โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“A Bedroom is not a studio” เมื่อนักเรียนศิลปะส่งสาส์นประท้วงการเรียนออนไลน์แบบแสบและสร้างสรรค์

The101.world

เผยแพร่ 20 ก.ค. 2564 เวลา 14.54 น. • The 101 World

บทความชวนดูงานศิลปะและนวัตกรรมจากโลกที่หนึ่งที่สร้างการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีให้สังคมและชีวิตคนผ่านสายตานักออกแบบมัลติมีเดียจากโลกที่สามในนามกลุ่ม Eyedropper Fill

นอกจากการล็อกดาวน์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่มีมาตรการเยียวยาจะส่งผลกระทบกับคนทำงานหาเช้ากินค่ำ คนอีกกลุ่มที่ดูจะได้รับผลกระทบหนักหน่วงไม่แพ้กัน เห็นจะเป็นเหล่านักเรียนนักศึกษาที่ต้องปรับตัวมาเรียนออนไลน์ ทุกเช้าเด็กต้องแหกขี้ตาขึ้นมานั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อเปิดโปรแกรมซูม ทักทายครูและเพื่อนผ่านช่องหน้าต่างเล็กๆ ไม่มีโรงอาหารและสนามฟุตบอลให้วิ่งเล่นในเวลาพักกลางวัน ไม่มีกิจกรรมหลังเลิกเรียนรอพ่อแม่มารับ ไม่แม้แต่จะต้องลุกออกจากเก้าอี้ตัวเดิม บางคนนั่งทำการบ้านตรงนั้น เข้านอน และตื่นมาเจอกับลูปซ้ำๆ สิ่งที่น่าสะพรึงที่สุดคือวิถีการเรียนรู้ที่ตรงข้ามกับคำว่า ‘มีความสุข’ นี้ อยู่กับเด็กๆ มาเป็นเวลาเกือบสองปี

เด็กทุกคนที่ต้องอยู่ในวงจรนี้ต่างได้รับผลกระทบ ทั้งในมิติของการเรียนรู้ การเข้าสังคม และการเติบโต แต่กลุ่มที่หนักเป็นพิเศษดูเหมือนจะเป็นกลุ่มนักเรียนนักศึกษาในสาขาการเรียนที่ต้องอาศัยการลงมือทำ และต้องอาศัยพื้นที่เฉพาะสำหรับการเรียนรู้ หนึ่งในนั้นคือ ‘นักเรียนศิลปะ’

“Online art school is not art school” 

ข้อความตัวใหญ่พิมพ์ด้วยแบบอักษรโมเดิร์นถูกโพสต์เป็นภาพบนอินสตาแกรม @rcavisualcomm แอคเคาท์อย่างเป็นทางการของภาควิชาออกแบบนิเทศศิลป์ Royal College of Art หรือ RCA มหาวิทยาลัยศิลปะอันดับต้นๆ ของประเทศอังกฤษ หลังจากมหาวิทยาลัยประกาศปิดและปรับการเรียนการสอนของนักศึกษาทั้งหมดเป็นออนไลน์ในช่วงเริ่มต้นของการล็อกดาวน์เมื่อกลางปี 2020 

ข้อความที่ตามมาในโพสต์เล่าว่า การเรียนการสอนแบบออนไลน์ไม่ได้เวิร์กสำหรับนักศึกษาทุกหลักสูตร ห้องเรียนศิลปะออนไลน์ไม่สามารถมอบพื้นที่สตูดิโอ เครื่องมือเครื่องใช้และอุปกรณ์เฉพาะทาง ซึ่งนักศึกษาศิลปะจำเป็นต้องมีและมีเฉพาะในสตูดิโอเท่านั้น อย่างเครื่องพิมพ์สามมิติ เตาเผาเซรามิก เครื่องจักรสำหรับทำงานไม้ อุปกรณ์สตูดิโอถ่ายภาพ ฯลฯ, พื้นที่หาข้อมูลอย่างห้องสมุด ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่คอยช่วยให้คำปรึกษาในการทำงานก็หายไปด้วย ไปจนถึงการตรวจงานและโชว์ผลงานสุดท้ายปลายเทอม ที่หลายชิ้นต้องการการหยิบจับ เห็นด้วยตา และมีประสบการณ์ตรงกับผลงาน ก็ต้องตรวจกันผ่านออนไลน์ 

เท่ากับว่าค่าเทอมแสนแพงที่จ่ายไป คืนกลับมาในรูปแบบของวิดีโอผ่านโปรแกรมซูมเพียงแค่อาทิตย์ละครั้ง ยังไม่รวมวิถีชีวิตที่เหล่านักศึกษาศิลปะกลุ่มนี้ใช้คำว่า ‘wake and make’ คือตื่นขึ้นมาก็เจอกับงานทันที (และเผลอๆ ก็หลับไปพร้อมกับงาน) โดยไม่ได้มีเวลาไปแฮงก์เอาท์หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ในเวลาว่าง ทั้งๆ ที่ช่วงเวลาเหล่านั้นถือเป็นวัตถุดิบชั้นดีของความคิดสร้างสรรค์

