กองทัพภาคที่ 2 สรุปแนวชายแดนทุกจุดยังสงบ พบกัมพูชาขยับกำลังเล็กน้อย
วันนี้ (3 ม.ค.2569) กองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ตั้งแต่วานนี้ (2 ม.ค.2569) พบว่า ภาพรวมพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในภาวะสงบ อยู่ระหว่างการวางกำลังและเตรียมความพร้อมตามปกติ ไม่ปรากฏเหตุปะทะ การใช้อาวุธ หรือการเคลื่อนกำลังขนาดใหญ่แต่อย่างใด
ชายแดนด้าน จ.อุบลราชธานี–สุรินทร์–บุรีรัมย์ เงียบสงบในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ทั้งบริเวณช่องบกและช่องอานม้า ยังไม่พบความเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญ ขณะที่แนวชายแดน จ.สุรินทร์ ครอบคลุมช่องจอม ช่องเปรอ ช่องระยี ปราสาทคนา ปราสาทตาควาย ช่องกร่าง และปราสาทตาเมือนธม ยังคงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เช่นเดียวกับพื้นที่ช่องสายตะกู จ.บุรีรัมย์ ซึ่งยังไม่ปรากฏความเคลื่อนไหวผิดปกติ
แนวพระวิหารพบการเคลื่อนกำลังระดับเล็ก พื้นที่ที่มีความเคลื่อนไหวชัดเจนที่สุดยังคงเป็นแนวพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ โดยตรวจพบรถไถบรรทุกไม้และแผ่นปูน เคลื่อนที่ไปทางช่องตาเฒ่า คาดว่า เป็นการปรับปรุงหรือเสริมความแข็งแรงของที่ตั้งทางทหาร
นอกจากนี้ ยังพบรถกระบะสีดำ 1 คัน ส่งกำลังพลฝ่ายกัมพูชาประมาณ 8–10 นาย บริเวณทางขึ้นปราสาทพระวิหาร รวมถึงการเคลื่อนย้ายกำลังพลที่แบกกระสอบและสัมภาระ จากโคปุระที่ 1 ลงไปทางช่องบันไดหัก, ตรวจพบรถพยาบาล 1 คัน เคลื่อนจากบริเวณหน้าวัดแก้วขึ้นไปบนตัวปราสาทพระวิหาร
สำหรับพื้นที่ภูมะเขือ แนวช่องโดนเอาว์ พลาญยาว และพลาญหินแปดก้อน รวมถึงพื้นที่ช่องสะงำ ยังไม่พบความเคลื่อนไหวที่น่ากังวล
สำหรับในพื้นที่ส่วนหลัง คณะผู้บังคับบัญชาได้เดินทางตรวจเยี่ยมและมอบของบำรุงขวัญให้กำลังพล ในพื้นที่ช่องสายตะกู อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและย้ำความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่
ทั้งนี้ ฝ่ายไทยยังควบคุมสถานการณ์และรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนได้อย่างต่อเนื่อง โดยในระยะสั้น คาดว่าสถานการณ์จะยังคงอยู่ในลักษณะสงบ แต่ต้องเฝ้าระวังสูงในพื้นที่อ่อนไหวและจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดหรือการยกระดับสถานการณ์โดยไม่จำเป็น
อ่านข่าว :
ไทยโต้กัมพูชา ยันทำตามถ้อยแถลงร่วม GBC คุมพื้นที่เดิม ไม่ใช่เปลี่ยนเส้นเขตแดน
ยอดสะสม 4 วันช่วงปีใหม่ พบเมาแล้วขับ 2,793 คดี
เก๋งขึ้นรีสอร์ตภูทับเบิกไม่ไหว ไหลลงก่อนพลิกคว่ำ เจ็บ 3 คน