“ดาวโจนส์” ปิดลบ 49 จุด-Nasdaq ร่วงหนัก หลัง CPI สหรัฐ ก.ย. 3.7% กระตุ้นเฟดขึ้นดอกเบี้ย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันพุธ (14 ต.ค.69) ปรับลงทั้ง 3 ดัชนี โดยนักลงทุนเพิ่มการประเมินโอกาสขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังเปิดเผยข้อมูลราคาผู้บริโภคเดือนกันยายน ส่งผลให้หุ้นเทคโนโลยี โดยเฉพาะธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่อ่อนไหวต่อต้นทุนกู้ยืม เผชิญแรงขาย
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ (.DJI) ปิดที่51,621.48 จุด ลดลง 48.62 จุด หรือ 0.09% ดัชนี S&P 500 (.SPX) ปิดที่ 7,718.94 จุด ลดลง 86.51 จุด หรือ 1.11% และดัชนี Nasdaq Composite (.IXIC) ปิดที่ 26,692.87 จุด ลดลง511.51 จุด หรือ1.88%
แรงกดดันสำคัญมาจาก ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนกันยายน ซึ่งเพิ่มขึ้น3.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เร่งขึ้นจาก 3.4% ในเดือนสิงหาคม และสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ที่ 3.6% โดยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นส่วนหนึ่งของแรงกดดันด้านราคา
ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 0.3% จากเดือนก่อน สูงกว่าคาดการณ์ที่ 0.2% และเพิ่มขึ้น 2.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 2.5% สะท้อนว่าแรงกดดันเงินเฟ้อไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะราคาพลังงาน
หลังเปิดเผยข้อมูล ตลาดประเมินโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 37% จาก 22% ในวันก่อนหน้า ตามข้อมูล CME FedWatch โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินของตลาด ไม่ใช่มติขึ้นดอกเบี้ยของเฟด
ด้านตลาดพันธบัตร อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีพุ่งขึ้นเหนือ 5.32% ระหว่างวัน จากระดับต่ำกว่า 5.17% ก่อนเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อ ก่อนย่อลงในเวลาต่อมา โดยต้นทุนกู้ยืมที่สูงขึ้นเพิ่มความกังวลต่อการระดมทุนของธุรกิจที่ต้องลงทุนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐาน AI
แรงขายกระจุกตัวในหุ้นเทคโนโลยี ส่งผลให้ Nasdaq ปรับลงมากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ขณะที่ S&P 500 ลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม ส่วนดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ลดลง 4.3% เป็นการปรับลงติดต่อกันวันที่ 6
สำหรับหุ้นรายตัวNvidia ลดลง3.2% และ Broadcom ลดลง3.1% ขณะที่ Advanced Micro Devices ลดลง 5.7% ส่วน Oracle ซึ่งมีธุรกิจเกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน AI ลดลง8.8%
หุ้นธนาคารยังเผชิญแรงกดดันจากผลประกอบการ โดย Bank of America ลดลง 4.8% หลังรายงานกำไรและรายได้ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาด ส่วน State Street ลดลง 4.1% หลังรายได้ต่ำกว่าคาด แม้กำไรสูงกว่าประมาณการเล็กน้อย
ด้านราคาน้ำมันปรับขึ้น ท่ามกลางความกังวลต่ออุปทานจากการโจมตีในซาอุดีอาระเบียและความเสี่ยงต่อการเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปิดที่ 106.06 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.37 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 0.4% ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปิดที่ 95.09 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.95 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.0%