โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วากีตา เจ้าของฉายาโลมาทะเลลดฮวบลงเหลือไม่ถึงสิบตัวบนโลก เร่งร่วมมือฟื้นฟู

Environman

เผยแพร่ 15 ก.พ. 2565 เวลา 11.30 น.

‘วากีตา’ โลมาหน้าหมีแพนด้าตัวน้อยที่หลงเหลืออยู่ไม่ถึง 10 ตัวบนโลก กับภัยคุกคามที่มาจากมนุษย์-มาตรการที่ไร้ผล และความหวังของนักอนุรักษ์ที่เชื่อว่ามันยังไม่สายเกินแก้

โลมาวากีตา (Vaquita porpoise, Phocoena sinus) หรือแพนด้าทะเล เป็นโลมาขนาดเล็ก ที่มีลักษณะโดดเด่นเป็นขอบตาสีดำ และปากที่ดูเหมือนกำลังยิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลา วากีตา ถือเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลที่มีแหล่งอาศัยที่เล็กที่สุดในโลก เพราะพวกมันอาศัยอยู่แค่ในน่านน้ำทางตอนเหนือของอ่าวแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 4,000 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น

สิ่งที่น่าเศร้าใจสำหรับวากีตาก็คือ ประชากรของพวกมันหดตัวลงไปถึง 99% ภายในเวลาเพียง 10 ปี เพราะภัยคุกคามจากมนุษย์ โดยนักวิจัยคาดว่าตอนนี้ น่าจะมีวากีตาหลงเหลืออยู่ไม่ถึง 10 ตัวสุดท้ายบนโลก ทำให้มันอาจกลายเป็นสัตว์ตัวต่อไปที่จะสูญพันธุ์ในไม่ช้า

#ทำไมวากีตาถึงหายไป?

นอกจากโลมาวากีตาแล้ว น่านน้ำแห่งเดียวกันนี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยของ “โคเคนแห่งท้องทะเล” หรือปลา totoaba ปลาที่มีถุงลม (กระเพาะปลา) ราคาแพง ทำให้มันเป็นที่ต้องการของตลาดเอเชียเป็นอย่างมาก โดย totoaba เองก็มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤตเหมือนกับโลมาวากีตา

ปัญหาก็คือ ในการจับ totoaba ชาวประมงจะใช้อวนติดตา (gillnets) ซึ่งทำให้สัตว์ทะเลอื่น ๆ อย่าง วากีตาหรือเต่าเข้ามาพันติดด้วยจนเสียชีวิต ถึงแม้สหรัฐฯ และเม็กซิโกได้พยายามร่วมมือกันปกป้องวากีตา แต่เม็กซิโกก็ยังไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้มากเท่าที่ควร และไม่สามารถเยียวยาชาวประมง ที่ต้องเปลี่ยนเครื่องมือการประมงได้อย่างเหมาะสมและเท่าเทียม

พอผู้คนขาดแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยน ตลาดประมงผิดกฎหมายก็เริ่มเติบโตขึ้น สอดคล้องกับตัวเลขของประชากรวากีตาที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อผู้ค้าบางกลุ่มเริ่มเข้าตลาด ราคาของ totoaba ก็ยิ่งพุ่งสูง กลายเป็นว่าผลตอบแทนที่จะได้นั้น หอมหวานกว่าสิ่งอื่นใด ถึงขั้นที่แม้แต่นักวิจัยซึ่งได้ออกไปทำการสำรวจยังเผยว่า “ไม่มีใครสนใจว่าจะต้องซ่อนอะไรจากพวกเราด้วยซ้ำ”

#การอนุรักษ์หรือเศรษฐกิจท้องถิ่น?

แม้ว่าการอนุรักษ์จะเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่แหล่งอาศัยของวากีตาถือเป็นพื้นที่ทำกินของผู้คนในชุมชน ซึ่งได้ใช้อวนติดตาในการจับสัตว์น้ำในละแวกนั้นมาก่อนที่ตลาดค้าปลา totoaba จะบูมขึ้นมาเสียอีก ฉะนั้น สำหรับหลาย ๆ คน พวกเขามองว่า “รัฐบาลยังไม่มีทางออกให้พวกเขาเลิกหาเลี้ยงชีพด้วยการทำประมงผิดกฎหมาย”

และ “หากโลมาวากีตายิ่งสูญพันธุ์เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี พวกเขาจะได้ไม่มีอุปสรรคเวลาจับปลา”

จากเรื่องนี้ Francis Gulland กรรมาธิการของ US Marine Mammal Commission ได้กล่าวว่า “การสร้างความร่วมมือจากระดับชุมชนนั้น เป็นกลยุทธ์ที่น่าจะได้ผลดีกว่าการบังคับใช้กฎหมายแบบ top-down เพียงอย่างเดียว ถือเป็นเรื่องน่าเศร้าที่พวกเราไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้จนมันมาถึงขั้นวิกฤต”

“แต่เรายังพอมีเวลาช่วยเหลือวากีตา แม้จะมีอยู่ไม่มากก็ตาม” Gulland กล่าวต่อ ในระหว่างที่ Barbara Taylor นักชีววิทยาทางทะเลจาก National Oceanic and Atmospheric Administration (NOAA) เผยว่า ตอนนี้นักวิจัยที่ศึกษาเสียงใต้น้ำ ยังคงได้ยินเสียงร้องเรียกของเหล่าวากีตาอยู่ และ “แม้ว่ามันจะเหมือนการงมเข็มในมหาสมุทร แต่อย่างน้อยเราก็รู้ว่าเข็มมันอยู่ในนั้น”

 

ที่มา

https://www.theguardian.com/…/tiny-vaquita-numbers-less…

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

https://www.facebook.com/…/a.17450274…/4266242146837533/

https://www.facebook.com/…/a.17572495…/3867135790081506/

ขอบคุณภาพจาก: VaquitaCPR (Consortium for Vaquita Conservation, Protection and Recovery) via https://www.mentalfloss.com/…/facts-about-the-vaquita

 

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...