โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลุยยึดคืนผืนป่าแม่เมาะกว่า 100 ไร่ แฉนายทุนต่างถิ่นเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านลอบปลูกยางพารา

Khaosod

อัพเดต 26 ก.พ. 2561 เวลา 09.30 น. • เผยแพร่ 26 ก.พ. 2561 เวลา 09.30 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 ก.พ. พ.อ.สมศักดิ์ เตชะสืบ รอง ผอ.กอ.รมน. จังหวัดลำปาง นายชูเกียรติ พงศ์ศิริวรรณ ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) และนายสุเทพ พุทชา ผอ.ส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า นำกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจป้องกันและปราบปรามการทำลายทรัพยากรป่าไม้ สนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ทหารกองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 3 ค่ายประตูผา ตำรวจ กก.4 บก.ปทส. ตำรวจ ศปทส.ภ.5 ตำรวจ นปพ.กก.สส.ภ.จว.ลำปาง ตำรวจ ตชด.33 เชียงใหม่ และ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.แม่เมาะ ตำรวจ สภ.แม่เมาะ เข้าตรวจยึดพื้นที่ทวงคืนผืนป่าที่บริเวณสวนยางพาราตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านทาน หมู่ 4 ต.จางเหนือ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง จำนวน 9 แปลง รวมเนื้อที่กว่า 100-3-20 ไร่ ทั้งนี้พื้นที่ดังกล่าวได้ถูกนายทุนต่างถิ่นเข้ายึดถือครอบครองพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่งาวฝั่งขวา

โดยแปลงแรกที่เข้าตรวจยึดมีพื้นที่กว่า 12 ไร่ ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเดือนม.ค. 2561 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบที่บริเวณดังกล่าวพบมีการปลูกต้นยางพาราอายุต้นยางประมาณ 6 ปี ซึ่งพบว่าอยู่ในพื้นที่ของป่าสงวนแห่งชาติ จึงแจ้งให้ผู้เจ้าของสวนยางพาราได้นำเอกสารหลักฐานการครอบครองที่ดินมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ภายใน 15 วัน แต่เมื่อครบกำหนดก็ไม่มีเอกสารหลักฐานใดๆมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการตามแนวทางการบังคับใช้กฏหมายต่อพื้นที่ถูกบุกรุกปลูกยางพาราดังกล่าว

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่พบว่าพื้นที่ปลูกยางพาราที่ตรวจยึดทั้งหมด 9 แปลงนั้นชื่อเจ้าของผู้ครอบครองทั้งหมดนั้นเป็นคนต่างถิ่นไม่ใช่คนในพื้นที่ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.อุบลราชธานี จ.จันทบุรี จ.ศรีสะเกษ และ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งบางรายได้นำชื่อแจ้งย้ายทะเบียนบ้านมาอยู่กับคนในหมู่บ้านแต่ก็ไม่ได้มาพักอาศัยอยู่จริง ซึ่งคาดว่าจะอาศัยช่องโหว่ของกฎหมายเพื่อเข้ามายึดถือครอบครองพื้นที่ป่าโดยจะอ้างว่าไม่ใช่นายทุนต่างถิ่น โดยพบว่าพึ่งย้ายเข้ามาได้เพียง 3 เดือนเท่านั้น ทั้งนี้จะให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับผู้ครอบครองที่บุกรุกพื้นที่ป่าทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...