โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

รู้ไว้ใช่ว่า กินหวานอย่างไรให้ห่างไกลเบาหวาน

อาวุโส โซไซตี้

อัพเดต 04 ก.ย 2564 เวลา 03.30 น. • เผยแพร่ 04 ก.ย 2564 เวลา 01.00 น. • อาวุโสโซไซตี้
รู้ไว้ใช่ว่า กินหวานอย่างไรให้ห่างไกลเบาหวาน

รสหวานจากอาหารและเครื่องดื่มรอบตัวเราส่วนใหญ่ในปัจจุบันล้วนมาจากน้ำตาลทั้งสิ้น เมื่อเรารับประทานน้ำตาลเข้าไปก็จะถูกเปลี่ยนเป็นพลังงานให้แก่ร่างกาย แต่ถ้ามากเกินไปก็จะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมในร่างกายได้เช่นกัน ส่งผลเพิ่มน้ำหนักตัวทำให้อ้วน ฟันผุ เพิ่มความเสี่ยงเกิดโรคกระดูกและข้อ โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคเบาหวานได้ โดยเฉพาะโรคเบาหวานที่มีความชุกของโรคในประชากรไทยที่อายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป สูงถึงร้อยละ 8.8 ในปี พ.ศ. 2557 และกลุ่มอายุที่พบเป็นโรคเบาหวานมากสุดคือช่วงอายุ 60 – 69 ปีนั่นเอง จึงเป็นที่มาของบทความวันนี้ เรื่องของการกินหวานแบบพอดีและไม่เกิดโรคเบาหวาน

คุณเชื่อหรือไม่ว่าคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายแห่งประเทศไทย รายงานการบริโภคน้ำตาลของคนไทยในปัจจุบันเฉลี่ยคือประมาณ 20 – 28 ช้อนชาต่อคนต่อวัน ซึ่งเป็นปริมาณเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 20 ปีก่อนถึงเกือบ 3 เท่าตัว ซึ่งถ้าปริมาณน้ำตาลวันละ 20 ช้อนชาต่อวันมันสูงเกินไป แล้วปริมาณน้ำตาลเท่าไหร่จึงที่เป็นปริมาณเหมาะสมเพียงพอต่อวันสำหรับคนไทยเราล่ะ?

องค์การอนามัยโลกแนะนำการบริโภคน้ำตาลทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ไม่ควรจะเกินร้อยละ 10 ของพลังงานที่เรารับทั้งหมดต่อวัน และยังแนะนำต่ออีกว่าถ้าเกิดลดได้ต่ำกว่าร้อยละ 5 ของพลังงานที่เรารับทั้งหมดต่อวัน (ประมาณ 25 กรัม หรือ 6 ช้อนชานั่นเอง) จะเกิดผลดีกับสุขภาพร่างกายด้วย ซึ่งก็สอดคล้องกับคำแนะนำจากแนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวานของประเทศไทยเช่นกันที่แนะนำไว้ว่า ปริมาณน้ำตาลต่อวันต้องไม่เกินร้อยละ 5 ของพลังงานรวมที่รับต่อวัน คิดเป็นปริมาณน้ำตาล 3 – 6 ช้อนชา โดยให้กระจายการกินน้ำตาลออกใน 2 – 3 มื้อของวัน ซึ่งน้ำตาลที่พูดถึงนี้หมายถึง น้ำตาลในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นน้ำผึ้ง น้ำหวาน น้ำตาลที่เราเติมและปรุงในมื้ออาหาร แต่ไม่นับรวมน้ำตาลที่แฝงในผลไม้และผัก

แล้วจะกินอาหารอย่างไรดีล่ะ?

จากปริมาณน้ำตาลที่เหมาะสม 6 ช้อนชาต่อคนต่อวัน แท้จริงแล้วเป็นปริมาณที่น้อยมากๆ อาหารหลักที่เรากินในแต่ละมื้อส่วนใหญ่ล้วนมีการปรุงรสด้วยน้ำตาลมาแล้วทั้งนั้น จึงไม่ควรปรุงน้ำตาลเพิ่มแบบตักใส่เป็นช้อนๆ อาจปรุงเพิ่มได้แค่เพียงเล็กน้อย และงดกินขนมและของหวานตลอดวัน หันมาบริโภคน้ำเปล่าแทนเครื่องดื่มรสหวาน เพียงเท่านี้ปริมาณน้ำตาล 6 ช้อนชาต่อวันก็จะไม่ยากเกินไปสำหรับทุกคน ส่วนการบริโภคผลไม้แม้จะไม่นับรวมน้ำตาลจากผลไม้เราก็ไม่ควรจะรับประทานผลไม้รสหวานจัด (เช่นกล้วยสุก มะม่วงสุก เป็นต้น) ในปริมาณมาก แนะนำให้หันไปบริโภคผลไม้ที่มีรสหวานน้อย (เช่น มะละกอ ฝรั่ง ชมพู่ ส้มโอ เป็นต้น) แทน อย่าลืมหันมาบริโภคหวานแต่น้อยแล้วออกกำลังกายเพื่อสุขภาพของตัวเราเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...