โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สตง.เตรียมตรวจสอบถนนพระราม 2 ก่อนรายงานผลภายใน 30 วัน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 18 มี.ค. 2568 เวลา 17.22 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. 2568 เวลา 10.07 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 18 มี.ค. – สตง. เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการถนนพระราม 2 โดยใช้แนวทางการตรวจสอบโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ มุ่งเน้นการบริหารจัดการความปลอดภัย โดยใช้แนวทางตรวจสอบจากต่างประเทศ ใช้เวลาตรวจสอบ 30 วัน ก่อนจะออกรายงานให้ทราบ

นายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ในฐานะโฆษกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุการณ์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนถนนพระราม 2 เมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการกำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัยของโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของแผ่นดิน ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว โดย สตง.เตรียมลงพื้นที่โครงการถนนพระราม 2 เพื่อตรวจสอบโครงการนี้และจะนำเสนอผลการตรวจสอบต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ปลัดกระทรวงคมนาคมและคณะกรรมการนโยบายพัสดุ เพื่อมิให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก โดยที่ผ่านมานับตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน มีอุบัติเหตุที่มีความสูญเสียและอุบัติเหตุร้ายแรงกับโครงการถนนพระราม 2 ถึง 10 ครั้งด้วยกันโดยความเสี่ยงสูงสุด คือ คอสะพานและโครงสร้างถล่มมีเปอร์เซ็นต์สูงที่สุดถึง 250 % ซึ่งการเก็บข้อมูลที่หน้างานบริเวณถนนพระราม 2 จะมีการประเมินมาตรฐานความปลอดภัย มีการบริหารจัดการความเสี่ยงอุบัติเหตุอย่างไร วิเคราะห์ด้านความปลอดภัยอย่างไร รวมทั้งความล่าช้า ล่าช้าเพราะอะไร โดยจะใช้เวลา 30 วันทำการนับจากนี้และจะทำเป็นรายงานเสนอต่อระดับนโยบายต่อไป ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ทาง สตง.ได้มีนโยบายที่จะเข้าไปตรวจทุกโครงการของรัฐที่มีมูลค่าตั้งแต่ 500 ล้านบาท 700 ล้านบาท และตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทเป็นต้นไปอีกด้วย โดยโครงการถนนพระราม 2 เป็นโครงการของกรมทางหลวง 13 ตอนซึ่ง สตง.ได้ตรวจสอบโครงการไปแล้วใน 3 ตอนแรก ส่วนอีก 10 ตอนยังไม่ได้ตรวจสอบ และเป็นของการทางพิเศษแห่งประเทศไทยอีก 4 ตอนที่ สตง.ยังไม่ได้ตรวจสอบ

สำหรับการลงพื้นที่ตรวจถนนพระราม 2 ครั้งนี้ ทาง สตง.ได้ศึกษาแนวทางการตรวจสอบด้านความปลอดภัยของโครงการขนาดใหญ่จากองค์กรตรวจเงินแผ่นดินในต่างประเทศ อาทิ สตง.เกาหลีใต้ ( BAI) สตง.เนเธอร์แลนด์ (NCA) สตง.สหรัฐอเมริกา (GAO) และ สตง.ออสเตรเลีย (ANAO) ซึ่งมีแนวทางการตรวจสอบที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลความปลอดภัยในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของไทย โดยสรุปได้ดังนี้

  • การประเมินความเสี่ยงโครงการผ่านเครื่องมือที่เป็นระบบ สตง.เกาหลีใต้ได้พัฒนา Risk Analysis Model ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์เพื่อคำนวณค่าความเสี่ยงและจัดระดับความเสี่ยงของโครงการขนาดใหญ่ โดยพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ความซับซ้อนของโครงการ ประวัติผู้รับเหมา ประวัติอุบัติเหตุ และการปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย และปัจจุบัน สตง.ไทย ได้นำแนวทางนี้มาพัฒนาเป็น
    MIRA (Mega Project Integrity Risk Assessment) ซึ่งเป็นระบบประเมินความเสี่ยงที่สามารถช่วยกำหนด
    ระดับความเข้มข้นในการตรวจสอบโครงการขนาดใหญ่
  • การสอบทานคุณสมบัติของผู้รับเหมาอย่างละเอียด สตง.สหรัฐอเมริกาใช้แนวทาง Past Performance Review เพื่อช่วยหน่วยงานรัฐในการสอบทานประวัติของผู้รับเหมาก่อนอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการ โดยเน้นพิจารณาประวัติการทำงานก่อนหน้า อุบัติเหตุในอดีต และการปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย
  • การนำเทคโนโลยีมาช่วยประเมินความปลอดภัย สตง.เนเธอร์แลนด์ได้นำเทคโนโลยี
    3D Modeling และ Simulation มาใช้ในการตรวจสอบความมั่นคงของโครงสร้างก่อนเริ่มการก่อสร้าง
    เพื่อจำลองสถานการณ์และระบุจุดเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ
  • การส่งเสริมความโปร่งใสผ่านรายงานความปลอดภัย สตง.ออสเตรเลียแนะนำให้หน่วยงานที่
    รับผิดชอบโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่รายงานความคืบหน้าด้านความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ และเปิดเผย
    ข้อมูลต่อสาธารณะ

โฆษกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวเพิ่มเติมว่า สตง. ให้ความสำคัญกับประเด็นความปลอดภัยในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ โดยเน้นการนำแนวทางสากลและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาปรับใช้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการตรวจสอบ พร้อมทั้งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อป้องกันอุบัติเหตุและความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต.-513-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...