โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จุดจบสายพริตตี้? กีฬางดใช้งานนางแบบ ตามเทรนด์สิทธิสตรี

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 29 มี.ค. 2561 เวลา 13.54 น.

อาฮุย แผ่นดินใหญ่ : เรื่อง

เหล่าแฟนที่คุ้นเคยกับกีฬากลุ่มที่ต้องออกลีลากันมากหน่อยน่าจะชินกับภาพหญิงสาว ที่ทำหน้าที่ยืนโปรยสายตาแถมรอยยิ้มประจำจุดต่าง ๆ ไม่ว่าจะก่อน ระหว่าง หรือหลังการแข่งขัน ตราบใดที่เกมยังมี “พริตตี้” สาว สมองของผู้ชมแทบจะสัมผัสกับความรื่นรมย์เหมือนได้สัมผัสธรรมชาติที่สวยงาม

ไม่ว่าพวกเธอจะมีหน้าที่นอกเหนือจากนี้อย่างไรบ้าง แต่อย่างน้อยที่สุดก็สามารถทำให้ผู้ชมจำนวนหนึ่งเหลียวตามาจ้องของ “สวยงาม” กันพักใหญ่ก่อนที่จะหันมาสนใจองค์ประกอบหลักในการแข่ง พวกเธอถูกเรียกในหลายชื่อตามแต่ละบริบทและการใช้ภาษาของแต่ละพื้นที่

สำหรับไทยน่าจะคุ้นเคยกับนิยาม “พริตตี้” เป็นส่วนใหญ่ กีฬาจำนวนมาก (โดยเฉพาะสายประชันความเร็ว) เลือกใช้บริการของพวกเธอเพื่อสร้างบรรยากาศและเป็นจุดดึงดูดที่ดีกลายเป็น “ธรรมเนียม” ที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา จนกระทั่งกระแสของโลกเริ่มเปลี่ยนแปลงไป กีฬาหลายชนิดเริ่มทยอยยกเลิกการใช้งานนางแบบสาวในเกม

นางแบบสาวตรง กริดสตาร์ตในเอฟวัน หรือที่เรียกกันว่า “กริดเกิร์ล” เป็นบุคลากรที่ถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของการโปรโมตแบรนด์ หรือตอบสนองต่อภาพลักษณ์บางอย่างมานานหลายทศวรรษจนแทบกลายเป็นธรรมเนียม ปฏิบัติสำหรับกีฬารถแข่งหรือการประชันความเร็วต่าง ๆ จนเมื่อปลายมกราคมที่ผ่านมา เอฟวัน ออกแถลงการณ์ระบุ ยกเลิกใช้นางแบบสาว “กริดเกิร์ล” โดยหันมาใช้ “กริดคิดส์” หรือใช้เยาวชนมาประจำกริดสตาร์ตแทนตั้งแต่ฤดูกาล 2018 เป็นต้นไป

หลังจากใช้นางแบบสาวมาเป็นส่วนหนึ่งของเกมนานหลายทศวรรษ จนผู้บริหารเอฟวันยุคปัจจุบันมองว่า นางแบบสาวไม่สอดคล้องกับมาตรฐานทางสังคมยุคใหม่ ฤดูกาลนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการปรับเปลี่ยน ซึ่งแตกต่างจากธรรมเนียมปฏิบัติดั้งเดิมที่ทุกคนคุ้นชิน เมื่อประเด็นความเท่าเทียมทางเพศถูกหยิบยกมาพูดถึงกว้างขวางมากขึ้น และการใช้

ผู้หญิงสวยเป็นเครื่องมือดึงดูดสายตาถูกวิจารณ์ว่าเป็นการ หาประโยชน์จากเพศหญิงด้วยการเปลี่ยนให้พวกเธอเป็นวัตถุทางเพศ และสอดแทรกข้อความหรือสัญลักษณ์สื่อสารการตลาดเข้าไปเพื่อนำเสนอไปพร้อมกับ ความสวยงามจากรูปลักษณ์ของนางแบบ

นอกจากความเปลี่ยนแปลงในสนามที่จะ เห็นเยาวชนเข้ามาแทนที่นางแบบสาวสวยแล้ว สิ่งที่เกิดอีกทางคือ นางแบบสาวเหล่านี้ที่เคยมีรายได้เป็นกอบเป็นกำและสร้างเนื้อสร้างตัวต้องมี รายได้ลดลง รายงานข่าวจากซีเอ็นเอ็น สัมภาษณ์ “กริดเกิร์ล” จากสหราชอาณาจักรรายหนึ่งซึ่งเล่าว่า งานโปรโมตได้ค่าตอบแทนสูงมาก บางงานได้ค่าตอบแทนเกือบ 200 ดอลลาร์สหรัฐ (เกือบ 6,600 บาท)

