โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ต้น ตระการ’ เผยบทบาทการเป็นพ่อบ้านลูกสอง แชร์เคล็ดลับมัดใจภรรยาเด็กให้อยู่หมัด

The Bangkok Insight

อัพเดต 20 เม.ย. 2564 เวลา 10.16 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. 2564 เวลา 10.16 น. • The Bangkok Insight

ต้น ตระการ เผยบทบาทนอกจอที่ตรงข้ามกับในละคร 

กับการเป็นพ่อบ้านลูกสอง !! พร้อมแชร์เคล็ดลับมัดใจภรรยาเด็กให้อยู่หมัด!

      นับเป็นอีกหนึ่งนักแสดงคุณภาพที่ยังมากฝีมือและยังคงมีผลงานดีๆให้แฟนละครได้ชมกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับ ต้น ตระการ ที่เดินทางบนเส้นทางบันเทิงมายาวนานถึง 30 ปี ได้มาเยือนรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 ทั้งทีเจ้าตัวที่นอกจากจะเล่าย้อนอดีตการเริ่มต้นในวงการแล้ว ได้อัพเดทถึงครอบครัวอันแสนอบอุ่น พร้อมแชร์เคล็ดลับมัดใจภรรยาเด็กให้อยู่หมัด  แถมยังเปิดอกว่าทำไมถึงคงต้องทำพินัยกรรมไว้ให้ลูกๆ

ต้น ตระการ เล่นละครครั้งแรกประมาณปี 2533 ตอนนั้นเป็นนักศึกษาปี 1 ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จนถึงตอนนี้ก็ประมาณ 30 ปีครับ

ถาม แล้วมีความรู้สึกช่วงงานงด งายหาย ผู้จัดไม่เรียกมีบ้างไหม

ต้น ตระการ ความรู้นี้เป็นครั้งแรกตอนที่เล่นละครเรื่อง วนิดา พอถ่ายละครเรื่องแรกจำได้เลยว่านั่งรถเมล์จากธรรมศาสตร์ ไป หนองแขม เพื่อไปถ่ายละครได้ค่าตอนแสดงตอนนั้น ตอนละ 700 บาทในยุคนั้นนะ ซึ่งในตอนนั้นเราก็โอเคกับรายได้ตรงนั้นเพราะเราก็ไม่ได้อยากมีรายได้อะไรมาก แต่เรามีความภูมิใจ ซึ่งพอหลังจากเรื่องนี้ก็เงียบหายไปเลย เราก็รู้สึกว่าเราคงไปในเส้นทางนี้ไม่ได้แน่นอนแล้ว เราก็ทำใจแล้วก็ตั้งใจเรียนไปเรื่อยๆจนได้โอกาสอีกครั้ง เพราะตอนนั้นก็จำไม่ได้ว่าเรื่อง วนิดา ออกอากาศไปหรือยัง แต่ตอนนั้นเราเป็นเหมือนนักแสดงหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้าวงการคือได้เล่นเป็นน้องชายพี่ตั้ว ศรัณยู ก็ถือว่าเป็นดาวรุ่งแล้วมันไม่ต่อไปไม่ได้มันก็สะท้อนใจตัวเอง งานละครห่างมาประมาณ 2-3 ปีเลยเพราะว่าจำได้ว่าเรื่องที่สองเล่นเรื่อง หมอเมืองเถื่อน ของ พี่จิ๋ม มยุรฉัตร นั้นก็คือตอนที่เราใกล้จะเรียนจบปี 4 และหลังจากนั้นก็ไม่เคยมีช่วงไหนเว้นว่างจากงานละครเลย คือ เราก็ไม่ได้มีผู้จัดการด้วยเราก็ต้องวางตารางชีวิตในการรับงานของเราเอง ถามว่ารับละครซ้อนกันมากที่สุดกี่เรื่องก็ต้องบอกว่าทุกวันนี้ก็รับซ้อนนะ แต่ไม่รักซ้อนนะครับ (หัวเราะ) คือ ต้องบอกแบบนี้ครับที่รับซ้อนเราไม่ได้รับงานวันเดียวสองสามกอง เพราะเราเป็นคนจัดตารางเวลาด้วยตัวเองเราก็สามารถบอกเขาได้เลยว่า วันนี้ได้ วันนี้ไม่ได้ เพราะว่าเราไม่อยากจะวิ่งสองกองสามกอง

