โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ก.ล.ต. ไทยปลดล็อก ต้นทุนตราสารหนี้ยั่งยืนหนุนตลาดสีเขียว ด้านสหรัฐฯ ทุบสถิติยอดตราสารหนี้ใหม่ในปีนี้

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

อัพเดต 16 ก.ค. 2568 เวลา 04.21 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 04.21 น.

จีน
• ยอดคงค้างกลับมาขยายตัวจากการหดตัวชั่วคราวในเดือนก่อน แต่นักลงทุนยังต้องระวังประเด็น greenwashing และหนี้แฝงของรัฐบาลจีน
ยอดคงค้างตราสารหนี้ยั่งยืนจีนกลับมาขยายตัวอยู่ที่ 3.13 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังหดตัวระยะสั้นในเดือนก่อน จากมูลค่าตราสารหนี้ออกใหม่ในเดือน มิ.ย. 2025 ที่กลับมาขยายตัวกว่า 57% YoY ที่ 14.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ดี นักลงทุนควรเลือกลงทุนในตราสารหนี้อย่างรอบคอบ โดยเฉพาะประเด็น greenwashing และหนี้แฝงของรัฐบาลจีน
สหรัฐฯ
• ยอดออกตราสารหนี้ใหม่ทำสถิติสูงสุด (new high) ต่อเนื่องในปีนี้ อาจนับเป็นจังหวะดีในการเข้าลงทุนตราสารหนี้ยั่งยืนสหรัฐฯ จากราคาที่ปรับลดลง
ยอดออกตราสารหนี้ใหม่ทำสถิติสูงสุด (new high) ต่อเนื่องในปีนี้ 5.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ยอดคงค้างตราสารหนี้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 281.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
อาจนับเป็นจังหวะดีในการเข้าลงทุนตราสารหนี้ยั่งยืนสหรัฐฯ จากราคาที่ปรับลดลงและส่วนต่างผลตอบแทน (spread) ระหว่างตราสารหนี้ยั่งยืน และตราสารหนี้ทั่วไปที่กว้างขึ้น ตามปริมาณตราสารหนี้ที่เพิ่มขึ้น
ไทย
• ก.ล.ต. ประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมการเสนอขายตราสารหนี้ยั่งยืน 3 ปี (1 มิ.ย. 2025 - 31 พ.ค. 2028) ผู้ประกอบการอาจพิจารณาการรีไฟแนนซ์และลงทุนในโปรเจ็คขนาดเล็กในช่วงดังกล่าว
ยอดคงค้างตราสารหนี้ยั่งยืนขยายตัวต่อเนื่อง ที่ 26.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากยอดตราสารออกใหม่ที่เพิ่มขึ้น 0.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ก.ล.ต. ประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการเสนอขายตราสารหนี้ยั่งยืน ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2025 - 31 พ.ค. 2028 ทั้งนี้ ผู้ออกตราสารหนี้อาจพิจารณารีไฟแนนซ์ หรือลงทุนโครงการขนาดเล็กที่เดิมไม่คุ้มค่าธรรมเนียม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...