โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไฟเขียวควบรวม 2 ท่าเทียบเรือ ท่าเรือแหลมฉบัง ดึงเอกชนร่วมทุน 1.2 หมื่นล้านบาท

The Bangkok Insight

อัพเดต 07 พ.ค. 2568 เวลา 10.01 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. 2568 เวลา 10.01 น. • The Bangkok Insight

ไฟเขียวควบรวม ท่าเทียบเรือบี1-บี2 ท่าเรือแหลมฉบัง เปิดให้เอกชนร่วมทุนกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มศักยภาพ-พัฒนาขนส่งทางทะเล

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (คณะกรรมการ PPP) ครั้งที่ 1/2568

ท่าเรือแหลมฉบัง

ให้เอกชนร่วมทุนควบรวม 2 ท่าเทียบเรือ 1.28 หมื่นล้าน

โดยสรุปผลการประชุมได้ ดังนี้

คณะกรรมการ PPP ได้เห็นชอบหลักการโครงการโครงการท่าเทียบเรือ บี1 และ บี2 ท่าเรือแหลมฉบังของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) โดยเป็นการควบรวม 2 ท่าเทียบเรือเข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นการเพิ่มความยาวหน้าท่าของท่าเทียบเรือ เพื่อให้สามารถรองรับเรือได้อย่างมีประสิทธิภาพและยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น โดยเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนโครงการในรูปแบบ PPP Net Cost มูลค่าโครงการรวม 12,819 ล้านบาท

ซึ่งเอกชนจะรับผิดชอบการปรับปรุงสิ่งปลูกสร้าง ลงทุนจัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือและเทคโนโลยีสำหรับการยกขนสินค้า ตลอดจนรับผิดชอบในการดูแลบำรุงรักษา และบูรณะสิ่งปลูกสร้าง เครื่องจักร รวมถึงการบริหารจัดการโครงการ

ขณะที่ กทท. จะกำกับดูแลและติดตามตรวจสอบคุณภาพการดำเนินงานของภาคเอกชน และได้รับค่าผลประโยชน์ตอบแทนเป็นรายปีตามเงื่อนไขที่กำหนด

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล

รองรับตู้สินค้าได้เพิ่มขึ้น เพิ่มศักยภาพท่าเทียบเรือ

ทั้งนี้ โครงการมีความสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 หมุดหมายที่ 5 ที่มุ่งให้ไทยเป็นประตูการค้าการลงทุนและยุทธศาสตร์ทางโลจิสติกส์ที่สำคัญของภูมิภาค โดยโครงการจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานจากการใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ และทำให้สามารถรองรับปริมาณตู้สินค้าได้มากขึ้น ตลอดจนสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ

ท่าเรือแหลมฉบัง

นอกจากนี้ คณะกรรมการ PPP ยังได้เห็นชอบการปรับปรุงแผนการจัดทำโครงการร่วมลงทุน พ.ศ. 2563 - 2570 (แผนร่วมลงทุนฯ) เพื่อให้สอดคล้องกับความพร้อมของแต่ละโครงการและเป็นปัจจุบัน โดยมีรายการโครงการที่ประสงค์จะดำเนินการในรูปแบบ PPP รวม 139 โครงการ มูลค่ารวม 9.21 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ แผนร่วมลงทุนฯ ข้างต้น จะเป็นกรอบทิศทางการจัดทำโครงการ PPP ของประเทศที่ชัดเจน และจะช่วยสร้างความสนใจและดึงดูดให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนในโครงการของรัฐมากขึ้น โดยแผนร่วมลงทุนฯ ฉบับนี้ได้ครอบคลุมถึงโครงการเชิงสังคมในด้านต่างๆ เพิ่มมากขึ้น เช่น ด้านสาธารณสุข และด้านการจัดการน้ำและบำบัดน้ำเสีย เป็นต้น

ท่าเรือแหลมฉบัง

อีกทั้งคณะกรรมการ PPP ยังได้เร่งรัดโครงการร่วมลงทุนต่างๆ ให้สามารถเปิดให้บริการได้ตามแผนงาน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสาธารณะได้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...