ถาม แต่ก็ยังมีเวลาไปเรียนจนจบด็อกเตอร์เลย ด้าน ยุทธศาสตร์การกีฬา อีก

ต้น ตระการ ต้องบอกว่าช่วงนั้นเป็นช่วงที่พอเราอยู่ในวงการมาสักพักหนึ่งมันก็มีความสุขอีกแบบด้วยส่วนตัวเราก็เป็นคนที่ชอบเล่นฟุตบอลอยู่แล้ว ก็ได้ไปรู้จักกับ พี่เป็ด เชิญยิ้ม พอไปเล่นฟุตบอลด้วยกันจนไปทำทีมชาติ เราก็ได้มาเป็นผู้ช่วยพี่เป็ดในฐานะผู้ช่วยทีมชาติหญิงอายุ 19 ปี อันนั้นก็เป็นครั้งแรกในระดับประเทศ แล้วพี่เป็ดก็ชวนไปเรียนไหนๆเราก็สนใจในเรื่องฟุตบอลแล้วเราก็ไปเรียนในเรื่องของวิทยาศาสตร์ของการกีฬา เรื่องของการจัดการก็ได้ไปเรียนกันที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จริงๆเรียนแค่เสาร์ อาทิตย์ ช่วงเช้า แต่จะหนักแล้วก็เป็นช่วงที่หายไปก็ในช่วงของดุษฎีนิพนธ์ เพราะว่าต้องทำวิจัยต่างๆนานาๆเป็นช่วงที่ยุ่งมาก

ถาม ซึ่งเราเห็นบทบาทของ ต้น ตระการ ส่วนใหญ่จะชินกับลุคที่ใส่สูท

ต้น ตระการ เพราะว่าเป็นการให้เกียรติประชาชนทั่วไป แต่ช่วงหลังๆพอเรามีครอบครัวแล้ว มีลูกเราก็เริ่มปล่อยตัวสบายๆ และเราก็ได้พูดกับตัวเองเสมอว่าเราไม่ใช่ดารา แต่เราคือนักแสดง พอเราแสดงตามบทบาทนั้น เป็นพิธีกรเราก็ให้เกียรติกับงานนั้นแต่งตัวให้เรียบร้อยสุภาพ แต่พอเราใช้ชีวิตส่วนตัวอยากจะไปนั่งกินข้าวแกงริมถนน คุยกับแม่ค้าในตลาดเราก็แต่งตัวไปแบบสบายๆ อยู่บ้านเราใส่แค่กางเกงฟุตบอลตัวเดียวถอดเสื้อ เป็นอาเจ็ก

ถาม นอกเหนือจากนักแสดงจริงๆตอนนี้ต้องบอกว่าเป็นคุณพ่อลูกสอง

ต้น ตระการ ใช่ครับ ตอนนี้มีสองคนแล้ว แต่เรามีลูกสิ่งหนึ่งที่เราห้ามขาดเลยคือ ต้องไม่ละเลยภรรยาเพราะว่าบางคนพอมีลูกก็จะไปดูแลใส่ใจแต่ลูก ซึ่งในครอบครัวเราภรรยาของผมก็ไม่เคยละเลยหน้าที่ของการเป็นภรรยาด้วยเหมือนกันครับ เพราะว่าผมกับภรรยาด้วยความที่เรามีวัยที่แตกต่างกันประมาณ 15  ปี เขาจบจิตวิทยามาเพราะฉะนั้นเวลาที่เขาจะหรือแสดงออกพฤติกรรมอะไรต่างๆเขาก็จะมีการสะกดจิตของเรา มีมนต์ๆ

