โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ข้ามกาลเวลามาหาครอบครัวในอดีต

นิยาย Dek-D

เผยแพร่ 02 ก.ค. 2567 เวลา 17.17 น. • น้ำค้างบนยอดดอย
วิราสาวน้อยชีวิตสุดอาภัพเกิดมากำพร้าพ่อแม่ ต่อสู้ดิ้นรนจนร่ำรวย แต่ยังไม่ทันจะได้ใช้ชีวิตแสนสุขดั่งที่หวัง จู่ๆก็ลืมตาตื่นมาเจอกับครอบครัวสุดแสนจะบิดเบี้ยว พ่อแม่รักลูกลำเอียงสุดๆที่เธอฝันถึงอยู่บ่อยๆ

ข้อมูลเบื้องต้น

เน้นอ่านเพลินๆ ไม่ได้ดำเนินเรื่องเร็วทันใจ ค่อยเป็นค่อยไปแบบเบาสมองค่ะ

ข้ามกาลเวลามาหาครอบครัวในอดีต
ผู้เขียน: น้ำค้างบนยอดดอย
E-book
Seller Link: http://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMjYyNDgxOCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjI2MTA1OCI7fQ

"ที่นี่ที่ไหนน่ะ? แต่ทำไมรู้สึกคุ้นตาจังวะ?"

"แล้วนี่อะไรเนี้ยเตียงไม้เก่าๆ บ้านกำแพงดินเล็กๆนี่อีก? "

----------------------------------------

เรื่องนี้แต่งขึ้นมาจากจินตนาการ ความมโน ไม่ได้อ้างอิงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ใดๆ ตัวละคร สถานที่ล้วนแต่มาจากความมโนที่ปราดเปรื่องของไรท์เองทั้งสิ้น

ฝากกดติดตาม ??????“?

กดถูกใจ♥️

เพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะจุ๊บๆ

สาวน้อยวิรา

วิรา สาวไทยใจซื่อ หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักเหมือนอาหมวยน้อย ผิวขาวอมชมพูดูเหมือนกับว่าเธอนั้นจะมีเชื้อสายจีนก็ไม่ปาน แต่ต้องสู้ชีวิตอย่างหนักมาตั้งแต่เด็กๆ ชีวิตเกิดมาไม่ได้สุขสบายเหมือนเด็กทั่วๆ ไปที่มีครอบครัวอบอุ่น มีพ่อแม่คอยดูแลเหมือนคนอื่นๆเขา เธอเกิดมากำพร้าถูกทิ้งไว้ที่กองขยะตั้งแต่ยังแบเบาะ

เหมือนฟ้าจะยังเห็นใจเด็กน้อยตาดำๆคนนี้อยู่บ้าง โชคดีมี 2 คนตา ยายที่มีอาชีพเก็บขยะขายผ่านมาพบเจอเธอที่กำลังนอนส่งเสียงร้องไห้เพราะความหิวนม และมีมดกัดเข้าตามลำตัว ด้วยความที่ตาหวัง และยายพาทั้งคู่เป็นคนจิตใจดีมีเมตตาจึงเก็บเธอมาเลี้ยง ทั้งที่สองคนตายายนั้นยากจนไม่ค่อยจะมีเงินทองอันใดที่จะพอเลี้ยงดูเด็กเล็กๆ คนหนึ่งให้สุขสบายได้ แต่ทั้งคู่ก็กัดฟันทำงานรับจ้างทุกอย่างที่มีคนจ้าง ว่างๆก็ออกเก็บขยะไปขายเพื่อนำเงินมาเลี้ยงดูเด็กน้อยคนนี้

ตาหวัง และยายพาสร้างบ้านหลังเล็กๆด้วยสังกะสี อาศัยอยู่ในเขตที่ดินว่างเปล่าหลังโรงงานผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรส่งออกเมืองจีนและต่างประเทศ อยู่แถบชานเมืองกรุงของเศรษฐีใจดีผู้หนึ่งที่อนุญาตให้ทั้งคู่อาศัยอยู่ได้ โดยที่ตาหวังได้ตั้งชื่อให้เธอว่าวิรา ที่แปลว่ากล้าหาญ

