โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

TICA ชง 7 ข้อเสนอรัฐบาลปลุกไมซ์ไทยร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโตอย่างมั่นคง

สยามรัฐ

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 23.29 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 23.29 น.

เมื่ออุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) กลายเป็นพลังขับเคลื่อนของเศรษฐกิจไทยด้วยข้อมูลการจัดอันดับประเทศและเมืองของ สมาคมการจัดประชุมนานาชาติ (International Congress and Convention Association: ICCA) ในรอบปี 2567 โดยมีกรุงเทพฯ ทำสถิติใหม่สู่อันดับ 7 ของโลก ก้าวกระโดดครั้งสำคัญจากอันดับที่ 15 ในปี 2566 ในภาพรวมและยังมีเมืองติดอันดับรวมทั้งสิ้น 13 เมือง ในฐานะเมืองจุดหมายปลายทางการประชุมนานาชาติระดับโลก ซึ่งถือเป็นจำนวนสูงสุดเท่าที่ไทยเคยทำได้ ซึ่งในเรื่องนี้ ทางสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) หรือ TICA (Thailand Incentive and Convention Association) ที่เป็นหน่วยงานหลักพร้อมจะนำพาอุตสาหกรรมไมซ์ไทยก้าวไกลไปอีกขั้น โดย นางสาวประชุม ตันติประเสริฐสุข นายกสมาคม TICA ได้สะท้อนแผนการดำเนินงานได้อย่างน่าสนใจ

ผลักดันไทยเป็นจุดหมายสำคัญ

ทั้งนี้ นางสาว ประชุม ตันติประเสริฐสุข นายกสมาคม TICA กล่าวว่า ด้วย TICA เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรที่ทำงานร่วมกับภาครัฐอย่าง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และการบินไทย รวมถึงภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจMICE เช่น โรงแรม บริษัทนำเที่ยว บริษัทจัดงาน และศูนย์ประชุม มีหน้าที่หลัก คือ ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายสำคัญของการจัดประชุมและนิทรรศการระดับนานาชาติ โดยสมาชิกของ TICA จะประกอบไปด้วย ผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ต บริษัทจัดทัวร์ บริษัทรับจัดอีเวนต์ ศูนย์ประชุม สถานที่ท่องเที่ยว ไปจนถึงผู้ให้บริการด้านอุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับงาน MICE

โดย นางสาวประชุม ได้กล่าวต่อว่า ข้อมูลล่าสุดบ่งชี้ให้เห็นว่าอุตสาหกรรม MICE ของไทยกำลังเติบโตอย่างน่าจับตา ซึ่งนักเดินทาง MICE ต่างชาติ: ในปี 2567 ประเทศไทยต้อนรับนักเดินทางMICEต่างชาติกว่า 1.1 ล้านคน โดย จีน ยังคงเป็นอันดับ 1 ที่ส่งนักเดินทางมามากที่สุด (กว่า 380,000 คน) ตามมาด้วยอินเดียและมาเลเซีย มีการใช้จ่ายสูงโดยเฉพาะกลุ่มที่มางานแสดงสินค้า (Exhibition) ที่ใช้จ่ายเฉลี่ยถึง 77,504 บาทต่อทริป ขณะที่ รายได้รวมในปี 2567 ของอุตสาหกรรมMICE (ทั้งไทยและต่างชาติ) มีมูลค่ารวมกว่า 69,594 ล้านบาท จากนักเดินทาง 1.1 ล้านคน ส่วนปี 2568 ถึงปัจจุบัน เพียงครึ่งปีแรกสร้างรายได้ไปแล้วกว่า 33,011 ล้านบาท จากนักเดินทางเกือบ 6 แสนคน แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนนักเดินทาง MICE ในประเทศของปี 2567 สูงถึง 24 ล้านคน สร้างรายได้รวม 78,747 ล้านบาท ปี 2568 ถึงปัจจุบัน ทำรายได้ไปแล้วกว่า 42,098 ล้านบาท จากนักเดินทางกว่า 12 ล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ยืนยันได้ว่า อุตสาหกรรม MICE เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของไทยอย่างแท้จริง

ซึ่งในเรื่องนี้ นางสาวประชุม ได้กล่าวว่า การจะนำพา TICA เพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ได้อย่างเป็นรูปธรรมจะต้องประกอบด้วย 4 กลยุทธ์ต่อไปนี้ T - Talent Development (การพัฒนาบุคลากร): อุตสาหกรรมMICEพึ่งพา "คน" เป็นหลัก การยกระดับความสามารถและทักษะของบุคลากรด้วยการร่วมมือกับสถาบันการศึกษาเพื่อพัฒนาหลักสูตรที่ทันสมัย I - Innovation (นวัตกรรม) เทคโนโลยีและ AI เข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิต การสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ในการบริการและโปรแกรมที่น่าสนใจ ดึงเอาแรงบันดาลใจจากท้องถิ่นมาผสมผสาน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำและไม่มีใครเลียนแบบได้

ส่วน C - Collaboration & Contribution (ความร่วมมือและการมีส่วนร่วม): การจับมือกันเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อยกระดับประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศผู้นำด้านการจัดงานประชุม นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึง "ความยั่งยืน" ที่ต้องนำมาปรับใช้กับการจัดงาน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและสร้างมรดกที่ดีให้กับประเทศชาติ A - Agility (ความคล่องตัว) สามารถในการปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและยืดหยุ่น เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน และสามารถคว้าโอกาสใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ขับเคลื่อนไมซ์ไทยให้ก้าวย่างมั่นคง

อีกทั้ง นางสาวประชุม ยังกล่าวว่า TICA มีข้อเสนอถึงรัฐบาล 7 ข้อเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรม MICE ไทยให้ก้าวไกลอย่างมั่นคง คือ 1. ส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน: พัฒนาการท่องเที่ยวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สังคม และวัฒนธรรมท้องถิ่น 2. ลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน: พัฒนาถนนหนทาง เทคโนโลยี และสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว 3. เปลี่ยนโฉมนักท่องเที่ยวด้วยการดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น มาประชุม มาเรียนรู้ หรือมาทำกิจกรรมจิตอาสา 4. ยกระดับทักษะแรงงาน ทั้งฝึกอบรมบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้มีทักษะตามที่ตลาดและเทคโนโลยีต้องการ 5. ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้เต็มที่ ด้วยการส่งเสริมการใช้แพลตฟอร์มและนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อยกระดับประสบการณ์นักท่องเที่ยว 6. ทบทวนกฎหมายและนโยบาย โดยมีปรับปรุงกฎระเบียบให้ทันสมัยและเอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรม 7. ป้องกันการหลอกลวง ด้วยการสร้างระบบความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ เพื่อคุ้มครองนักท่องเที่ยว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...