ถาม เคยสัมผัสเจอถึงปัญหาเรื่องช่องว่างของวัยที่ต่างกันไหม

ต้น ตระการ เคยแอบคิดเล็กๆ แต่พอเจอกับชีวิตจริงกลับไม่เป็นแบบนั้นเราเลยรู้สึกว่าวิกฤตเป็นโอกาสที่ดีเพราะว่าตัวเราเอง 50 ภรรยา 35 ลูกชาย 5 ขวบกับ 3 ขวบ ซึ่งเราก็ปรับตัวคือทำอายุของตัวเองให้น้อยลงมาเท่ากับภรรยา แล้วก็ลงไปเท่ากับลูกพยายามทำไว้ให้มันใกล้ๆกันเพราะการที่เราอยู่ด้วยกันอย่าให้ตัวเลขเป็นอุปสรรคของชีวิตคู่เพราะเราเลี้ยงลูกเหมือนทดลอง เพราะเราเลี้ยงเขาด้วยการใส่ใจลงไป ใส่ความรู้ใส่สิ่งที่ดีๆลงไป แล้วเราก็มาดูว่าพอเวลาที่เขาโตขึ้นเขาจะเป็นแบบที่เราคิดหรือเปล่า อย่างคนโตตอนนี้คือเขาเป็นคนที่ว่านอนสอนเลี้ยง สุภาพเรียบร้อย ส่วนคนเล็กจะมีเรื่องของพฤติกรรมที่เราสะท้อนกับเขา เช่นพูดจา ดุ ด่า ทำโทษเขาก็จะมีพฤติกรรมที่จะรุนแรงนิดนึง

 

ถาม ซึ่งตั้งใจว่าจะเลี้ยงลูกเองให้เต็มที่จนกว่าอายุจะถึง 7 ขวบ หมายถึงอะไรเอ่ย

ต้น ตระการ คือ โดยทฤษฎีโดยเฉพาะเด็กผู้ชายถ้าตอนเล็กๆเขาอยู่กับความอ่อนโยนเขาอยู่กับแม่ อยู่กับคงามสุขภาพต่างๆจะทำให้เขาซึมซับสิ่งต่างๆได้ดี พอโตขึ้นเขาจะมีความก้าวร้าวของเด็กผู้ชายเข้ามาเอง เราเลยตั้งใจว่าถ้าเราและภรรยาช่วยกันเลี้ยงเขาก็จะได้รับส่วนผสมที่ลงตัวพอดี เพราะว่าตอนที่เขาอายุเริ่ม 10 ขวบ จะเริ่มไปติด 15 เริ่ม ติดหญิง

ถาม แต่ต้องขอถามว่าเพราะที่ตั้งใจเลี้ยงลูกขนาดนี้เพราะว่าตอนเด็กๆมีปมอะไรในใจอยู่

ต้น ตระการ บังเอิญคุณแม่เพิ่มมาเล่าให้ฟังว่าตั้งแต่เล็กจนกระทั่งเข้าโรงเรียน ตั้งแต่เกิดคลอดออกมาพ่อไม่ค่อยได้อุ้ม เพราะว่าพ่อเขาต้องทำงานตลอดเวลา เพราะเวลาที่เขาไม่ค่อยจะอยู่กับเรา แล้วเวลาที่เขาหยุดเขาก็ไม่ค่อยได้อยู่บ้านไปสังสรรค์กับเพื่อนแล้วก็ปล่อยให้แม่เลี้ยงเรา เพราะเราสงสารแม่นะเพราะแม่ต้องเลี้ยงลูกห้าคนแล้วเราก็เป็นพี่ชายที่ไม่ค่อยดีเพราะว่าเราไม่ช่วยเลี้ยงน้อง เพราะก็เลยไม่อยากให้ลูกเจอเหตุการณ์แบบเรา

ถาม เห็นว่าทำพินัยกรรมไว้ล่วงหน้าให้ลูกๆโดยที่ไม่ได้บอกภรรยาเพราะอะไร

ต้น ตระการ คือไม่รู้พินัยกรรมนี่จะเป็นมรดก หรือ หนี้สินนะครับ (หัวเราะ) คือ ตอนปี 59 ตัวผมมีการผ่าตัดเอาเนื้องอกที่อยู่ในต่อน้ำลายออกไป ซึ่งก่อนผ่าเราก็ต้องวางยาสลบก่อนเราก็กลัวว่าวางยาสลบแล้วเราจะไม่ฟื้น ซึ่งก่อนที่หมอจะเรียกเราเข้าห้องผ่าตัดเราก็นั่งเขียนเลยว่าเรามีหนี้สินอะไรบ้างแล้วมีเงินอยู่ตรงนี้ ที่ดิน บ้านแจงเอาไว้ คือ เราไม่ได้มีทรัพย์สินอะไรมากมายแต่เพราะเราเกิดว่าถ้าเราไม่อยู่จะได้ไม่ผิดพลาด ซึ่งเราก็ไม่โรคอะไรเกิดกับตัวเราหรอก เราก็ต้องดูแลตัวเองกันด้วย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...