วิราใช้ชีวิตอยู่กับ2คนตายายมาตั้งแต่เด็ก คอยช่วยเหลืองานทุกอย่างไม่ว่าจะงานบ้าน หรือเก็บขยะขาย อะไรที่ทำแล้วได้เงินเพื่อแบ่งเบาภาระของตากับยายได้ วิราล้วนแต่ทำทุกอย่างโดยไม่ปริปากบ่น ชีวิตไม่เคยได้วิ่งเล่นเหมือนเด็กคนอื่นๆ ไม่มีเคยมีตุ๊กตาของเล่นดีๆเหมือนใครเขา มีแต่ของเก่าที่เก็บได้จากถังขยะเท่านั้นที่เธอจะเล่นได้

แต่นั่นไม่เคยทำให้วิรารู้สึกเสียใจ หรืออิจฉาใครเลย เพราะทั้งตาและยายเลี้ยงดูเธอมาด้วยความรัก พยายามหาสิ่งดีๆ ให้เธอทุกอย่างเท่าที่จะหาได้ แม้กระทั่งการเรียนก็ยังกัดฟันส่งเธอเข้าเรียนเหมือนเด็กคนอื่นๆ

วิราจึงตั้งใจเรียนเป็นอย่างมาก ดีที่เธอเป็นเด็กหัวดี ฉลาดเรียนรู้ไวกว่าคนอื่น เธอจึงสอบชิงทุนเรียนฟรีมาได้ตลอดตั้งแต่เด็ก จนเธอเรียนอยู่ชั้น ม.3 ลูกสาวคนเดียวของตาหวัง และยายพาที่ออกจากบ้านไปเกือบ 20 ปีไม่เคยกลับมาเยี่ยมเยียน หรือเหลียวแลผู้เป็นพ่อ เป็นแม่ก็กลับมาพร้อมกับจูงมือเด็กชายตัวน้อยอายุได้ 10 ขวบกลับมาด้วย

น้าจันทร์ ลูกสาวของตากับยาย หลังออกจากบ้านไปก็ได้สามีเป็นชาวเยอรมัน แต่งงานพากันไปอยู่ที่ต่างประเทศ จากนั้นก็เลิกรากันไป และก็แต่งกับคนใหม่วนไปเรื่อยอยู่แบบนั้น จนถึงคนที่3 ที่เป็นพ่อของเด็กน้อยลูกครึ่งนามว่าพอลคนนี้ ที่มีลูกด้วยกันอยู่กินกันมาเกือบ 10 ปีก็มีเหตุให้เลิกรากันไปอีก แถมคนพ่อยังไม่ยอมรับผิดชอบลูกชายตัวน้อยด้วย น้าจันทร์จึงคิดจะนำลูกชายกลับมาให้พ่อกับแม่ช่วยเลี้ยงให้ เพียงเพราะเธอมีลูกติดทำให้หาสามีคนต่อไปได้ไม่สะดวกเท่านั้นเอง

ขออนุญาตฝาก

E-book

ข้ามกาลเวลามาหาครอบครัวในอดีต
ผู้เขียน: น้ำค้างบนยอดดอย
Seller Link: http://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMjYyNDgxOCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjI2MTA1OCI7fQ

ได้ทุนเรียนต่อที่จีน

เมื่อน้าจันทร์พาพอลมาให้ตากับยายช่วยเลี้ยง น้าจันทร์ก็ให้เงินไว้เพียง 30,000 บาท แล้วน้าจันทร์ก็หายตัวไปอีกเช่นเคย

ผ่านไปเพียง 3 เดือน ทุกคนก็ได้ข่าวว่าน้าจันทร์ประสบอุบัติเหตุรถชนประสานงากับรถบรรทุกน้ำมัน ไฟลุกท่วมทั้งคันรถเสียชีวิตพร้อมกับแฟนใหม่ชาวญี่ปุ่นที่เชียงใหม่เสียแล้ว แม้แต่ร่างที่จะนำกลับมาทำพิธีก็ไม่เหลือ

หลังผ่านเหตุการณ์เศร้าเสียใจมา ทั้ง 4 คนก็อาศัยอยู่ด้วยกันด้วยความสงบสุขเรื่อยมาแม้จะยากจนไปหน่อย วิรากับพอลที่มีชะตากรรมถูกทิ้งเหมือนกันก็เข้าใจกันดี รักใคร่กันเหมือนกับพี่น้องแท้ๆ ก็ไม่ปาน

พอลเองก็เป็นเด็กขยันช่วยเหลืองานตา ยาย และวิราตลอด ดีที่น้องชายคนนี้พอจะพูดภาษาไทยได้เพราะใช้ภาษาไทยในการสื่อสารกับน้าจันทร์ตลอด จึงไม่ลำบากในการปรับตัวมากนัก

