โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปลิงทะเลขาวพังงา สัตว์น้ำเศรษฐกิจ ขึ้นทะเบียนสินค้า GI ลำดับ 4 สร้างมูลค่า 3.3 ล้านต่อปี

MATICHON ONLINE

อัพเดต 24 มิ.ย. 2567 เวลา 15.16 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2567 เวลา 15.16 น.

ปลิงทะเลขาวพังงา สัตว์น้ำเศรษฐกิจ ขึ้นทะเบียนสินค้า GI ลำดับ 4 สร้างมูลค่า 3.3 ล้านบาทต่อปี

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งพังงา ริมทะเลหาดท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา มีการศึกษาวิจัยเพาะเลี้ยงปลิงทะเล ซึ่งโดยมี นางอาภรณ์ เทพพานิช ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งพังงา สำหรับการเพาะเลี้ยงปลิงทะเลเกาะยาวภายในโรงเรือน ที่เริ่มตั้งแต่การเก็บพ่อแม่พันธุ์จากธรรมชาติ ในพื้นที่อำเภอเกาะยาว มาทำการเพาะพันธุ์ โดยการผสมไข่และน้ำเชื้อ จากนั้นเมื่อได้ตัวอ่อนนำไปอนุบาล จนได้ลูกปลิงระยะว่ายน้ำประมาณ 25-30 วัน แล้วนำไปปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติ

สำหรับปลิงทะเลขาวที่เกาะยาวจะมีความแตกต่างจากที่อื่นเนื่องจาก มีความสมบูรณ์ของตัวปลิงขนาดใหญ่ เนื้อหนาและแน่น สังเกตได้จากความสมบูรณ์ของพ่อแม่พันธุ์ เมื่อนำมาเพาะพันธุ์ พบว่าพ่อแม่พันธุ์ปลิงมีความแข็งแรง การเพาะพันธุ์สามารถให้ปริมาณไข่และน้ำเชื้อดีมาก พบว่าพ่อแม่จากเกาะยาว คุณภาพดีที่สุด โดยราคาขายปลิงทะเล ถ้าเป็นแบบสดจะขายอยู่ที่ ราคา 300 – 500 บาท/กิโลกรัม ส่วนแบบตากแห้ง ราคาจะจะอยู่ที่ 3,000 – 7,000 บาท/กิโลกรัมสร้างมูลค่าให้กับชาวเกาะยาว ส่วนใหญ่จะนิยมนำไปแปรรูปเป็นอาหาร ยา และเครื่องสำอาง

ปัจจุบันศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งพังงา ตั้งอยู่บริเวณชายหาดท้ายเหมือง ได้นำพ่อแม่พันธุ์ปลิงขาว จากเกาะยาว มาเพาะพันธุ์ในโรงเพาะฟักอนุบาลเป็นระยะ อายุประมาณ 25-30 วัน (ระยะโดลิโอลาเรีย) โดยมีชาวบ้านบริเวณเกาะยาว เกาะยาวน้อยเริ่มให้ความสนใจเลี้ยงปลิงทะเลขาวเพื่อนำไปขายสร้างมูลค่า ตลาดต้องการเป็นอย่างมากในตอนนี้ ทางศูนย์วิจัยพังงา ได้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ วิธีการเพาะเลี้ยง วิธีทำบ่อเลี้ยง ให้กับผู้ที่สนใจ นำไปเลี้ยงต่อได้เอง

ปลิงทะเลขาว เป็นสัตว์ที่มีผิวลำตัวเป็นหนาม (Echinodermata) เช่นเดียวกับ ดาวทะเล ดาวเปราะ ดาวขนนก และเม่นทะเล ปลิงทะเลแตกต่างจากปลิงน้ำจืดคือปลิงน้ำจืดเป็นสัตว์ในกลุ่มหนอนปล้อง (Annelida) ได้แก่ ไส้เดือนดิน ทากดูดเลือด เป็นต้น แต่ปลิงทะเลไม่ดูดเลือดเหมือนปลิงน้ำจืด แต่กินเศษซากอินทรียสารเป็นอาหาร รูปทรงของปลิงทะเลส่วนใหญ่มีรูปร่างเป็นทรงกระบอกยาว ผิวลำตัวมีทั้งหนา บาง แล้วแต่ชนิด ปลายลำตัวด้านหนึ่งเป็นปากและอีกด้านหนึ่งเป็นทวาร รอบๆ ปากมีหนวด 10-30 เส้น ทำหน้าที่จับอาหารเข้าสู่ปาก โดยส่วนใหญ่ปลิงทะเล มักจะไม่เคลื่อนไหว แต่จะนอนนิ่งๆ อยู่กับที่ แต่ถ้าหากจะเคลื่อนที่ก็จะใช้ท่อ (tube feet) เป็นตัวขยับเดิน ปลิงทะเล ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำทะเลที่สะอาด ปลิงทะเลจึงนับได้ไว้เป็นตัวชี้วัดคุณภาพของน้ำ และยังเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่ช่วยรักษาความสมดุลในท้องทะเล ปลิงทะเลนั้นจะกินซากพืชหรือซากสัตว์ ตะกอนดิน แพลงก์ตอนที่ตายแล้วที่ทับถมกันบนทราย ช่วยย่อยอินทรีย์สารให้มีขนาดเล็กลงและปลดปล่อยสารอาหารที่มีขนาดเล็กให้สัตว์ที่มีขนาดเล็กกว่าและจุลินทรีย์ต่าง ๆ ด้วยสารที่ขับออกมาจากอยู่ในรูปแบบของแอมโมเนีย ซึ่งแพลงก์ตอนนั้นสามารถนำไปใช้ได้

