สรุป Opp Day: OR จ่อปีดดิล M&A ร้านอาหาร ต้น Q3/68-อัดงบ 1.8 หมื่นลบ. ขยายสถานีน้ำมัน-Cafe Amazon
สรุป Opp Day: OR จ่อปีดดิล M&A ร้านอาหาร ต้น Q3/68-อัดงบ 1.8 หมื่นลบ. ขยายสถานีน้ำมัน-Cafe Amazon
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -20 พ.ค. 68 12:22 น.
OR คาดไตรมาส 3/68 ปิดดีล M&A ธุรกิจร้านอาหาร Quick Sevice แบรนด์ใหม่ ขยายธุรกิจกลุ่ม Lifestyle พร้อมอัดงบลงทุนปีนี้ 1.8 หมื่นล้านบาท ใช้ขยายสถานีบริการน้ำมัน - สถานีชาร์รถยนต์ไฟฟ้า และร้าน Cafe Amazon แย้มไตรมาส 2/68 ยอดขายน้ำมันชะลอ รับราคาน้ำมันลดลง ห่วงกระทบกำไรจากขาดทุนสต๊อก
น.ส.วิไลวรรณ กาญจนกันติ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านบริหารการเงิน บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยในงาน "Opportunity Day" ว่า ปัจจุบันบริษัทยังอยู่ระหว่างการพิจารณาการเข้าซื้อกิจการ (M&A) ทั้งในส่วนของกลุ่มธุรกิจ Lifestyle และธุรกิจ Mobility ซึ่งในส่วนของกลุ่มธุรกิจ Lifestyle ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาธุรกิจร้านอาหารในลักษณะ Quick Service คาดว่าจะเห็นความชัดเจนของแบรนด์ใหม่ที่จะนำเข้ามาได้ภายในช่วงต้นไตรมาส 3/68 ส่วนรายละเอียดยังไม่สามารถเปิดเผยได้
บริษัทเตรียมงบลงทุนปีนี้ประมาณ 18,000 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นเงินลงทุนในธุรกิจ Mobility สัดส่วน 40.5% เช่น การขยายสาขาสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV Station PluZ เพิ่มจำนวน 250 แห่ง (เป็น DC Fast Charge จำนวน 650 หัวชาร์จ) และสถานีบริการ PTT Station ในประเทศจำนวน 100 แห่ง เป็นต้น
ด้านธุรกิจ Lifestyle วางงบลงทุนสัดส่วน 38.5% ได้แก่ การขยายสาขาร้าน Café Amazon รวมถึงเตรียมเงินสำหรับดีล M&A หรือ JV ธุรกิจใหม่ๆที่กำลังจะเข้ามา กลุ่มธุรกิจ Global สัดส่วน 14.7% จะเน้นพัฒนาสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น ถังเก็บหรือ Terminal ต่างๆ รวมถึงขยายร้าน Café Amazon และสถานีบริการ PTT Station ในต่างประเทศ รวมถึงงบลงทุนด้านอินโนเวชั่น สัดส่วน 6.3% เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์ม
บริษัทวางเป้าปี 68 มีส่วนแบ่งทางการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) ธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน PTT Station เพิ่มขึ้น 1-2% จากปีก่อนที่อยู่ระดับ 35% ซึ่งบริษัทมีการทำโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่องและให้สิทธิประโยชน์สำหรับลูกค้าสมาชิกใหม่ blueplus+ ซึ่งในช่วงเดือนที่ผ่านมามีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นกว่า 3 แสนราย
นางสาวปิติรัตน์ รัตนโชติ ผู้จัดการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ OR กล่าวว่ แนวโน้มธุรกิจในช่วงไตรมาส 2/68 คาดว่าด้านธุรกิจ Mobility ปริมาณขายอาจจะอ่อนตัวลงเล็กน้อย เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงและฤดูกาลหน้าฝนที่เริ่มเข้ามา ซึ่งทำให้กำไรอาจมีผลกระทบจากขาดทุนสต็อกน้ำมันเล็กน้อย ส่วนธุรกิจ Lifestyle คาดว่ายอดขายร้าน Café Amazon ปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากสภาวะอากาศที่ร้อน รวมถึง EBITDA Margin ยังคงแข็งแกร่ง
ส่วนราคาน้ำมันดิบตลาดดูไบปีนี้จะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบที่ระดับ 50-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งช่วงนี้ตลาดมีความผันผวนค่อนข้างมาก โดยบริษัทได้เฝ้าจับตาดูอย่างใกล้ชิดถึงปัจจัยที่จะกระทบทำให้ราคาปรับขึ้นลง และสต็อกน้ำมัน เพื่อลดผลกระทบจากการขาดทุนสต็อกน้ำมัน
รายงาน โดย ปริวัฒน์ หินพลอย เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.comอนุมัติ โดย สุรเมธี มณีสุโข
ดูข่าวต้นฉบับ