คำถามของพวกเขาคือ จะคาดหวังการเรียนรู้และผลลัพธ์ทางการศึกษาคุณภาพเหมือนเดิมจากนักศึกษาได้อย่างไร ในเมื่อพวกเขาจำต้องอยู่ในเงื่อนไขเหล่านี้ นอกจากนั้นผลประโยชน์ที่หายไปของนักศึกษาไปตกอยู่กับใครกันแน่ และนี่คือมีมที่พวกเขาทำออกมาเพื่อสื่อสารสิ่งนี้

ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน นักศึกษาศิลปะจากมหาวิทยาลัย Kingston School of Art ก็ปล่อยแคมเปญออนไลน์ What’s happening KSA? (มาจากตัวย่อของชื่อมหาวิทยาลัย) ผ่านอินสตาแกรม @whats_happening_ksa  เพื่อตะโกนว่าการเรียนศิลปะแบบออนไลน์มันไม่เวิร์ก และเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยคืนเงินค่าเทอมสำหรับคุณภาพการศึกษาที่สูญเสียไป โดยเสียดสีแบบสุดแสบด้วยการแปะภาพเกมแกะสลักประติมากรรมและเกมเย็บเสื้อผ้าในมือถือ เหมือนกำลังถามว่าจะให้เราเรียนศิลปะกันแบบนี้จริงดิ?

พร้อมๆ กันได้เกิดแคมเปญที่ใหญ่และขยายวงกว้างขึ้นอย่าง @pauseorpayuk การรวมตัวกันของกลุ่มนักศึกษาชาวอังกฤษที่เรียนในหลักสูตรแบบ Studio-based หรือเรียนรู้ผ่านการลงมือทำในสตูดิโอ พวกเขาผลักดันข้อเรียกร้องที่ว่า มหาวิทยาลัยต้องพักการเรียนการสอนจนกว่าจะสามารถกลับมาใช้สตูดิโอได้ตามปกติ หรือไม่ก็จ่ายเงินชดเชยในสิ่งที่นักศึกษาสูญเสียไปอย่างเป็นธรรม เรียกว่าอะไรก็ได้แต่ไม่ใช่การเรียนออนไลน์! 

ในช่องทางหลักของแคมเปญอย่างอินสตาแกรม มีการโพสต์ภาพงานศิลปะที่สะท้อนวิถีชีวิตการเรียนจากที่บ้านเพื่อตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้น นักศึกษาวิชาออกแบบเฟอร์นิเจอร์คนหนึ่งต้องเปลี่ยนครัวที่บ้านให้กลายเป็นช็อปสำหรับทำงานไม้  ซึ่งแน่นอนว่าไม่เวิร์ก หรือนักศึกษาอีกคนที่ถ่ายรูปโฮมสตูดิโอของตัวเองที่เป็นทุกอย่างแล้ว ตั้งแต่ห้องสมุด สต็อกเก็บวัสดุ โต๊ะทำงาน เวิร์กช็อป คาเฟ่ ไปจนถึงเตียงนอน ต้องอัดรวมกันอยู่ในมุมเล็กๆ ในบ้าน

ท่ามกลางการประท้วงของเหล่านักศึกษาทั่วอังกฤษ Ruby Betts และ Ellis Tree สองนักศึกษาจาก Kingston School of Art อยากจะส่งเสียงเหล่านี้ให้ดังขึ้นเพื่อไปให้ถึงผู้เกี่ยวข้อง ทั้งสองเลยชวนเพื่อนนักศึกษาจากทั่วทุกมุมของอังกฤษออกมา ‘call out’ ด้วยการส่งภาพงานศิลปะหนึ่งชิ้นที่พูดถึงความรู้สึกของการต้องเรียนศิลปะแบบออนไลน์ โดยใช้พื้นที่สตูดิโอจำเป็นและข้าวของที่มีอยู่จำกัดภายในบ้านนั่นแหละมาทำเป็นงานศิลปะ

