชาวมุสลิมคู่นี้

จนนำไปสู่การใช้อาวุธสังหารผู้คนในชาร์ลี เอบโด ในที่สุด โดยในจำนวนผู้เสียชีวิตมีนักวาดการ์ตูนชื่อดัง 2 คนของชาร์ลี เอบโด รวมอยู่ด้วย

หลังจากนั้นก็เกิดเหตุคนร้ายอีกคน คือนายอาเมดี คูลิบาลี ก่อเหตุรุนแรง จนทำให้มีตำรวจหญิงเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 2 คน และก่อเหตุจับตัวประกันที่ห้างสรรพสินค้าชาวยิว โดยคนร้ายได้สังหารตัวประกันชาวยิวไปอีก 4 คน ก่อนจะถูกตำรวจวิสามัญในเวลาต่อมา

แม้เวลาจะผ่านไปหลายปีแล้ว แต่หากเหตุการณ์สังหารหมู่ที่ชาร์ลี เอบโด ที่นำไปสู่การฆ่าตัดหัวครูก็ยังคงเป็นรอยร้าวลึกๆ อยู่ในสังคมฝรั่งเศส

และชี้ให้เห็นว่า เรื่องศาสนายังคงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและเปราะบางอยู่เสมอ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...