ผบช.สตม.สั่งตรวจสอบปมปล่อยตัวผู้ต้องหาชาวเมียนมากลับประเทศ
จากกรณีที่ หญิงสาวรายหนึ่ง โพสต์ร้องเรียนผ่าน"เพจสายไหมต้องรอด" เพื่อขอความเป็นธรรม หลังผู้ต้องหาชาวเมียนมา ซึ่งตกเป็นผู้ก่อเหตุฆ่าและล่วงละเมิดแม่ของเธอ ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองปล่อยตัวออกนอกประเทศ ทั้งที่คดียังอยู่ในกระบวนการสอบสวน
ผู้ร้องเรียนระบุว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 พ.ย.2568 แม่ของเธอถูกทำร้ายเสียชีวิตในพื้นที่นาข้าว อ.แม่สอด จ.ตาก ต่อมา วันที่ 13 พ.ย.ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ เป็นแรงงานชาวเมียนมา ซึ่งเคยรับจ้างเกี่ยวข้าวให้กับผู้ตาย
ระหว่างรอผลตรวจพิสูจน์ DNA ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหา 2 คน ไปควบคุมไว้ในสถานกักตัวของตรวจคนเข้าเมืองอำเภอแม่สอด แต่ต่อมาผู้ต้องหากลับถูกปล่อยตัวเดินทางออกนอกประเทศ โดยไม่มีการประสานกับพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ทำให้ครอบครัวผู้เสียหายเพิ่งทราบภายหลังว่าผู้ต้องหาถูกส่งตัวกลับประเทศไปแล้ว
ผลตรวจ DNA ออกมา ยืนยันว่าตรงกับผู้ต้องหา ต่อมาเมื่อเข้าไปสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงสาเหตุการปล่อยตัว กลับไม่ได้รับคำชี้แจงที่ชัดเจน และมีการโยนความรับผิดชอบระหว่างหน่วยงาน
ล่าสุดทีมข่าวไทยพีเอส ได้สอบถามไปยัง ลูกสาวผู้เสียชีวิต ระบุว่า ทั้งหมดเป็นเรื่องจริง ไม่รู้จะเรียกร้องความเป็นธรรมจากที่ไหน จึงขอให้เพจ “สายไหมต้องรอด” เป็นกระบอกเสียง ขอความเป็นธรรมให้กับแม่
ผู้ต้องหา ทั้ง 2 คนที่ลงมือก่อเหตุครั้งนี้ คือ นายโทน ตาอ่อง อายุ 50 ปี และ นาย อะ ตือ อายุ 41 ปี สัญชาติเมียนมา ลูกสาวผู้เสียชีวิตจึงเรียกร้องให้ผู้บัญชาการ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ความช่วยเหลือครอบครัวผู้ตาย เพื่อไม่ให้คดีนี้เงียบหายไปโดยไม่มีผู้รับผิดชอบ
ผบช.สตม. จี้สอบ ปมปล่อยตัวชาวเมียนมาคดีอุกฉกรรจ์
ล่าสุด พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ชี้แจงว่า ผู้ต้องหารายดังกล่าวถูกจับในข้อหาอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนด หรือ โอเวอร์สเตย์ และถูกควบคุมตัวไว้ก่อนผลักดันออกนอกประเทศตามขั้นตอนปกติ เนื่องจากขณะนั้นยังไม่ได้ถูกดำเนินคดีข่มขืนและฆาตกรรม ช่วงเวลาดังกล่าว เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างกวาดล้างขบวนการสแกมเมอร์ตามแนวชายแดนทำให้ห้องขังมีผู้ต้องขังล้นจึงมีการผลักดันผู้ต้องหาคดีไม่ร้ายแรงออกนอกประเทศเพื่อลดความแออัด
อย่างไรก็ตาม หลังทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด ผบช.สตม.ได้สั่งตรวจสอบรายละเอียดอย่างเร่งด่วน หากพบว่ามีการบกพร่อง หรือใช้ดุลยพินิจไม่เหมาะสมในการปล่อยตัวผู้ต้องสงสัยคดีร้ายแรง จะดำเนินการเอาผิดเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุด ทั้งทางวินัยและทางอาญา
“เอกนัฏ” ช่วยหาเสียงย่านสายไหม เชื่อพื้นที่ กทม.เริ่มเปิดรับ “ภูมิใจไทย”
"Cheerio" ยอมรับเป็นร่างทรง "โตเกียวเกิร์ล"
กองทัพภาคที่ 2 สรุปแนวชายแดนทุกจุดยังสงบ พบกัมพูชาขยับกำลังเล็กน้อย