จับตาเม็ดเงินไหลเข้า “ตลาดพันธบัตรไทย” สูงสุดในรอบ 3 ปี แรงหนุนดอกเบี้ยขาลง-ราคาทองพุ่ง
จับตาเม็ดเงินไหลเข้า "ตลาดพันธบัตรไทย" สูงสุดในรอบ 3 ปี แรงหนุนดอกเบี้ยขาลง ราคาทองพุ่ง เงินบาทแข็งค่า กลงทุนเร่งล็อกยีลด์ ก่อนแบงก์ชาติลดดอกเบี้ย
วันที่ 28 เมษายน 2568 เวลา 07.06 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ตลาดพันธบัตรไทย มีแนวโน้มมีเม็ดเงินไหลเข้าสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี โดยได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์การลดดอกเบี้ยและการแข็งค่าของเงินบาท ซึ่งได้อานิสงส์จากราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้น
สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (Thai Bond Market Association) ระบุว่านักลงทุนต่างชาติได้เทเม็ดเงินราว 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้ามาในตลาดตราสารหนี้ของไทยแล้วในเดือนนี้ ซึ่งนับว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565 ตรงกันข้ามกับพันธบัตรอินเดียและอินโดนีเซียที่เผชิญกับการไหลออกของเงินลงทุนในช่วงเวลาเดียวกัน
ซึ่งการที่เศรษฐกิจไทยมีความเป็นอิสระจากความผันผวนของตลาดโลกในระดับหนึ่ง ได้จุดความสนใจให้นักลงทุนหันมาสนใจสินทรัพย์ไทย ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงจากปีที่แล้วที่พันธบัตรไทยประสบกับการไหลออกของเงินลงทุนสุทธิจากความเสี่ยงทางการเมืองหลายประการ
นักเศรษฐศาสตร์คาดว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเป็นครั้งที่ 2 ของปี 2568 ในการประชุมวันที่ 30 เมษายน 2568 ส่งผลให้นักลงทุนเร่งเข้าซื้อพันธบัตรเพื่อล็อกอัตราผลตอบแทนที่ยังสูงอยู่ ราคาทองคำที่พุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ยังช่วยหนุนสินทรัพย์ในประเทศเพิ่มเติม เนื่องจากไทยถือเป็นศูนย์กลางการซื้อขายทองคำรายใหญ่แห่งหนึ่งในเอเชีย
Edward Ng ผู้จัดการกองทุนจาก Nikko Asset Management Group กล่าวว่า"ความสัมพันธ์ระหว่างพันธบัตรไทยกับพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐค่อย ๆ ลดลง ส่งผลให้ไทยมีความเสี่ยงจากความผันผวนภายนอกน้อยลง" พร้อมเสริมด้วยว่า "การปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นของราคาทองคำ ยังช่วยเพิ่มความน่าสนใจของเงินบาทสำหรับนักลงทุน"
ทั้งนี้ไทยมีการถือครองทองคำสูงที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศในกลุ่มเดียวกัน และการส่งออกทองคำของไทยเมื่อเดือนที่แล้วเพิ่มขึ้นถึง 270% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราแลกเปลี่ยนของเงินบาทแบบมีน้ำหนักถ่วง (Nominal Effective Exchange Rate) และราคาทองคำก็พุ่งขึ้นจาก 0.15 ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ มาอยู่ที่ 0.44 บ่งชี้ว่าทั้งสองมีแนวโน้มเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันมากขึ้น
โดยตั้งแต่สหรัฐประกาศมาตรการภาษีเมื่อต้นเดือนนี้ ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมากกว่า 2% ขณะที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้นราว 7% ในช่วงเวลาเดียวกัน เนื่องจากนักลงทุนมองหาสินทรัพย์ปลอดภัย
ซึ่งเงินทุนไหลเข้าสู่ไทยในช่วงที่รัฐบาลกำลังพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม เพื่อลดผลกระทบจากภาษีศุลกากรของสหรัฐ
Edward Ng มองว่าพันธบัตรระยะสั้น ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จะยังคงได้รับการปกป้องจากแรงกดดันด้านการกู้ยืมภาครัฐในระยะกลาง Albert Leung นักกลยุทธ์จาก Nomura Holdings Inc. และทีมงานก็เห็นพ้องในทิศทางเดียวกัน โดยระบุว่า "พันธบัตรระยะยาวยังมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบอยู่"
ความต้องการลงทุนที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยอายุ 2 ปี ลดลงมาแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2565 ในเดือนนี้
วชิราวัฒน์ บรรจง นักกลยุทธ์จากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "การไหลเข้าของกองทุนขนาดใหญ่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มีแรงหนุนจากการเก็งกำไรว่าแบงก์ชาติจะลดดอกเบี้ยลงเพื่อพยุงเศรษฐกิจ" โดยเสริมว่า เงินทุนไหลเข้าสู่พันธบัตรระยะสั้น สะท้อนมุมมองของนักลงทุนที่เชื่อว่า "เงินบาทจะยังคงแข็งค่าต่อไป"
อ้างอิง : bloomberg.com