หลังจากนั้นไม่นานตาหวังก็โชคดีได้ทำงานเป็นยามให้กับโรงงานของเศรษฐีใจดีผู้นี้ ส่วนยายพาท่านก็ช่วยจ้างให้มีหน้าที่เป็นแม่ครัวคอยทำอาหารให้ครอบครัวของท่านที่มีบ้านหลังใหญ่อยู่ไม่ไกลจากโรงงาน เพราะท่านสงสารจึงเสนองานให้ทำ แล้วยังมอบทุนการศึกษาให้กับวิรา และพอลได้ร่ำเรียนกันอีกด้วย

เมื่อทางบ้านพอจะมีเงินรายได้หมุนเวียนมาจุนเจือกัน ทุกคนก็ตกลงกันว่าจะไปหาเช่าบ้านราคาย่อมเยาภายในซอยไม่ไกลจากโรงงานที่ตาหวังทำ และบ้านท่านเศรษฐีอยู่กัน เพราะบ้านสังกะสีหลังน้อยนี้มันเล็กเกินไปสำหรับอาศัยกัน 4 คน อึกทั้งลูกชายของท่านเศรษฐีก็ต้องการที่ผืนนั้นมาขยายโรงงานให้ใหญ่ออกไปอีกด้วยเช่นกัน

ผ่านไป 3 ปีเมื่อวิราเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่6 เธอก็สอบชิงทุนได้ไปเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยที่ประเทศจีนได้ เพราะด้วยความที่เธอเรียนเก่งจึงทำให้พูด อ่าน เขียนได้ดีทั้งอังกฤษ และภาษาจีน

ยิ่งเธอทำงานเป็นลูกจ้างในร้านขายข้าวมันไก่เจ้าดัง ที่อร่อยจนได้ออกข่าวมาแล้ว และยังมีพวกยูทูปเบอร์ที่ชอบมาถ่ายทำที่ร้านบ่อยๆ ของอากง และอาม่าชาวจีนแล้วด้วย เธอจึงได้ฝึกพูดภาษาจีนกับอากง อาม่าทุกวัน และการทำงานที่นี่ยังทำให้เธอได้เรียนรู้วิธีการทำข้าวมันไก่ที่แสนอร่อยอีกด้วย

เหตุผลที่วิราสอบชิงทุนไปเรียนต่อที่จีน แทนที่จะไปประเทศอื่นๆที่เปิดสอบเช่นกัน นั่นก็เพราะที่จีนมีคู่แข่งในการสอบชิงทุนน้อยกว่าไปประเทศอเมริกา หรือออสเตรเลียพวกนี้

อีกเหตุผลหนึ่ง ตั้งแต่เด็กมาแล้ววิรามักจะฝันเห็นครอบครัวชาวจีน ครอบครัวหนึ่งที่ดูแล้วเหมือนอยู่ในยุคอดีตหลายพันปี เพราะดูจากการแต่งกาย สภาพแวดล้อม บ้านเมืองที่เธอเห็นในฝันแล้ว ที่นั่นยังมีพวกสัตว์อสูร พลังธาตุ พลังปราณอะไรพวกนี้อีกด้วย ดูแล้วแปลกตากว่าพวกหนังจีนกำลังภายในที่เคยดูเสียอีก นั่นจึงเป็นเหตุผลให้เธอชอบที่จะเรียนรู้ภาษาจีน และชอบดูหนังจีนกำลังภายใน หรือแนวเทพเซียนที่อากง อาม่าชอบเปิดในร้านนั่นเอง

วิราได้ไปร่ำเรียนต่อที่ประเทศจีนเป็นเวลาเกือบ 4 ปีแล้ว จนตอนนี้วิราอายุได้ 22 ปีที่ผ่านมาเธอใช้เวลาว่างหลังเลิกเรียนไปรับจ้างทำงานในร้านอาหารไทยไปด้วย ทำให้พอมีเงินเก็บส่งกลับไปให้ตาหวัง และยายพาอยู่ตลอดทุกเดือน เธอทำงานที่ร้านทุกวันโดยไม่หยุด จนเธอสนิทกับลูกค้าประจำท่านหนึ่งที่พาครอบครัวมาทานอาหารที่ร้านบ่อยๆ และชอบมานั่งเทรดหุ้นที่ร้านอีกด้วย เธอจึงขอให้เขาช่วยสอนเธอเทรดหุ้น จนเธอมีรายได้ และเงินเก็บจากการเทรดหุ้นเป็นหลักล้าน

