สั่งเด้งเจ้าอาวาสวัดพระนาง! ทุบทิ้งองค์หลวงพ่อแช่มบางส่วน คืนสภาพวัดโบราณให้ชาวภูเก็ต
วันที่ 24 พ.ย. จากกรณีโลกโซเชียลนำเสนอภาพองค์พระหลวงพ่อแช่ม สิ่งศักดิสิทธ์ที่ชาวภูเก็ตเคารพนับถือ ซึ่งเป็นองค์พระขนาดขนาดใหญ่ภายในวัดพระนางสร้าง หมู่ 1 ต.เทพกระษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เนื่องจากองค์พระมีสัดส่วนที่ไม่สมส่วน และไม่มีความเหมือนหรือคล้ายกับองค์รูปหล่อหลวงพ่อแช่มวัดฉลองที่เคยมี รวมถึงรูปปั้นยักษ์ถือปืนหน้าพระอุโบสถ พร้อมเรียกร้องให้แก้ไขหรือทุบทิ้ง ต่อมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าดำเนินการตรวจสอบ
ล่าสุดที่วัดท่าเรือ ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง จ. ภูเก็ต สถานที่ประชุมประชุมคณะกรรมการสงฆ์จังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ 1/2560 ซึ่งมีพระราชสิริมุนี เจ้าคณะจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมฯ พร้อมด้วยพระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะตำบลไปจนถึงเจ้าคณะอำเภอ รวมทั้ง นายประกอบ วงศ์มณีรุ่ง รองผวจ.ภูเก็ต นายวิญญา ปลัดขวา ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ต นายธวัชชัย ชั้นไพศาลศิลป์ หัวหน้ากลุ่มโบราณคดีและอนุรักษ์โบราณสถาน สาขาภูเก็ต สำนักศิลปากรที่ 12 นครศรีธรรมราช ผู้แทนสภาวัฒนธรรมภูเก็ต และประชาชนชาวอ.ถลาง เข้าร่วมประชุมด้วย
จากนั้นพระครูเมตตาภิรม เจ้าอาวาสวัดลัฏฐิวนาราม เจ้าคณะอำเภอเมืองภูเก็ต เปิดเผยว่าขณะนี้คณะพระสังฆาธิการระดับจังหวัด ซึ่งนำโดยเจ้าคณะอำเภอและเจ้าคณะจังหวัด ได้พิจารณาประเด็นดังกล่าวแล้วเห็นควรสั่งพักตำแหน่งเจ้าอาวาสของพระครูวิจิตรศุภการ เจ้าอาวาสวัดพระนางสร้าง เพื่อปฏิรูปภายในบริเวณวัดตามเจตนารมณ์ของพุทธศาสนิกชนและทุกหน่วยงาน พร้อมแต่งตั้งผู้รักษาการแทนฯ คือพระครูพรหมประภัสสร เจ้าอาวาสวัดเทพวนารามตำบลศรีสุนทร ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอถลาง
พระครูเมตตาภิรม กล่าวต่อว่า หลังมีมติสั่งพักตำแหน่งเจ้าอาวาสของพระครูวิจิตรศุภการ โดยไม่มีกำหนดนั้น หมายความว่า อาจจะสามารถกลับมาดำรงตำแหน่งได้ และอาจไม่กลับมาดำรงตำแหน่งก็ได้ หรืออาจจะแต่งตั้งผู้อื่นเป็นเจ้าอาวาสซึ่งจะพิจารณาในภายหลัง แต่ระหว่างนี้พระครูวิจิตรศุภการจะไม่สามารถยุ่งเกี่ยวกับกิจการใดๆ ภายในวัดพระนางสร้างอีก
“ในส่วนของการจัดการสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ภายในวัดพระนางสร้างที่ไม่ถูกต้อง ก็ให้ตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างส่วนราชการ ฆราวาสและคณะสงฆ์ เพื่อเข้ามาทำการปฎิรูปสิ่งต่างๆ ภายในวัดทั้งหมด โดยสิ่งปลูกสร้างใดที่ไม่ถูกต้องก็ต้องทุบทิ้ง โดยจะมีภาคส่วนต่างๆจะต้องเข้ามาดู เนื่องจากมีบางส่วนที่มีการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ส่วนไหนที่สามารถปรับปรุงได้ก็ให้ทางคณะกรรมการฯ มาพิจารณาร่วมกัน”