โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ศึกชิงโชห่วย เปลี่ยนทิศ เกมขยายเครือข่าย (เริ่ม) สะดุด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 พ.ย. 2566 เวลา 06.16 น. • เผยแพร่ 11 พ.ย. 2566 เวลา 06.16 น.

หลังการเปิดเกมรุกของ “ทีดี ตะวันแดง” ในเครือคาราบาว กรุ๊ป เมื่อช่วงปี 2562 ด้วยการพัฒนาโมเดลเพื่อสนับสนุนและยกระดับร้านค้าปลีกรายย่อยโชห่วยในชุมชนให้มีความทันสมัยมากขึ้น ในคอนเซ็ปต์ โลว์คอสต์ คอนวีเนี่ยนสโตร์ ภายใต้ชื่อ “ถูกดี มีมาตรฐาน” ด้วยการเข้าไปซัพพอร์ตการตกแต่ง วางระบบ การจัดวางสินค้า จัดโปรโมชั่น การส่งสินค้าให้เข้าร้าน ฯลฯ

และตามมาด้วยค้าปลีกรายใหญ่ ทั้งบีเจซี บิ๊กซี และแม็คโคร ที่กระโดดเข้ามาร่วมวง ด้วยการพัฒนาโมเดลขึ้นมาแข่ง เพื่อสนับสนุนและดึงร้านชำ ร้านโชห่วยมาเป็นเครือข่าย จากเดิมที่เน้นการขายสินค้าให้ร้านค้ารายย่อยดังกล่าวแบบขายยกลังยกกล่องในลักษณะขายส่งเป็นหลัก

ช่วงปลายปี 2565 คาบเกี่ยวต้นปี 2566 ทุกค่ายมุ่งเดินสายโรดโชว์จัดสัมมนาทั่วสารทิศ เพื่อชวนเชิญให้ร้านค้าปลีกรายย่อยเข้ามาเป็นเครือข่าย รวมทั้งมีการจัดโปรโมชั่นลดเงินประกันและดึงสถาบันการเงินเข้ามาช่วยซัพพอร์ตเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้กับร้านค้าที่สนใจด้วย เพื่อให้การตัดสินใจและการเปิดร้านมีความคล่องตัวและรวดเร็วมากขึ้น

จากนั้นเป็นต้นมาภาพเปิดร้านโมเดลใหม่ของค้าปลีกแต่ละค่ายก็มีให้เห็นหนาตามากขึ้นในชุมชน หรือบริเวณทางแยกใหญ่เล็กในต่างจังหวัด สะท้อนจากภาพของร้านค้าปลีกที่ดูทันสมัยขึ้น จากเดิมที่เป็นร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิม โดยแต่ละร้านก็ติดป้ายชื่อร้านที่ใช้สีต่าง ๆ เป็นสัญลักษณ์ เช่น ร้านถูกดีฯ ป้ายสีแดง ร้านโดนใจ ป้ายสีส้ม เป็นต้น

อัตราการเร่งเริ่มชะลอตัว

ส่าสุด “ประชาชาติธุรกิจ” ได้อัพเดตจำนวนเครือข่ายสาขาร้านค้าปลีกร้านต่าง ๆ ดังกล่าว รวมถึงความเคลื่อนไหวของ 3 ค่ายใหญ่ “ทีดี ตะวันแดง-บีเจซี บิ๊กซี-แม็คโคร” ที่ประกาศนโยบายเชิงรุกในการดึงร้านโชห่วยมาเป็นเครือข่าย

เบื้องต้นพบว่า การขยายหรือเปิดสาขาใหม่ของทุกค่ายเริ่มมีอัตราการเร่งที่เริ่มชะลอตัวลง และที่น่าสนใจคือ ตัวเลขจำนวนสาขาที่เปิดยังห่างเป้าหมายที่เคยตั้งเป้าไม่น้อย

เริ่มจาก “ถูกดี มีมาตรฐาน” ที่ถือเป็นผู้บุกเบิกตลาดนี้ จากเว็บไซต์ ถูกดี มีมาตรฐาน ระบุว่า ล่าสุด ณ สิ้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีเครือข่ายอยู่ประมาณ 4,600 ร้านค้า จากก่อนหน้านี้ ที่ตัวเลขเคยทะลุ 5,000 ร้านค้าไปแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ ทีดี ตะวันแดง วางเป้าหมายให้ร้านถูกดีฯ เป็นร้านสะดวกซื้อที่สามารถเข้าถึงชุมชนที่ลึกที่สุดในระดับหมู่บ้าน โดยตั้งเป้าจะเพิ่มเป็น 20,000 ร้านค้า ภายในสิ้นปี 2566 และเพิ่มเป็น 30,000 ร้าน ในปี 2567

โชห่วย โดนใจ

ขณะที่ “ร้านโดนใจ” ของกลุ่มบีเจซี บิ๊กซี เมื่อสิ้นไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ระบุว่ามีร้านค้าในเครือข่ายประมาณ 2,597 สาขา (จาก 1,170 สาขา ในไตรมาส 2/2565) โดยเมื่อต้นปี บีเจซี เปิดแถลงข่าวและตั้งเป้าจะเปิดให้ได้ 8,000 ร้านค้า ภายในปี 2566 และตั้งเป้าจะเติบโตสู่ 30,000 ร้าน ภายในปี 2570

ไม่เพียงการขยายเครือข่ายร้านโดนใจในประเทศเท่านั้น บีเจซี บิ๊กซี ยังนำโมเดล โดนใจ ไปทดลองเปิดในเวียดนามด้วย เป้าหมายเพื่อต้องการจะนำสินค้าไทยไปขายยังภูมิภาคอาเซียน