แล้วลูกค้าประจำท่านนี้ยังจ้างให้เธอช่วยไปเรียนพิเศษเป็นเพื่อนลูกสาวของเขาอีกด้วย เพราะลูกสาวของเขานั้นเป็นเด็กขี้กลัว ขี้อายไม่กล้าทำอะไรเพียงลำพัง ไม่ว่าจะเรียนวิชาป้องกันตัว เทควันโด ยิงปืน ขี่ม้า วิราเห็นว่าทุกอย่างที่เขาจ้างนั้นล้วนแต่เป็นสิ่งที่ดี แถมเธอยังไม่ต้องเสียเงินไปร่ำเรียนเองอีกด้วย แล้วเขานั้นยังมีพระคุณช่วยสอนให้เธอเทรดหุ้นเป็นอีกด้วยทำให้เธอมีเงินเก็บมากมายเธอจึงเต็มใจรับทำงานพวกนี้

ที่เมืองไทยตอนนี้ ตาหวัง และยาพาต่างก็ไม่ได้ลำบากดั่งเช่นเคย เพราะพอลนั้นเป็นลูกครึ่งเยอรมันรูปร่าง หน้าตาดี เรียนเก่ง ความประพฤติดีจนไปเจอแมวมองชักชวน ให้ไปลองแคสงานโฆษณา จากนั้นก็เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นจนได้งานแสดงละครจนมีรายได้ที่ดีเมื่อรวมกับเงินที่เธอส่งมาให้หลักล้านด้วยจึงมีเงินมากพอที่จะไปซื้อบ้านในโครงการหมู่บ้านจัดสรรขนาดใหญ่ แต่เลือกหลังที่มีขนาดเล็กลงมาหน่อยเพื่อให้ได้ทำเลที่ดี และมีการรักษาความปลอดภัยของลูกบ้านจากโครงการ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆอีกด้วย

ทั้งสองคนพี่น้องต่างสายเลือด ตกลงกันไว้แล้วว่าต่อไปนี้จะเลี้ยงดูตาหวัง กับยาพาให้อยู่สุขสบายมากที่สุดเท่าที่พวกเธอจะทำได้ บางครั้งช่วงที่พอลว่างจากงานละครก็จะพาตากับยายบินไปเยี่ยมวิราถึงเมืองจีนเพื่อพาพวกท่านไปเที่ยวพักผ่อนด้วยเช่นกัน

เหลือเวลาอีกเพียงไม่ถึงเดือน วิราก็จะเรียนจบ แล้วได้กลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวที่เธอรักอีกครั้ง

--------------------------------------------------------

ทุกเรื่อง ทุกเหตุการณ์ล้วนแต่เป็นเรื่องที่มโน หาได้มีเค้าโครงเรื่องจริง

ในฝัน

ยามค่ำคืนที่เงียบสงบ อากาศเย็นกำลังดีของประเทศจีน ในเดือนตุลาคมที่ระดับอุณหภูมิอยู่ที่ 20 องศา เนื่องจากดินแดนของประเทศจีนส่วนมากอยู่ในเขตอบอุ่นเหนือ อากาศจึงไม่ร้อนไม่หนาว ที่มี 4 ฤดู คือ

1. ฤดูใบไม้ผลิ ประมาณเดือนมีนาคม - พฤษภาคม อุณหภูมิประมาณ 10 - 22องศา

2. ฤดูร้อน ประมาณเดือนพฤษภาคม - สิงหาคม อุณหภูมิประมาณ 22 องศาขึ้นไป

3. ฤดูใบไม้ร่วง ประมาณเดือนกันยายน - ตุลาคม อุณหภูมิประมาณ10 - 22 องศา

4.ฤดูหนาว ประมาณเดือนพฤศจิกายน - กลางเดือนมีนาคม อุณหภูมิต่ำกว่า 10องศา

ช่วงเวลาที่เหมาะจะท่องเที่ยวในจีนคือ ฤดูใบไม้ผลิประมาณเดือนพฤษภาคม และช่วงฤดูใบไม้ร่วงประมาณเดือนกันยายน - ตุลาคมนั่นเอง

ต่างกับประเทศไทยที่หนาว ก็หนาวเพียงไม่นาน ส่วนร้อนก็ร้อนจนถึงที่สุด วิราอาศัยอยู่ที่ประเทศจีนมาได้จะ 4 ปีแล้ว ช่วงที่มาเรียนแรกๆ เธอก็ขยันเรียน ขยันทำงานพิเศษไม่ต่างกับตอนอยู่ที่ไทย แต่เมื่อเธอเทรดหุ้นเป็น และรู้จักหารายได้จากการเทรดหุ้นเธอก็ออกจากงานพิเศษแล้วเต็มที่กับการเรียนเพียงอย่างเดียว

