โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

สาเหตุที่ห้ามเก็บ ยางลบดินสอ ทิ้งไว้ในรถที่จอดตากแดดนานๆ

สยามนิวส์

เผยแพร่ 08 พ.ย. 2566 เวลา 07.28 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
สาเหตุที่ห้ามเก็บ ยางลบดินสอ ทิ้งไว้ในรถที่จอดตากแดดนานๆ

ต้องบอกเลยว่าในช่วงอากาศร้อนๆแบบนี้ เรามักจะเห็นคำเตือนกันบ่อย ๆ ผ่านทางสื่อว่ามีสิ่งของบางอย่างที่เราไม่ควรทิ้งไว้ในรถ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ต้องจอดรถตากแดดนาน ๆ

อาทิเช่น กระป๋องสเปรย์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสเปรย์น้ำหอมหรือสเปรย์หล่อลื่นอเนกประสงค์(โซแน็ก) เนื่องจากความร้อนอาจทำให้แรงดันในกระป๋องสเปรย์สูงขึ้นจนเกิดระเบิดได้

ที่ควรระวังมาก ๆ ก็คือไฟแช็ค สำหรับคนที่สูบบุหรี่ นี่ก็ระเบิดคารถมานักต่อนักแล้ว และของที่ไม่ควรวางทิ้งไว้ก็คือพาวเวอร์แบงค์หรือแบตเตอรี่สำรองโทรศัพท์มือถือ รวมทั้งของเล่นหรือเครื่องมือที่มีแบตเตอรี่บรรจุอยู่ วัสดุที่เป็นส่วนประกอบภายในของแบตเตอรี่เหล่านี้มีความไวต่อปฎิกิริยาทางเคมีสูง หากเกิดการลัดวงจรขึ้นมา จะทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ได้ง่าย

สิ่งของที่เตือนกันบ่อย ๆ ก็คือขวดน้ำพลาสติก เนื่องจากขวดน้ำพลาสติกมีมุมสะท้อนแสงที่อาจเกิดการรวมแสงแดดให้กลายเป็นจุดความร้อนจนเกิดเพลิงลุกไหม้ในรถได้เช่นกัน

ทีนี้กลับมาว่ากันถึงคำเตือนที่ตั้งเป็นชื่อเรื่อง ทำไมเราจึงไม่ควรเก็บยางลบดินสอไว้ในรถ? เหตุผลที่เราไม่ควรเก็บยางลบดินสอไว้ในรถหรือถ้าจะเขียนให้ละเอียดก็ต้องบอกว่า อย่าวางยางลบดินสอไว้ในรถในบริเวณที่เป็นพลาสติกโดยเด็ดขาด

สาเหตุก็เพราะว่า ยางลบดินสอมีส่วนผสมที่เป็น Plasticizers หรือมีคุณสมบัติการเป็นตัวทำละลายพลาสติกนั่นเอง

ดังนั้นการวางยางลบดินสอไว้บนส่วนที่เป็นพลาสติกบนรถเช่นคอนโซลหน้ารถ อาจทำให้พลาสติกบริเวณนั้นละลายได้เมื่อต้องจอดรถตากแดดเป็นเวลานาน ๆ

เรียบเรียง สยามนิวส์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...