โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฮาวทูกินไอศกรีมอย่างไรให้ไม่อ้วน ฉบับคนญี่ปุ่น

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 01 ส.ค. 2567 เวลา 05.24 น.

ไอศกรีม ของหวานแสนอร่อยขวัญใจทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ ยิ่งรับประทานช่วงที่อากาศร้อนๆด้วยแล้ว ยิ่งเพิ่มความฟิน…เพิ่มขึ้นมากไปอีก แต่ขึ้นชื่อว่าของหวานย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพแน่นอน โดยเฉพาะคนรักษารูปร่างด้วยแล้ว วันนี้เราจึงมีฮาวทูกินไอศกรีมอย่างไรให้ไม่อ้วน ฉบับคนญี่ปุ่น มาฝากกันค่ะ

วิธีเลือกไอศกรีม

ไอศกรีมที่มีขายในท้องตลาดแบ่งออกได้เป็นหลายประเภทด้วยกันแล้วแต่สัดส่วนปริมาณไขมันจากนมที่ผสมอยู่ ยิ่งไขมันจากนมมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งเป็นไอศกรีมที่รสชาติเข้มข้นหวานมัน

สำหรับตัวที่ไขมันจากนมน้อยก็จะมีรสชาติเบาๆ กินแล้วสดชื่น สำหรับตัวที่มีส่วนผสมจากนมน้อยกว่า 3% จะไม่นับว่าเป็นไอศกรีม เป็นเพียงการนำน้ำผลไม้มาทำให้แข็งคล้ายๆ เชอร์เบตเท่านั้น

การเลือกไอศกรีมที่กินแล้วไม่อ้วนเท่าไหร่ ก็ควรดูที่มีสัดส่วนไขมันจากนมน้อยและมีน้ำตาลน้อย นอกจากนี้ ไอศกรีมที่มาพร้อมโคนหรือวาฟเฟิลจะให้แคลอรี่สูงขึ้นไปอีก

กินไอติมเวลาไหนถึงจะเหมาะสม?

ช่วงเวลา 14.00-15.00 น. คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด ไม่เพียงแต่การกินไอศกรีมเท่านั้น แต่ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาที่ของที่กินเข้าไปจะเปลี่ยนเป็นไขมันได้ร่างกายได้ยากที่สุด ถือว่าเป็นเวลาทองสำหรับการกินขนมของคนลดน้ำหนัก ส่วนสิ่งที่ต้องระวังมากๆ ก็คือการกินไอศกรีมตอนกลางคืนนั่นเอง เพราะตอนกลางคืนเป็นช่วงเวลาที่ของกินจะเปลี่ยนเป็นไขมันได้ง่าย แต่ถ้าใครอดใจไม่ไหวจริงๆ แนะนำให้กินเป็นไอศกรีมไร้น้ำตาลหรือไม่มีแคลอรี่

ทริคการกินไอศกรีม

- ถ้าเราซื้อไอศกรีมถ้วยมาจากร้าน แนะนำให้เทใส่จานแล้วโรยถั่วหรือผลไม้หรือใบมิ้นต์ตกแต่งหน้า เพื่อให้ดูมีสีสันน่าทาน อีกอย่าง ควรเลือกไอศกรีมไซส์เล็กๆ เพื่อที่เราจะได้กินหมดในขณะที่ยังไม่ละลาย

-การกินผลไม้แช่แข็ง เช่น มะม่วง สับปะรด มิกซ์เบอร์รี่ ส้ม หรือโยเกิร์ตแช่แข็งแทนไอศกรีมค่ะ นอกจากจะได้รสหวานชื่นใจเหมือนกันแล้ว แคลอรี่ยังน้อยกว่ามาก

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...