ข้อความประท้วงจากนักศึกษาที่ประสบชะตากรรมเดียวกันหลั่งไหลเข้ามา มีตั้งแต่บอกว่า “บ้านของเราไม่มีอุปกรณ์” , “ผมไม่ต้องการใบปริญญาที่ว่างเปล่า” , “คืนสตูดิโอให้เรา” , “เรามีห้องสมุด แต่เราเข้าไปใช้ไม่ได้” , “ห้องผมไม่ใช่เวิร์กช็อป” , “ไวไฟแย่มันทำให้ไม่มีสมาธิ” , “ง่ายๆ นะ คือบ้านเราไม่มีที่” , “นักเรียนหรือถุงเงินให้คุณถลุง” ฯลฯ แม้งานศิลปะแต่ละชิ้นจะออกมาบ้านๆ เนื่องจากใช้ข้าวของที่มีอยู่อย่างจำกัดภายในบ้านในการทำ (ส่วนหนึ่งเป็นการบอกว่างานออกมาได้เท่านี้เพราะไม่มีสตูดิโอให้ใช้) แต่ทุกชิ้นกลับเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก ชิ้นที่แสบมากๆ และถูกใจเราเป็นพิเศษคือชิ้นที่เป็นหน้ากระดาษเปล่าๆ พร้อมเขียนลงท้ายว่า “นี่คือจดหมายขอโทษจากอธิการบดีมหาวิทยาลัยของเรา”

หลังจากนั้น Ruby และ Ellis รวบรวมงานศิลปะประท้วงทุกชิ้นไว้ในหนังสือ ชื่อ A Message of Protest ซึ่งเมื่อพิมพ์แล้วเสร็จ มันจะถูกส่งไปยัง Michelle Donelan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาวิทยาลัยของอังกฤษ เพื่อให้ผู้มีอำนาจได้ยินเสียงและความรู้สึกของนักศึกษาเหล่านี้

ในฝั่งของ Royal College of Art หรือ RCA จะไม่วายเกิดเรื่องวุ่นๆ ตามมา อย่างการที่มหาวิทยาลัยเก็บกวาดและเคลียร์ของในสตูดิโอระหว่างช่วงล็อกดาวน์ ทำให้ผลงานศิลปะและงานออกแบบของนักศึกษาร่วมร้อยคนสูญหาย จนนักศึกษาต้องรวมตัวกันฟ้องมหาวิทยาลัย แต่ทางด้านของ Kingston School of Art จากอินสตาแกรมของแคมเปญทำให้เราเห็นข่าวคราวอัปเดตว่า นักศึกษาทุกคนสามารถกลับเข้าไปใช้สตูดิโอได้ตามปกติแล้วในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเกิดจากการที่เสียงเหล่านี้ถูกส่งไปถึงผู้มีอำนาจ หรืออาจเพราะสถานการณ์คลี่คลายขึ้นพอดิบพอดี ก็ถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดีที่นักศึกษาเหล่านี้ได้พื้นที่ที่เป็นเสมือนเรือนเพาะชำทางทักษะอย่างสตูดิโอกลับคืนมา

แม้ในหลายประเทศสถานการณ์โควิดจะเริ่มคลี่คลายและทุกอย่างค่อยๆ ทยอยกลับมาอยู่ในสภาพปกติ แต่บทสนทนาเกี่ยวกับการเรียนออนไลน์ของนักศึกษาในรูปแบบ Studio - based ยังคงดำเนินต่อไป ในบทความ “Online art school is not art school”: The future of creative higher education in the age of Covid-19 เปิดบทสนทนาที่ว่าไหนๆ ในอนาคต เราคงต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งโรคระบาด ภัยธรรมชาติ สถานการณ์ทางการเมือง ฯลฯ จะดีไหมหากสเต็ปต่อจากนี้ เราจะมาลองหาข้อดีทั้งจากการเรียนออนไลน์และการเรียนในสตูดิโอ และนำมาประยุกต์รวมกันเป็นรูปแบบการเรียนลูกผสม (hybrid model) เพื่อให้รูปแบบการเรียนในอนาคตมีความยืดหยุ่นพร้อมรับกับความเปลี่ยนแปลงทุกรูปแบบที่จะเกิดขึ้น ในบทความเล่าความคิดเห็นของนักศึกษาสถาปัตย์คนหนึ่งว่า สำหรับเขา แม้ว่าการเรียนออนไลน์จะทำให้โอกาสในการลงมือทำสร้างสรรค์และทดลองในสตูดิโอลดน้อยลงไป แต่ก็เป็นโอกาสดีที่ได้โฟกัสกับการศึกษาทฤษฎีและได้ฝึกฝนการใช้โปรแกรมใหม่ๆ ซึ่งเรื่องนี้ก็มองเป็นข้อดีได้เหมือนกัน

ก็ต้องติดตามกันต่อไปว่าการออกแบบห้องเรียนในอนาคตที่ควบรวมข้อดีของการเรียนออนไลน์และการเรียนสตูดิโอเข้าหากันได้จะหน้าตาเป็นอย่างไร ไม่แน่อาจจะกลายเป็นการเรียนที่สนุกและสร้างสรรค์กว่าเดิม

อ้างอิง :

What's Happening KSA?
PAUSE OR PAY UK
How Coronavirus Ate the Art School
“Online art school is not art school”: The future of creative higher education in the age of Covid-19
Design students protest online art school with a book of protest signs

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...