โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

IHG ชี้ "ท่องเที่ยวโลก" เริ่มฟื้น รุกเพิ่มโรงแรมใหม่ในไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 29 มี.ค. 2564 เวลา 06.29 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. 2564 เวลา 14.46 น.

“ไอเอชจี” เครือโรงแรมระดับโลกเชื่อมั่นภาคธุรกิจท่องเที่ยวทั่วโลก ชี้ดีมานด์อนาคตกำลังกลับมา นักลงทุนแห่ผุดโรงแรมใหม่ต่อเนื่อง เผยปี’63 ยังเซ็นสัญญาเข้าบริหารโรงแรมทั่วโลกทุกวัน-เปิดใหม่ถึง 285 แห่ง เตรียมบุกขยายโรงแรมทุกระดับในไทยอีก 2 เท่าตัว ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า พร้อมแจ้งเกิดแบรนด์ใหม่ VOCO ย่านสุขุมวิทหลังจากทยอยปักหมุดแบรนด์ “สเตย์บริดจ์สวีทส์-คิมป์ตัน” เป็นประเทศแรกในเซาท์อีสต์เอเชีย

นายราจิต สุขุมารัน กรรมการบริหาร ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี ไอเอชจี โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (IHG Hotels & Resorts) เปิดเผยว่า ปี 2563 ที่ผ่านมาต่อเนื่องมาถึงปีนี้เป็นช่วงเวลาที่ท้าทายมากสำหรับธุรกิจโรงแรมและอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 โดยเฉพาะประเทศไทยที่ต้องพึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

อย่างไรก็ตามมองว่าอุตสาหกรรมโรงแรมในอนาคตจะยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่องเช่นเดียวกับก่อนที่จะเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยขณะนี้ภาพรวมทั่วโลกอยู่ในระหว่างการฟื้นตัวแล้ว และกำลังมุ่งหน้าสู่อนาคตการเติบโตอย่างยั่งยืน

ขณะเดียวกันกลุ่มนักลงทุนก็ยังคงให้ความสนใจลงทุนในธุรกิจโรงแรมอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ซึ่งปรากฏการณ์หนึ่งที่สะท้อนได้ถึงความเชื่อมั่นของกลุ่มนักลงทุนและศักยภาพของการท่องเที่ยวที่จะกลับมาในอนาคตได้เป็นอย่างดี คือปี 2563 ที่ผ่านมาพบว่ากลุ่มไอเอชจีได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก มีการเซ็นสัญญาเข้าบริหารโรงแรมใหม่เฉลี่ยวันละ 1 สัญญา และได้เปิดโรงแรมใหม่จำนวน 285 แห่งทั่วโลก

“เรามีความมั่นใจในแผนฟื้นฟูธุรกิจของเราในช่วงที่ผ่านมา โดยให้ความสำคัญด้านสุขภาพและความปลอดภัยของแขกและพนักงานเป็นอันดับแรก และก็หวังว่าตั้งแต่ปลายปี 2564 หรือต้นปี 2565 ที่จะถึงนี้น่าจะเห็นความชัดเจนทั้งในเรื่องของวัคซีนและการผ่อนปรนมาตรการต่าง ๆ เรื่องการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งทั้ง 2 ส่วนนี้ถือเป็นปัจจัยหลักที่พาร์ตเนอร์ของเรามองว่าเป็นปัจจัยบวก” นายราจิตกล่าว

นายราจิตกล่าวว่า สำหรับประเทศไทยนั้นกลุ่มไอเอชจียังมั่นใจว่าเศรษฐกิจของประเทศจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งกลุ่มไอเอชจีเองก็พร้อมที่จะสร้างการเติบโตต่อในปีนี้เช่นกัน หลังจากที่ก้าวผ่านปี 2563 มาได้อย่างแข็งแกร่ง โดยจะยังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนการเติบโตของภาคธุรกิจท่องเที่ยวไทยต่อไป