อีกหนึ่งชนิดกีฬาที่ได้รับความนิยมในยุโรปอย่างปาเป้าระดับอาชีพ ก็ประกาศยกเลิกใช้นางแบบที่เดินคู่กับนักกีฬาเข้ามาในสนามแข่งก่อนหน้าที่ เอฟวันจะประกาศแล้ว หรือแม้แต่งานมอเตอร์โชว์ในเจนีวา ก็เริ่มมีหลายค่ายรถยนต์เปลี่ยนจาก “พริตตี้สาว” ประจำบูทไปเป็นนายแบบ-นางแบบที่สวมเครื่องแบบที่สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของ ผลิตภัณฑ์ที่ประชาสัมพันธ์แทน

อิทธิพลหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อวงการ กีฬาจนนำมาสู่ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือ ปรากฏการณ์ #MeToo การติดแฮชแท็กในข้อความโลกสื่อสังคมออนไลน์กระตุ้นให้ผู้หญิงตระหนักถึง ปัญหาล่วงละเมิดทางเพศอันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการแฉพฤติกรรมคนในวงการฮอลลีวูด

ไอเดียการเปลี่ยนแปลงนี้ซึ่งเป็นผลมาจากการเคลื่อนไหวด้านสิทธิ ทางเพศในสังคมโลกถูกนักสตรีนิยมส่วนหนึ่งวิจารณ์ว่า ถึงจะยกเลิก “กริดเกิร์ล” ขณะที่ผู้อำนวยการของเอฟวันยังระบุว่า การแข่งรถสูตรหนึ่งจะยังมี “พริตตี้” ในสนามอยู่ อาจเป็นนโยบายที่ย้อนแย้งกันเอง

นโยบายนี้ยังส่งผลต่อการจ้างงาน สำหรับผู้หญิงที่ไม่ได้รู้สึกเชิงลบต่อการต้องนุ่งน้อยห่มน้อย หรือเปิดเผยสรีระมากกว่าปกติในบางครั้ง ขณะที่อีกด้านหนึ่งเป็นฝ่ายสตรีนิยมที่ต่อสู้เพื่อด้านสิทธิที่เท่าเทียมทาง เพศ และรณรงค์ยุติการล่วงละเมิดและกระทำความรุนแรงต่อผู้หญิง เรียกร้องให้ผู้หญิงได้รับการปกป้องมากกว่าเดิม แต่ผู้หญิงในกลุ่มที่นักสตรีนิยมเรียกร้องให้ปกป้อง บางส่วนก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองต้องได้รับการปกป้องมากขนาดนั้น

กริดเกิร์ล หรือพริตตี้ รู้ดีว่า พวกเธอสมัครงานลักษณะนี้แล้วต้องเจออะไรบ้าง ถ้าพวกเธอไม่สามารถดูแลตัวเอง หรือไม่ต้องการเป็นที่สนใจก็คงไม่สมัครตั้งแต่แรก นอกจากนี้ บริษัทที่เป็นนายหน้าหางานให้ก็มีมาตรการดูแลความปลอดภัย และถามความคิดเห็นเกี่ยวกับชุดที่ต้องใส่ว่ายินดีที่จะสวมหรือไม่ ก่อนจะทำงาน

เอฟวัน 2018 ที่มี “กริดคิดส์” ถูกตั้งเป้าหมายให้ดึงดูดและสร้างความสนใจในหมู่เยาวชนจะเริ่มต้นช่วงปลาย เดือนมีนาคม แม้จะเป็นองค์ประกอบที่ไม่ได้กระทบต่อการแข่งโดยตรง แต่มีผลต่อบรรยากาศแวดล้อมของการแข่งที่แฟนคุ้นเคย ซึ่งหลากหลายความคิดเห็นที่ถกเถียงกันไปก็มีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นต่อ แนวทางครั้งนี้อันเป็นผลเชื่อมโยงจากกระแสโลก คงต้องติดตามกันต่อไปว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจะกระจายวงกว้างไปกว่าเดิมจนกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ส่ง ผลต่อบรรยากาศในระยะยาวหรือไม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...