สำหรับประโยชน์ทางการแพทย์นั้นมีการศึกษาวิจัยสกัดสารจากผนังลำตัวปลิงทะเล พบว่ามีสารโฮโลท็อกซิน (Holotoxin) ที่มีผลในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราบางชนิด และยังได้พัฒนาไปใช้ยับยั้งการกระจายตัวของเซลล์มะเร็งด้วย อีกทั้งเส้นใยสีขาวของปลิงทะเลบางชนิด ยังมีสารโฮโลทูริน (Holothurin) ที่มีคุณสมบัติในการขัดขวางการส่งความรู้สึกของกระแสประสาท ที่สามารถนำมาใช้ในการบำบัดความเจ็บปวดของผู้ป่วยหลังการผ่าตัดได้ ปลิงทะเลยังเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง พบว่า ในเนื้อของปลิงทะเลอุดมไปด้วยสารอาหาร ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง“มิวโคโปรตีน (mucoprotein)” ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของกระดูกอ่อน เอ็น การบริโภคปลิงทะเลจึงสามารถบรรเทาปัญหาการเสื่อมสมรรถนะของข้อ กระดูก ในผู้สูงอายุได้ ปลิงทะเลมีโปรตีนใกล้เคียงกับหมึกกล้วย ปูม้า หอยแมลงภู่ และหอยลาย มีไขมันต่ำมาก ปลิงทะเลจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการควบคุมไขมันได้เป็นอย่างดี

นายธันว์ จิตตนูนท์ นักวิชาการประมงปฏิบัติการ กล่าวว่า ปลิงทะเล ชนิดปลิงขาว เราได้รับการถ่ายทอดความรู้การเพาะเลี้ยงปลิงทะเลจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ เป็นผู้ถ่ายทอดการเพาะ การอนุบาลและการเลี้ยงเมื่อปี 2565 และทางเรามาทำสำเร็จเมื่อปี 2566 โดยวิธีการเราจะกระตุ้นให้ปลิงทะเลออกไข่โดยใช้สไปรูลิน่าแบบผง ปริมาตร 0.75 กรัมต่อ 1 ตัว ใช้เวลาประมาณ 1-1.5 ชั่วโมง พอปลิงทะเลปล่อยไข่และน้ำเชื้อออกมา เราก็จะนำมาผสมกัน และนำมาเลี้ยงไว้ในถังอนุบาล ปลิงทะเล 1 ตัวจะออกไข่ประมาณ 1 ล้านฟอง อัตราการรอดช่วงอนุบาลถึงนำเกษตรนำไปเลี้ยง 10% ส่วนระยะขนาดตัว 2-3 เซนติเมตร อัตราการรอดจะอยู่ที่ 1 % ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งพังงา ได้ดำเนินการวิจัยเพาะพันธุ์ อนุบาล ตลอดจนส่งเสริมการเลี้ยงสู่เกษตรกรและหน่วยงานอื่นๆ ที่สนใจ หากท่านใดสนใจสามารถติดต่อศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งพังงาได้

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ประกาศขึ้นทะเบียน “ปลิงทะเลเกาะยาว” เป็นสินค้า GI ลำดับ 4 ของจังหวัดพังงา โดยมีการขึ้นทะเบียนไปแล้ว 3 ชนิดสินค้าทางการเกษตรประกอบด้วย ทุเรียนสาลิกา ข้าวไร่ดอกข่า และ มังคุดทิพย์พังงา สำหรับปลิงทะเลขาวพังงา คาดว่าจะเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่กำลังเป็นที่นิยมและต้องการของตลาดเป็นอย่างมากตอนนี้ อีกทั้งยังสามารถสร้างรายได้มากถึง 3.3 ล้านบาทต่อปี

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปลิงทะเลขาวพังงา สัตว์น้ำเศรษฐกิจ ขึ้นทะเบียนสินค้า GI ลำดับ 4 สร้างมูลค่า 3.3 ล้านต่อปี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...