ทั้งนี้ จะมุ่งเรื่องการสร้างแบรนด์ในเครือข่ายทั้งหมดให้ได้รับความไว้วางใจและเข้าไปอยู่ในใจลูกค้าและพาร์ตเนอร์ โดยตระหนักถึงความต้องการของแขกและเจ้าของโรงแรมและมุ่งตอบโจทย์ลูกค้า รวมถึงสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงให้เจ้าของโรงแรมซึ่งเป็นกลุ่มนักลงทุนทั่วโลก

ด้านนางสาวเซเรน่า ลิม รองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจ อินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเต็ลส์ กรุ๊ป (ไอเอชจี) ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี กล่าวเสริมว่า สำหรับตลาดประเทศไทยนั้นกลุ่มไอเอชจีมองว่ายังเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนโรงแรมในเครืออีก 2 เท่าตัว ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า หรือมีจำนวนโรงแรมในเครือรวมไม่ต่ำกว่า 60 แห่ง จากปัจจุบันที่มีอยู่ประมาณ 30 แห่ง

โดยจะขยายแบรนด์ในทุกระดับ อาทิ แบรนด์ในกลุ่มลักเซอรี่และไลฟ์สไตล์ ขณะนี้สรุปโครงการแล้ว 3 แห่ง ภายใต้แบรนด์อินเตอร์คอนติเนนตัลในอีก 2 ปีข้างหน้า ได้แก่ เขาใหญ่ (นครราชสีมา), ทองหล่อ (กรุงเทพฯ) และเชียงใหม่

นอกจากนี้ยังมีแบรนด์ที่มีโอกาสเติบโตในประเทศอีกจำนวนมาก อาทิ ศักยภาพในการขยายโรงแรมคราวน์พลาซ่าในพื้นที่ที่มีการเติบโตด้านธุรกิจ เช่น สุขุมวิท, พระราม 9 ฯลฯ รวมถึงแบรนด์ฮอลิเดย์ อินน์ ที่มีแผนขยายไปภูเก็ต (กะตะ), กรุงเทพฯ (สถานีรถไฟฟ้าตากสิน) เมืองท่องเที่ยว และเมืองใหญ่ทั่วประเทศไทย เป็นต้น

“ที่ผ่านมาประเทศไทยเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไอเอชจีเปิดตัวแบรนด์ใหม่ อาทิ โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ เอ็กซ์เพรส และโรงแรมอินดิโก้ กรุงเทพฯ และในปีที่ผ่านมาก็ได้เปิดตัวอีก 2 แบรนด์ใหม่ คือ สเตย์บริดจ์สวีทส์ และคิมป์ตัน ส่วนแบรนด์ใหม่ที่จะนำมาเปิดตลาดต่อจากนี้น่าจะเป็นแบรนด์ “โวโค” หรือ VOCO ซึ่งเป็นแบรนด์ในกลุ่มพรีเมี่ยมบนทำเลถนนสุขุมวิท” นางสาวเซเรน่ากล่าว

นางสาวเซเรน่ากล่าวเพิ่มเติมอีกว่า สำหรับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้น ที่ผ่านมายอมรับว่าโรงแรมในเครือได้รับผลกระทบบ้าง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ อย่างไรก็ตามโรงแรมทั้งหมดได้ปรับกลยุทธ์เพื่อตอบโจทย์ตลาดคนไทยมากขึ้น และให้บริการธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศอย่างต่อเนื่องแม้ในช่วงการแพร่ระบาด

โดยขณะนี้พบว่าความต้องการจองห้องพักในประเทศยังคงมีต่อเนื่อง และสามารถสร้างรายได้จากการเปลี่ยนไป เน้นนักท่องเที่ยวคนไทย (กลุ่มครอบครัว) ทำให้โรงแรมสไตล์รีสอร์ตในเครือเป็นที่นิยมมากขึ้น อาทิ หัวหิน เป็นต้น และเริ่มเห็นทิศทางที่ดีมากมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมาและต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...