โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Samyang กระทบหลังเจอภาษีนำเข้าของทรัมป์ ด้านบริษัทเกาหลีหลายแห่งเริ่มแผนสร้างโรงงานในสหรัฐฯ เพื่อรับมือมาตรการภาษีและสงครามการค้าในอนาคต

The Structure

อัพเดต 05 เม.ย. 2568 เวลา 11.55 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. 2568 เวลา 04.55 น. • The Structure

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป Buldak ของ Samyang Foods อาจได้รับผลกระทบจากภาษี 25% ที่ประธานาธิบดีทรัมป์กำหนดต่อสินค้านำเข้าจากเกาหลีใต้ ทำให้เกิดความกังวลว่าสินค้าที่ได้รับความนิยมทั่วโลกนี้อาจขึ้นราคาขายปลีกในตลาดสหรัฐฯ

เนื่องจากไม่มีโรงงานผลิตในสหรัฐฯ Samyang Foods อาจสูญเสียความสามารถในการแข่งขันด้านราคา และนำไปสู่การลดลงของยอดขายในตลาดต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของบริษัท นอกจาก Samyang แล้ว แบรนด์สินค้าอาหาร ความงาม และแฟชั่นของเกาหลี ต่างก็กำลังปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับมาตรการภาษีใหม่นี้

ยอดการส่งออกของ Samyang Foods ในปี 2024 มีมูลค่ารวม 1.34 ล้านล้านวอน (3.17 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้น 65% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ตัวเลขดังกล่าวคิดเป็นสัดส่วน 77% ของยอดขายรวมประจำปีที่ 1.73 ล้านล้านวอน (4.09 หมื่นล้านบาท) โดยตลาดอเมริกาเหนือคิดเป็น 28% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อนหน้า

ขณะที่ CJ CheilJedang และ Nongshim สองบริษัทอาหารยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ต่างมีโรงงานผลิตในสหรัฐฯ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดอเมริกาเหนือ โดย CJ CheilJedang ดำเนินการผ่านบริษัทย่อย Schwan’s Company ซึ่งช่วยให้บริษัทสามารถหลีกเลี่ยงมาตรการภาษี ทั้งนี้ บริษัทจำหน่ายเกี๊ยวและผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็งอื่นๆ ภายใต้แบรนด์ Bibigo และเพิ่งประกาศแผนสร้างโรงงานแห่งใหม่ในเซาท์ดาโคตา ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2027

การส่งออกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของเกาหลีใต้ในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 1,250 ล้านดอลลาร์ (4.27 หมื่นล้านบาท) เพิ่มขึ้น 31.1% จากปีก่อนหน้า โดยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นสินค้าส่งออกด้านอาหารอันดับต้นๆ ของประเทศ ควบคู่กับขนมขบเคี้ยว รองลงมาคือผลิตภัณฑ์จากข้าว กิมจิ เครื่องดื่ม และโสม

ผู้ผลิตสินค้าความงามก็ไม่พ้นความเสี่ยงจากภาษีนำเข้าเช่นกัน โดยในปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ นำเข้าสินค้าความงามจากเกาหลีใต้เป็นมูลค่ากว่า 1,700 ล้านดอลลาร์ (5.81 หมื่นล้านบาท) สูงกว่าฝรั่งเศสซึ่งอยู่ที่ 1,260 ล้านดอลลาร์ (4.3 หมื่นล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมมองว่า สัดส่วนตลาดสินค้าความงามจากเกาหลีในสหรัฐฯ อาจไม่ได้รับผลกระทบมากนักแม้เผชิญกับมาตรการภาษีนำเข้า เนื่องจากแบรนด์เกาหลีมีจุดแข็งด้านราคาที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับแบรนด์คู่แข่งจากประเทศอื่น ขณะที่ Amorepacific บริษัทความงามรายใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ก็ลดทอนความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของภาษีต่อบริษัทย่อยในสหรัฐฯ

นอกจากนี้ บริษัทผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ความงามรายใหญ่ของเกาหลีใต้หลายแห่งได้ขยายฐานการผลิตในสหรัฐฯ โดย Kolmar Korea มีโรงงานผลิตในรัฐเพนซิลเวเนีย และมีแผนจะเปิดโรงงานแห่งที่ 2 ภายในเดือน มิ.ย. ส่วน Cosmax มีโรงงานผลิตในรัฐนิวเจอร์ซีย์

ภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ยังสร้างความกังวลให้กับผู้ผลิตสินค้าแฟชั่นจากเกาหลีใต้ที่มีโรงงานผลิตในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการตอบโต้ทางภาษี

Hansae บริษัท OEM (รับจ้างผลิตสินค้าให้กับบริษัทที่จะไปขายในแบรนด์ของตัวเอง) ด้านแฟชั่นของเกาหลีใต้ ที่มีโรงงานผลิต 8 แห่งในเวียดนามซึ่งถูกกำหนดอัตราภาษีตอบโต้46% ได้ประกาศเพิ่มการผลิตร่วมกับTexollini ซึ่งเป็นโรงงานสิ่งทอในแคลิฟอร์เนียเพื่อเพิ่มสินค้าMade in America

ขณะที่ SAE-A บริษัท OEM อีกแห่งของเกาหลีใต้ซึ่งมีโรงงานนครโฮจิมินห์และฮานอย กำลังพิจารณาปรับปริมาณการผลิตในโรงงานที่กระจายอยู่ใน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, อเมริกากลาง และอเมริกาใต้

(1 วอน = 0.024 บาท)

(1 ดอลลาร์ = 34.18 บาท)

ที่มา: Korea Times

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...