ส่วน “บัดดี้มาร์ท” ที่บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ สยามแม็คโคร เดิม ที่มุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ประกอบการร้านค้าปลีกที่มีร้านค้าอยู่เดิม ตอนนี้ (สิ้นเดือนตุลาคม) เพิ่งเปิดร้านเครือข่ายได้เพียง 65-70 สาขาเท่านั้น หลัก ๆ กระจายอยู่ในภาคอีสาน โดยเฉพาะนครราชสีมา ขอนแก่น ร้อยเอ็ด อุดรธานี นอกนั้นกระจายอยู่ในภาคกลางและปริมณฑลจังหวัดละ 2-3 แห่ง อาทิ กรุงเทพฯ นนทบุรี อยุธยา สระบุรี ฉะเชิงเทรา เป็นต้น จากเป้าหมายจะเปิดให้ได้ 2,000 ร้านค้า ภายในสิ้นปี 2566

อย่างไรก็ตาม อีกด้านหนึ่งก็พบว่า บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า กลับมาให้น้ำหนักกับโครงการมิตรแท้โชห่วย ที่ทำมาต่อเนื่อง 14-15 ปี เพื่อยกระดับร้านโชห่วย ด้วยการเป็นพี่เลี้ยง ให้คำปรึกษา การปรับปรุง ตกแต่งร้าน การเปิดร้านใหม่ โดยไม่มีสัญญาผูกมัด

สารพันปัญหาทำยอดสะดุด

แหล่งข่าวจากวงการค้าปลีกวิเคราะห์ปรากฏการณ์การขยายเครือข่ายของค่ายต่าง ๆ ที่เริ่มสะดุดลงดังกล่าวว่า การขยายสาขาที่เริ่มชะลอตัว หรือมีอัตราการเร่งที่ชะลอตัวลงไป จากช่วงต้น ๆ ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว จริง ๆ แล้วน่าจะมาจากหลายสาเหตุ ซึ่งจากการสำรวจตลาดในหลาย ๆ จังหวัดพบว่า มีร้านค้าปลีกรายย่อยที่เข้าร่วมเป็นเครือข่ายของผู้ประกอบการดังกล่าวจำนวนหนึ่งปิดตัวลงไป หรือบางรายก็ไม่ต่อสัญญาและหันไปเปิดร้านของตัวเอง โดยไม่พึ่งพาระบบหรือการซัพพอร์ตของบริษัทแม่ หลายรายมีปัญหาเรื่องการฟ้องร้องกัน

ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าช่วงหลัง ๆ มานี้ เจ้าของโมเดลเข้าไปควบคุมการค้าขายมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องสินค้า นอกจากนี้ยังพบว่าเจ้าของร้านค้าที่เข้าเป็นเครือข่ายบางรายอาจจะมีปัญหาเรื่องการเงิน บริหารจัดการการเงินไม่ดี ทำให้ขาดส่งเงินให้บริษัทแม่ สุดท้ายบริษัทแม่ก็ต้องยกเลิกสัญญาปิดร้านไป

“การมีข่าวคราวเรื่องฟ้องร้องระหว่างร้านค้ากับบริษัทแม่ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ที่ทำให้หลาย ๆ คนต้องกลับมาทบทวนการตัดสินใจลงทุนใหม่”

โชห่วย บ้านกลางซอย

ขณะที่ผู้คร่ำหวอดในวงการค้าปลีกรายหนึ่งแสดงทรรศนะในเรื่องนี้ว่า “…จริง ๆ แล้ว อาจจะกล่าวได้ว่า การเกิดขึ้นของร้านค้าปลีกรายย่อยโมเดลนี้ เป็นเกมหรือความต้องการของซัพพลายเออร์ ที่ต้องการจะหาช่องทางในการกระจายสินค้าลงไปสู่ร้านค้าต่าง ๆ แต่อีกด้านหนึ่งร้านค้ารายย่อยก็ต้องการความมีอิสระในหลาย ๆ เรื่อง รวมทั้งการเลือกสินค้าที่จะนำมาวางขายในร้าน”

ปัจจัยจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ที่สนใจและต้องการจะเปิดร้านในลักษณะนี้ชะลอการตัดสินใจหรือเบรกการลงทุนไว้ก่อน แม้จะใช้เงินไม่มากนักหรือหลักประมาณ 3-4 แสนบาทก็ตาม

“อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าโมเดลการขยายธุรกิจในลักษณะนี้ ยังมีโอกาสที่จะขยายตัวหรือมีจำนวนที่มากขึ้นได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละค่ายว่ามองเรื่องนี้อย่างไร จะมีการปรับโมเดลให้มีความเหมาะสมมากขึ้นอย่างไรหรือไม่ จะอุดช่องว่างต่าง ๆ ได้อย่างไร ช่วงนี้อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นช่วงเริ่มต้นของโมเดลค้าปลีกลักษณะนี้ ที่อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนโมเดลให้เหมาะสมและสอดรับกับสถานการณ์ต่าง ๆ มากขึ้น” แหล่งข่าวกล่าว

แม้วันนี้การขยายเครือข่ายของค่ายต่าง ๆ อาจจะมีอัตราการเร่งที่ลดลงบ้าง แต่ด้วยจำนวนร้านโชห่วยทั่วประเทศที่มีอยู่มากถึง 3-4 แสนร้านค้า

หรืออย่างน้อยที่สุด ตลาดค้าปลีกไทยในวันนี้มีมูลค่าตลาดรวมมากกว่า 3 ล้านล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็นสัดส่วนที่มาจากร้านโชห่วยร้านค้าปลีกรายย่อยถึง 55% เลยทีเดียว

ตลาดนี้ยังเป็นน่านน้ำใหม่ที่ยังมีโอกาสและมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก เพียงแต่อาจจะต้องใช้เวลาบ้างเท่านั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...