ส่วนเวลาว่างหากลูกค้าประจำคนนั้นไม่จ้างให้เธอไปเรียนเป็นเพื่อนลูกสาว วิราก็จะใช้เวลาว่างเหล่านั้นไปกับการท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ ที่ขึ้นชื่อ ยิ่งพวกเมืองโบราณ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์เธอก็ไปจนแทบจะครบทุกที่แล้ววิราท่องเที่ยวไปด้วย และพยายามตามหาสถานที่ ที่เธอฝันถึงอยู่บ่อยๆ อย่างแคว้นฉินไปด้วย แต่กลับไม่มีในบันทึกประวัติศาสตร์ของประเทศจีนเลย ราวกับว่ามันเกิดขึ้นมาก่อนเป็นพันๆ ปีเลยไม่ได้มีในบันทึกเหล่านั้น

ยิ่งวิรามาอยู่ที่จีน เธอยิ่งฝันเห็นเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวหนึ่งบ่อยยิ่งขึ้นกว่าตอนที่เธอยังอยู่ที่ไทย เมื่อก่อนเธอจะฝันเห็นเพียงเด็กน้อยหน้าตาน่ารักเหมือนอาหมวยน้อย ผิวขาวดั่งไข่ปอกต้องทำงานหนักตั้งแต่เด็ก และชายหนุ่มผู้หนึ่งที่เป็นพ่อของเด็กน้อยคนนี้ที่ทำงานหนัก ล่าสัตว์ได้เงินมาก็ไม่เคยได้ใช้ ต้องมอบให้ผู้เป็นแม่เพื่อเก็บเข้าเป็นเงินกองกลางของบ้านตลอด

แม้แต่อาหารการกินยังแย่เกินจะบรรยาย ข้าวต้มที่มีเพียงน้ำข้าวกับเศษข้าวบางเบาภายในจาน ทุกๆ วันพวกเขาจะได้กินกันเพียงเท่านี้ ทำงานอย่างหนักแต่อาหารการกินกลับแย่เสียยิ่งกว่าอาหารหมาในความคิดเธอ ขนาดในวัยเด็กที่เธอยากจนวันๆ ได้แต่วิ่งวุ่นทำงานหาเงิน แต่ข้าวที่เธอให้หมาจรที่มาอาศัยด้วยยังดีกว่าที่ครอบครัวนี้ได้กินเสียอีก

แต่ในฝันเธอกับไม่เคยเห็นใบหน้าของผู้เป็นแม่ของเด็กน้อย และภรรยาของชายผู้นั้นเลย ได้ยินเพียงเสียงร้องไห้ของนางเท่านั้นที่บ่งบอกให้รู้ถึงการมีตัวตนของนาง

จนเธอมาอยู่ที่นี่ได้ 1 เดือน จึงได้ฝันเห็นถึงใบหน้าของหญิงสาวผู้นั้น ใบหน้าของหญิงสาวนั้นช่างเหมือนกับเธอมากจริงๆ เพียงแต่ว่าผิวของหญิงผู้นั้นขาวมากกว่าเธอก็เท่านั้น ไม่งั้นแล้วเธอคงคิดว่านั่นเป็นตัวเธอเองก็ได้

คนอะไรช่างผิวดี ผิวขาวอมชมพูทั้งที่นางต้องทำงานอย่างหนักทุกอย่างแต่ผิวพรรณของนางก็ยังคงดีอยู่ ไม่เหมือนกับเธอที่ผิวออกจะเป็นสาวผิวสีน้ำผึ้ง ขนาดมาอยู่จีนตั้งนานพยายามบำรุงเท่าไหร่ก็ขาวขึ้นมาได้ไม่มาก แต่ก็พอดูได้ตอนนี้เธอจึงดูเหมือนสาวผิวขาวเหลือง

พอเริ่มเข้าปีที่ 2 ที่มาอยู่ที่นี่ วิราก็เริ่มฝันเห็นถึงสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ แต่ก่อนจะได้ยินแต่เสียงพูดคุย เสียงด่าทอ แต่ตอนนี้เธอได้เห็นโฉมหน้าของพวกที่แสนจะน่ารังเกียจเมื่อได้ยินเสียงเหล่านั้นแล้ว

------------------------------------------------

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...