PTT เผยเครือปตท.วางงบลงทุน 9 แสนลบ.ใน 5 ปี คาดกระตุ้นศก.0.2-0.3%
PTT เผยเครือปตท.วางงบลงทุน 9 แสนลบ.ใน 5 ปี คาดกระตุ้นศก.0.2-0.3%
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -24 ก.พ. 63 15:50 น.
PTT วางเป้ารักษาอัตรากำไรสุทธิปีนี้ 3-5% คาดสเปรดปิโตรฯ-GRM สูงขึ้น เผยเครือปตท.วางงบลงทุน 9 แสนลบ.ใน 5 ปี คาดกระตุ้นศก.ไทย 0.2-0.3%คาดสรุปแผนออกหุ้นกู้ 5-6 หมื่นลบ.กลางปีนี้ ใช้รีไฟแนนซ์-ลงทุน
นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยว่า บริษัทคาดส่วนต่างราคาปิโตรเคมียังมีทิศทางราคาที่ดีขึ้น หลังจากที่ในช่วงที่ผ่านมาราคาลดต่ำลงในระดับต่ำที่สุดแล้ว ขณะเดียวกันคาดค่าการกลั่นจะดีขึ้นจากปี 62 ที่อยู่ในระดับ 3.7 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และปริมาณขายก๊าซจะเพิ่มขึ้นจากปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นของ PTTEP ซึ่งจะพยายามรักษาอัตรากำไรสุทธิให้อยู่ที่ระดับ 3-5% เหมือนในทุกๆ ปีที่ผ่านมา
โดยบริษัทคาดราคาน้ำมันดิบดูไบปี 63 จะเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 54-64 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งปรับลดลงจากช่วงไตรมาส 4/62 ที่อยู่ในระดับ 62 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล โดยมีปัจจัยลบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่อาจจะทำให้อุปสงค์น้ำมันโลกชะลอตัว รวมถึงอาจจะส่งผลกดดันต่อเศรษฐกิจโลก ถึงแม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากการที่กลุ่มโอเปกลดปริมาณการผลิตเหลือ 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน จนถึงไตรมาส 1/63
บริษัทได้เตรียมแผนการลงทุนที่มีวงเงินจะลงทุนที่ชัดเจนแล้ว ในปี 63-67 วงเงินรวม 180,814 ล้านบาท ซึ่งจะใช้ในปี 63 จำนวน 70,000 ล้านบาท และจัดเตรียมงบลงทุนในอนาคต (Provisional Capital Expenditure) ในระยะ 5 ปีข้างหน้า จำนวน 203,583 ล้านบาท โดยธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้น มีแผนขยายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานและเน้นการลงทุนในธุรกิจ LNG เช่น โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกเส้นที่ 5 โครงการ LNG Receiving Terminal หนองแฟบ และขยายการเติบโตด้วยการลงทุนธุรกิจก๊าซฯ สู่ไฟฟ้า (Gas to Power) โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียน
รวมถึงการดำเนินธุรกิจ LNG แบบครบวงจรและการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการซื้อ-ขาย LNG ของภูมิภาคอาเซียน สำหรับธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย จะผลักดันกระบวนการผลิตด้วยการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามแนวทาง Circular Economy และขยายการลงทุนในธุรกิจใหม่ที่มีความชำนาญและได้เปรียบในการแข่งขันไปสู่การลงทุนในผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีมูลค่าสูง
ในด้านนวัตกรรมและการลงทุนธุรกิจใหม่ ปตท. เตรียมพร้อมพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเมืองอัจฉริยะ (Smart City Development) โดยเน้นในด้านการบริหารจัดการพลังงานในพื้นที่ที่มีศักยภาพ และจะขยายการเติบโตด้วยการร่วมทุนหรือซื้อกิจการในธุรกิจพลังงานใหม่ (New Energy) อาทิ ธุรกิจไฟฟ้าครบวงจร พลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงานและยานยนต์ไฟฟ้า
ขณะเดียวกัน ในปี 63-67 มีแผนที่จะต้องใช้เงินลงทุนทั้งกลุ่มในเครือของ ปตท.กว่า 9 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการลงทุนที่มีแผนการลงทุนที่ชัดเจนแล้ว ทั้งนี้มองว่าวงเงินลงทุนดังกล่าวจะมีช่วยให้เม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจและมีผลต่อจีดีพีประมาณ 0.2-0.3%
ส่วนกรณีที่ภาครัฐจะมีนโยบายการปรับสูตรโครงสร้างราคาน้ำมันนั้น ประเมินว่าการกำหนดราคาจะต้องให้อยู่ในความเหมาะสม และจะต้องดูรายละเอียดในส่วนผสมของน้ำมัน และรับฟังความคิดเห็นของผู้ประกอบการ ซึ่งเชื่อว่าราคาขายปลีกจะไม่ลดต่ำลง 50 สตางค์ต่อลิตรตามที่เคยเป็นข่าว
นอกจากนี้ ในธุรกิจก๊าซ NGV ในปี 63 บริษัทยังคงต้องใช้เงิน 200-300 ล้านบาท อุดหนุนให้กับผู้ประกอบการรถสาธารณะ โดยขณะนี้ราคา NGV ยังไม่สะท้อนราคาต้นทุนของบริษัท แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทได้พยายามบริหารจัดการลดต้นทุน ลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ภายในบริษัท
ทั้งนี้ ในช่วงกลางปี 63 จะมีความชัดเจนแผนจะออกและเสนอขายหุ้นกู้วงเงินประมาณ 50,000-60,000 ล้านบาท ซึ่งจะรอดูภาวะตลาดดอกเบี้ย และความต้องการ และอาจจะขายให้กับประชาชนทั่วไปหรือแบบนักลงทุนเฉพาะเจาะจง โดยคาดจะมีดอกเบี้ยต่ำกว่า 5% ซึ่งจะทำให้อัตราหนี้สินต่อทุนมีโอกาสจะเพิ่มมากเกิน 0.25 เท่า ทั้งนี้จะออกหุ้นกู้เพื่อนำเงินไปลงทุนขยายธุรกิจและอาจจะรีไฟแนนซ์หุ้นกู้ชุดเดิม
ลักษณะธุรกิจของ PTT
ธุรกิจปิโตรเลียมและปิโตรเคมีครบวงจร โดยผ่านธุรกิจที่ดำเนินงานเองและธุรกิจที่ลงทุนผ่านบริษัทในกลุ่ม ได้แก่ การสำรวจและผลิต จัดหาและจัดจำหน่าย ขนส่ง และแยกก๊าซธรรมชาติ ดำเนินกิจการค้าระหว่างประเทศสำหรับผลิตภัณฑ์น้ำมันและปิโตรเคมี และมีการลงทุนในธุรกิจการกลั่นและปิโตรเคมีในประเทศ และดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศรายงาน โดย สันติภาพ เกตุสร้อย เรียบเรียง โดย จำเนียร พรทวีทรัพย์ อนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